ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ก.พ. 2561 เปิดอ่าน : 11,815 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

Advertisement

ครูฉาวใช้ไม้เรียวตีเด็ก และขอมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ม.2 …แฉ ผอ.ร.ร.ฉาวคบ น.ร.ม.2 เปิดแชตไลน์พบเรียก “เมีย-ที่รัก” สั่งตั้ง กก.สอบ-ให้ออกจากพื้นที่แล้ว…ลือหึ่งครูสาวแอบมีเซ็กซ์กับ น.ร.หนุ่ม ในโรงอาหาร ร.ร.เมืองคอน ผอ.บินด่วนสาวเรื่องฉาว…เด็กหญิง ม.1 ถูกครูข่มขืนในห้องปกครอง ขู่แฉรูปโป๊

ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้เป็นข่าวฉาวระหว่าง “ครู” กับ “ศิษย์” ซึ่งสั่นสะเทือนวงการการศึกษาไทยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อันเป็นภาพสะท้อนความใกล้ชิดจนเกินเลย กลายเป็นความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและนำไปสู่การมีสัมพันธ์ทางเพศในที่สุด

ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างครูกับศิษย์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ณ วันนี้ แต่ในความเป็นจริงกรณีดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยจากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. กลุ่มวินัยและนิติการ ปีงบประมาณ 2554-2559 ระบุว่า มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถูกดำเนินการทางวินัยที่ยุติแล้วในความผิดฐานชู้สาว อนาจาร และล่วงละเมิดทางเพศ 190 คน

ส่วนรายงานสถิติการรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์บริหารช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง หรือศูนย์พึ่งได้ ตั้งแต่ปี 2556-2560 ระบุว่า ได้ช่วยเหลือเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งถูกกระทำความรุนแรงทางเพศที่เกิดเหตุในโรงเรียน 879 แห่ง มีผู้กระทำเป็นครูจำนวน 168 คน ขณะที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กมีรายงานว่าได้รับเรื่องร้องเรียนนักเรียนถูกครูล่วงละเมิดทางเพศประมาณ 100 เรื่องต่อปี โดยจะได้รับการรายงานมาจากโรงพยาบาล และมีหลักฐานที่ชัดเจนเป็นผลตรวจร่างกาย

นี่คือสิ่งที่ตอกย้ำได้อย่างเป็นรูปธรรมถึง “ความสัมพันธ์ที่เกินเลยระหว่างครูและศิษย์” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกับสังคมไทยเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ โดยในสหรัฐอเมริกา Mr.Terry Abbott, Chairman of Drive West Communication & Former Chief Staff at the U.S. Department of Education กล่าวว่า ปัจจุบันการล่วงละเมิดทางเพศของครูต่อเด็กนักเรียนในสหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นเรื่องปกติ (Common) ของประเทศ โดยปี 2014 (2557) มีนักเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียน (School Employees) จำนวน 781 กรณี และทุกสัปดาห์จะมีเด็กนักเรียนโดยเฉลี่ย 15 คน ที่ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศโดยครู นอกจากนั้นยังพบว่าโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส มีการกระทำผิดทางเพศของครูต่อเด็กนักเรียนมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา จำนวน 179 กรณี หรือเพิ่มขึ้น 27% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ระหว่างปี 2012-15)

ขณะที่ในสหราชอาณาจักรพบว่าปี 2015 (2558) บางส่วนของผู้หญิงที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางเพศประกอบอาชีพครูใหญ่ ครู และครูผู้ช่วย โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงกระทำความผิดทางเพศ คือความรู้สึกเหงา โดยการยกกรณีที่ตัวอย่างเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศทั้งของไทยและเทศ ไม่ได้เป็นการสื่อเพื่อให้เห็นว่าความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างครูกับศิษย์เป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องการสื่อให้เห็นถึงความเป็นวิกฤตปัญหาซึ่งเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

หากต้องการแก้ไขปัญหา คงต้องเริ่มต้นจากการหาสาเหตุของปัญหา โดยจากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนครูประพฤติผิดทางเพศกับนักเรียนของตนเองเพิ่มขึ้นสูงมากในช่วง 10-15 ปี เพราะการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนระหว่างครูกับนักเรียนทำได้ไม่ยาก เช่น Facebook, Instagram, Snapchat, Whatsapp ซึ่งทำให้ครูกับนักเรียนสามารถส่งข้อความ เสียง ภาพ และคลิปวิดีโอ ถึงกันได้ง่าย จึงนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการประพฤติที่ไม่เหมาะสมในด้านต่างๆ

เมื่อการใช้สื่อโซเชียลมีอิทธิพลต่อการกระทำ ทำให้ในต่างประเทศมีการกำหนดนโยบายหรือแนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียระหว่างครูกับนักเรียน โดยสหรัฐอเมริกาได้มีการกำหนดแนวทางห้ามครูกับนักเรียนเป็นเพื่อนกันบนเฟซบุ๊กเว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากครูใหญ่ก่อน การติดต่อสื่อสารของครูกับนักเรียนต้องให้ผู้ปกครองรับทราบ ครูกับนักเรียนห้ามติดต่อหรือส่งข้อความถึงกันเป็นการส่วนตัว และมอบให้เขตการศึกษา (School Districts) ควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียระหว่างเจ้าหน้าที่โรงเรียน (School Employees) กับนักเรียนตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

ไม่เพียงแต่แนวทางในการป้องกันเท่านั้น กฎระเบียบหรือบทลงโทษ ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กฎหมายการกระทำผิดทางเพศของครูในสหรัฐอเมริกา (Tille IX of the Education Amendments) ระบุว่าการล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนเพียงเล็กน้อย (Minor) ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางอาญา และผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษคือ “ติดคุก” ซึ่งเมื่อนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศ โรงเรียนและผู้กระทำผิดต้องร่วมกันจ่ายค่าเสียหายให้กับนักเรียน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโรงเรียนรัฐบาลในเมืองนิวยอร์ก (New York City) ต้องชดใช้ความเสียหายให้กับนักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า 18.7 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ปาเข้าไป 598 ล้านบาท

ขณะที่กฎหมายการกระทำผิดทางเพศของครูในสหราชอาณาจักร (Sexual Offences (Amendment) Act 2000) ระบุว่า การกระทำผิดทางเพศที่มีต่อเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นความผิดทางอาญา ต้องจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี พิจารณาจากแนวทางการป้องกันและบทลงโทษของต่างประเทศแล้ว คงต้องยอมรับว่าค่อนข้างทันสมัย ตลอดจนมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่าของไทย ซึ่งมีการดำเนินการต่อครูผู้กระทำผิด 3 ทาง คือ ทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546 ระบุว่า ครูประพฤติชู้สาวกับนักเรียน ต้องถูกถอนหรือพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ แต่จากรายงานสรุปผลการดำเนินการพฤติกรรมประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-2560 ระบุว่ามีการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพไปแล้วเพียง 4 คน และพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ 10 คน จากสถิติ 5 ปีย้อนหลังที่พบว่ามีการละเมิดไม่ต่ำกว่า 200 ราย ดังนั้น เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไทยอาจจำเป็นต้องมีการกำหนดแนวทางควบคุมการใช้สื่อโซเชียลระหว่างครูกับศิษย์ รวมถึงการดำเนินการลงโทษครูพฤติกรรมที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง

บทสรุปสุดท้ายของความสัมพันธ์ระหว่าง “ครู” กับ “ศิษย์” ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ “พอดี” คงไม่สามารถควบคุมได้โดยใช้เพียงแค่กฎระเบียบหรือบทลงโทษ แต่ต้องใช้จรรยาบรรณและจิตสำนึกของความเป็น “ครู” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุม จึงจะทำให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับคำว่า “ครู” และ “ศิษย์” อย่างแท้จริง…

เร่งมือทำโดยปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เริ่ม “ผลิตครู” เถอะครับ เป็นการดำเนินการที่ยั่งยืน ไม่ต้องมาผจญกับปัญหาที่ฮือฮากันแบบทุกวันนี้..!!

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561

 

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ , , ‘ครู’กับ‘ศิษย์’ , ใกล้ชิดแค่ไหน? , จึงจะ‘พอดี’ , : , โดย , รศ.ดร.สุขุม , เฉลยทรัพย์ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ปฏิรูปการศึกษาไทย ในศตวรรษที่ 21 ไปทางไหน☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาไทย ในศตวรรษที่ 21 ไปทางไหน
เปิดอ่าน 18,392 ครั้ง
คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"☕ คลิกอ่านเลย
คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"
เปิดอ่าน 7,280 ครั้ง
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?☕ คลิกอ่านเลย
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?
เปิดอ่าน 7,481 ครั้ง
การศึกษาแบบไหนสอนให้คิดเป็น☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาแบบไหนสอนให้คิดเป็น
เปิดอ่าน 13,786 ครั้ง
การศึกษาไทยจะเอา "คุณภาพ" หรือ "คุณธรรม"☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทยจะเอา "คุณภาพ" หรือ "คุณธรรม"
เปิดอ่าน 18,939 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

พระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆพระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆ
เปิดอ่าน 26,381 ครั้ง
6 เหตุผลธรรมดา แต่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณไม่รวยสักที6 เหตุผลธรรมดา แต่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณไม่รวยสักที
เปิดอ่าน 11,134 ครั้ง
อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่นอาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น
เปิดอ่าน 21,665 ครั้ง
เปิดกลุ่มงานเงินเดือนดี๊ดีสำหรับคนเก่งภาษาเปิดกลุ่มงานเงินเดือนดี๊ดีสำหรับคนเก่งภาษา
เปิดอ่าน 7,881 ครั้ง
ดื่มน้ำอัดลม…ระวังกระดูกพรุน!ดื่มน้ำอัดลม…ระวังกระดูกพรุน!
เปิดอ่าน 7,942 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ