ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์
และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ
ผู้วิจัย นางสาวซูรีฮา สารง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านบาจุ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2
ปีที่ทำวิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ 2) ออกแบบและพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ 3) ทดลองใช้รูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ และ 4) ประเมินรูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ
กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านบาจุ ตำบลปะแต อำเภอยะลา จังหวัดยะลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จำนวน 18 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ สภาพการจัดการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ และศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 2 ออกแบบและพัฒนารูปแบบการสอนและเอกสารประกอบรูปแบบการสอน โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และทดลองนำร่องเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการสอน โดยนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 18 คน และขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลรูปแบบการสอน โดยสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน จำนวน 18 คน และครูผู้สอนภาษวิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรียนบ้านบาจุ จำนวน 5 คน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ พบว่า 1) ด้านนักเรียน แม้วานักเรียนจะมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเป็นอย่างดี แต่นักเรียนจำนวนไม่น้อยยังด้อยความสามารถเกี่ยวกับบการแก้ปัญหา การแสดงหรืออ้างอิงเหตุผลการสื่อสารหรือการนําเสนอแนวคิดทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาทางคณิตศาสตร์กับสถานการณ์ต่าง ๆ และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปัญหาเหล่านี้ทำให้นักเรียนไม่สามารถนําความรู้คณิตศาสตร์ไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันและในการศึกษาต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) ด้านครูผู้สอน ครูยังคงใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ทำให้นักเรียนที่เรียนรู้ได้เร็วสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย ส่วนผู้เรียนที่เรียนรู้ช้าหรือฟังบรรยายไม่ทันหรือไม่เข้าใจเนื้อหาที่บรรยายก็จะเกิดความเบื่อหน่าย ไม่อยากเรียนเมื่อต้องเรียนเรื่องใหม่จะยิ่งประสบปัญหามากขึ้น เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเดิมที่เป็นพื้นฐาน ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำลง และจะมีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์ในที่สุด
2. รูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิค การเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ มีองค์ประกอบ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) กระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 6 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นเตรียม ความพร้อม ขั้นตอนที่ 2 ขั้นให้ความรู้และลงมือปฏิบัติ ขั้นตอนที่ 3 ขั้นทำกิจกรรมกลุ่มย่อย ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตรวจสอบผลงานและทดสอบ ขั้นตอนที่ 5 ขั้นสรุปผล ขั้นตอนที่ 6 ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้ และ 5) การวัดและประเมินผล การตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการสอนโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามี ความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.62 , S.D. = 0.51) ผลการทดลองนำร่องเพื่อศึกษาความเป็นไปได้พบว่า รูปแบบการสอนมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.87/83.60 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนพบว่า ทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ หลังเรียนด้วยรูปแบบการสอนสูงกว่าก่อนเรียนด้วยรูปแบบการสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ผลการประเมินรูปแบบการสอนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning) ผสานเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านบาจุ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อ การเรียนด้วยรูปแบบการสอนโดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( = 4.64 , S.D. = 0.52) และครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการสอนโดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( = 4.60 , S.D. = 0.51)