ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ก.พ. 2561 เปิดอ่าน : 12,202 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

Advertisement

ครูฉาวใช้ไม้เรียวตีเด็ก และขอมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ม.2 …แฉ ผอ.ร.ร.ฉาวคบ น.ร.ม.2 เปิดแชตไลน์พบเรียก “เมีย-ที่รัก” สั่งตั้ง กก.สอบ-ให้ออกจากพื้นที่แล้ว…ลือหึ่งครูสาวแอบมีเซ็กซ์กับ น.ร.หนุ่ม ในโรงอาหาร ร.ร.เมืองคอน ผอ.บินด่วนสาวเรื่องฉาว…เด็กหญิง ม.1 ถูกครูข่มขืนในห้องปกครอง ขู่แฉรูปโป๊

ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้เป็นข่าวฉาวระหว่าง “ครู” กับ “ศิษย์” ซึ่งสั่นสะเทือนวงการการศึกษาไทยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อันเป็นภาพสะท้อนความใกล้ชิดจนเกินเลย กลายเป็นความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและนำไปสู่การมีสัมพันธ์ทางเพศในที่สุด

ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างครูกับศิษย์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ณ วันนี้ แต่ในความเป็นจริงกรณีดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยจากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. กลุ่มวินัยและนิติการ ปีงบประมาณ 2554-2559 ระบุว่า มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถูกดำเนินการทางวินัยที่ยุติแล้วในความผิดฐานชู้สาว อนาจาร และล่วงละเมิดทางเพศ 190 คน

ส่วนรายงานสถิติการรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์บริหารช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง หรือศูนย์พึ่งได้ ตั้งแต่ปี 2556-2560 ระบุว่า ได้ช่วยเหลือเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งถูกกระทำความรุนแรงทางเพศที่เกิดเหตุในโรงเรียน 879 แห่ง มีผู้กระทำเป็นครูจำนวน 168 คน ขณะที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กมีรายงานว่าได้รับเรื่องร้องเรียนนักเรียนถูกครูล่วงละเมิดทางเพศประมาณ 100 เรื่องต่อปี โดยจะได้รับการรายงานมาจากโรงพยาบาล และมีหลักฐานที่ชัดเจนเป็นผลตรวจร่างกาย

นี่คือสิ่งที่ตอกย้ำได้อย่างเป็นรูปธรรมถึง “ความสัมพันธ์ที่เกินเลยระหว่างครูและศิษย์” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกับสังคมไทยเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ โดยในสหรัฐอเมริกา Mr.Terry Abbott, Chairman of Drive West Communication & Former Chief Staff at the U.S. Department of Education กล่าวว่า ปัจจุบันการล่วงละเมิดทางเพศของครูต่อเด็กนักเรียนในสหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นเรื่องปกติ (Common) ของประเทศ โดยปี 2014 (2557) มีนักเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียน (School Employees) จำนวน 781 กรณี และทุกสัปดาห์จะมีเด็กนักเรียนโดยเฉลี่ย 15 คน ที่ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศโดยครู นอกจากนั้นยังพบว่าโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส มีการกระทำผิดทางเพศของครูต่อเด็กนักเรียนมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา จำนวน 179 กรณี หรือเพิ่มขึ้น 27% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ระหว่างปี 2012-15)

ขณะที่ในสหราชอาณาจักรพบว่าปี 2015 (2558) บางส่วนของผู้หญิงที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางเพศประกอบอาชีพครูใหญ่ ครู และครูผู้ช่วย โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงกระทำความผิดทางเพศ คือความรู้สึกเหงา โดยการยกกรณีที่ตัวอย่างเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศทั้งของไทยและเทศ ไม่ได้เป็นการสื่อเพื่อให้เห็นว่าความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างครูกับศิษย์เป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องการสื่อให้เห็นถึงความเป็นวิกฤตปัญหาซึ่งเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

หากต้องการแก้ไขปัญหา คงต้องเริ่มต้นจากการหาสาเหตุของปัญหา โดยจากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนครูประพฤติผิดทางเพศกับนักเรียนของตนเองเพิ่มขึ้นสูงมากในช่วง 10-15 ปี เพราะการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนระหว่างครูกับนักเรียนทำได้ไม่ยาก เช่น Facebook, Instagram, Snapchat, Whatsapp ซึ่งทำให้ครูกับนักเรียนสามารถส่งข้อความ เสียง ภาพ และคลิปวิดีโอ ถึงกันได้ง่าย จึงนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการประพฤติที่ไม่เหมาะสมในด้านต่างๆ

เมื่อการใช้สื่อโซเชียลมีอิทธิพลต่อการกระทำ ทำให้ในต่างประเทศมีการกำหนดนโยบายหรือแนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียระหว่างครูกับนักเรียน โดยสหรัฐอเมริกาได้มีการกำหนดแนวทางห้ามครูกับนักเรียนเป็นเพื่อนกันบนเฟซบุ๊กเว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากครูใหญ่ก่อน การติดต่อสื่อสารของครูกับนักเรียนต้องให้ผู้ปกครองรับทราบ ครูกับนักเรียนห้ามติดต่อหรือส่งข้อความถึงกันเป็นการส่วนตัว และมอบให้เขตการศึกษา (School Districts) ควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียระหว่างเจ้าหน้าที่โรงเรียน (School Employees) กับนักเรียนตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

ไม่เพียงแต่แนวทางในการป้องกันเท่านั้น กฎระเบียบหรือบทลงโทษ ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กฎหมายการกระทำผิดทางเพศของครูในสหรัฐอเมริกา (Tille IX of the Education Amendments) ระบุว่าการล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนเพียงเล็กน้อย (Minor) ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางอาญา และผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษคือ “ติดคุก” ซึ่งเมื่อนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศ โรงเรียนและผู้กระทำผิดต้องร่วมกันจ่ายค่าเสียหายให้กับนักเรียน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโรงเรียนรัฐบาลในเมืองนิวยอร์ก (New York City) ต้องชดใช้ความเสียหายให้กับนักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า 18.7 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ปาเข้าไป 598 ล้านบาท

ขณะที่กฎหมายการกระทำผิดทางเพศของครูในสหราชอาณาจักร (Sexual Offences (Amendment) Act 2000) ระบุว่า การกระทำผิดทางเพศที่มีต่อเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นความผิดทางอาญา ต้องจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี พิจารณาจากแนวทางการป้องกันและบทลงโทษของต่างประเทศแล้ว คงต้องยอมรับว่าค่อนข้างทันสมัย ตลอดจนมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่าของไทย ซึ่งมีการดำเนินการต่อครูผู้กระทำผิด 3 ทาง คือ ทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546 ระบุว่า ครูประพฤติชู้สาวกับนักเรียน ต้องถูกถอนหรือพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ แต่จากรายงานสรุปผลการดำเนินการพฤติกรรมประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-2560 ระบุว่ามีการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพไปแล้วเพียง 4 คน และพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ 10 คน จากสถิติ 5 ปีย้อนหลังที่พบว่ามีการละเมิดไม่ต่ำกว่า 200 ราย ดังนั้น เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไทยอาจจำเป็นต้องมีการกำหนดแนวทางควบคุมการใช้สื่อโซเชียลระหว่างครูกับศิษย์ รวมถึงการดำเนินการลงโทษครูพฤติกรรมที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง

บทสรุปสุดท้ายของความสัมพันธ์ระหว่าง “ครู” กับ “ศิษย์” ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ “พอดี” คงไม่สามารถควบคุมได้โดยใช้เพียงแค่กฎระเบียบหรือบทลงโทษ แต่ต้องใช้จรรยาบรรณและจิตสำนึกของความเป็น “ครู” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุม จึงจะทำให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับคำว่า “ครู” และ “ศิษย์” อย่างแท้จริง…

เร่งมือทำโดยปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เริ่ม “ผลิตครู” เถอะครับ เป็นการดำเนินการที่ยั่งยืน ไม่ต้องมาผจญกับปัญหาที่ฮือฮากันแบบทุกวันนี้..!!

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561

 

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ , , ‘ครู’กับ‘ศิษย์’ , ใกล้ชิดแค่ไหน? , จึงจะ‘พอดี’ , : , โดย , รศ.ดร.สุขุม , เฉลยทรัพย์ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
หนี้การศึกษา

หนี้การศึกษา
เปิดอ่าน 6,162 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เทคนิคการอ่านเพื่อให้เกิดทักษะ☕ คลิกอ่านเลย
เทคนิคการอ่านเพื่อให้เกิดทักษะ
เปิดอ่าน 9,285 ครั้ง
PISA ที่ผ่านมาบอกอะไรให้เราทราบบ้าง☕ คลิกอ่านเลย
PISA ที่ผ่านมาบอกอะไรให้เราทราบบ้าง
เปิดอ่าน 8,120 ครั้ง
เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย☕ คลิกอ่านเลย
เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย
เปิดอ่าน 9,974 ครั้ง
Meritocracy กับการศึกษาสิงคโปร์  มูลค่าของความสามารถ☕ คลิกอ่านเลย
Meritocracy กับการศึกษาสิงคโปร์ มูลค่าของความสามารถ
เปิดอ่าน 6,722 ครั้ง
การศึกษาไทยต้อง Change สถานเดียว☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทยต้อง Change สถานเดียว
เปิดอ่าน 6,854 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีเก็บไข่ให้ได้นานๆวิธีเก็บไข่ให้ได้นานๆ
เปิดอ่าน 20,400 ครั้ง
โรงเรียนยุคมิลเลนเนียลโรงเรียนยุคมิลเลนเนียล
เปิดอ่าน 5,465 ครั้ง
งานแกะสลักไม้ งานแกะสลักไม้
เปิดอ่าน 103,810 ครั้ง
เบกกิ้งโซดา กับ 10 คุณประโยชน์ที่คนรักสุขภาพต้องร้องว้าวเบกกิ้งโซดา กับ 10 คุณประโยชน์ที่คนรักสุขภาพต้องร้องว้าว
เปิดอ่าน 13,739 ครั้ง
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับสมบูรณ์(4 สี) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับสมบูรณ์(4 สี)
เปิดอ่าน 434,766 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ