ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกมุ่งสู่
การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล
ผู้วิจัย นายไพโรจน์ บุญประเสริฐ
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดปากดงท่าศาล
ปีที่วิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ องค์ประกอบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู และแนวทางชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และแนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู 2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 จำนวน 10 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 52 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 97 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ การวิเคราะห์ข้อมูลวิเคราะห์โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1.ผลการศึกษาองค์ประกอบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ องค์ประกอบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู พบว่า ผลการศึกษาองค์ประกอบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน 2) การเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพร่วมกัน 3) ภาวะผู้นำร่วม 4) การนิเทศงานและการสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ และ5) ความร่วมแรง ร่วมใจ และองค์ประกอบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การออกแบบการเรียนรู้ 2) การจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและการลงมือปฏิบัติ 3) การใช้และพัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ และ4) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง
และผลการสัมภาษณ์แนวทางชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ด้านวิสัยทัศน์ร่วมกัน ผู้บริหารโรงเรียนและครู มีการกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน มีกระบวนการร่วมมือกันพัฒนาวิสัยทัศน์ร่วมของโรงเรียนเพื่อมุ่งพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้านการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพร่วมกัน ผู้บริหารโรงเรียนส่งเสริมส่งเสริมให้ครูมีการเรียนรู้ในวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ ผู้บริหารและครูควรแสวงหาความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง เพื่อสู่มืออาชีพอย่างแท้จริง ด้านภาวะผู้นำร่วม ผู้บริหารโรงเรียนและครูมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการขับเคลื่อนชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ควรแบ่งปันอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบแก่คณะครูอย่างเป็นประชาธิปไตย ครูทุกคนมีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็น ผู้นำและผู้ตาม ด้านการนิเทศงานและการสะท้อนข้อมูลย้อนกลับผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริม สนับสนุน กระตุ้น ช่วยเหลือ รับคำชี้แนะ และสะท้อนข้อมูลย้อนกลับการปฏิบัติงานในชั้นเรียน สร้างวัฒนธรรมที่ดีในการ อยู่ร่วมกันในโรงเรียนอย่างควรนำความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในทางวิชาชีพ โดยร่วมกันใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้านความร่วมแรง ร่วมใจผู้บริหารโรงเรียนส่งเสริมสัมพันธภาพอันดีในทีมโดยร่วม พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันแก้ปัญหาการดำเนินงานของโรงเรียนเพื่อให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลการสัมภาษณ์แนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูด้านการออกแบบการเรียนรู้ผู้บริหารโรงเรียนจัดอบรมพัฒนาครูในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ให้ครูเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มีการ SWOT หลักสูตรสถานศึกษา เพื่อนำผลมาปรับปรุงพัฒนาการออกแบบการเรียนรู้ และส่งเสริมให้ใช้เทคนิคการสอนทั้งที่เคยสอนได้ผลมาแล้ว และเทคนิคการสอนที่ได้รับการอบรมใหม่ ๆ ด้านการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและการลงมือปฏิบัติผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา ครูเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับการเรียนการสอน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเองด้วยการลงมือปฏิบัติจริง เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในการจัดการเรียนการสอนและเชิญผู้ปกครองมาประชุม มีการสร้างกลุ่มเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ด้านการใช้และพัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ผู้บริหารโรงเรียนจัดอบรมครูด้านการการใช้และพัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้และจัดตั้งงบประมาณในการสนับสนุนการสร้างสื่อเทคโนโลยี ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงผู้บริหารโรงเรียนส่งเสริมให้ครูมีการวัดประเมินผลอย่างหลากหลายวิธี โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงตรง ยุติธรรมและเชื่อถือได้ จัดทำแผนการวัดและประเมินผลเพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ ครูมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่หลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ มีการตรวจสอบการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยการปฏิบัติจริงและมีการนำผลการตรวจสอบไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น
2. ผลการสร้างรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล ประกอบด้วย 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) เนื้อหา 4) ขั้นตอนของรูปแบบ และ5) การวัดและประเมินผล ผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า ด้านอรรถประโยชน์ (Utility Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับ ความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ความเหมาะสม (Propriety Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และความถูกต้อง (Accuracy Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการสร้างคู่มือการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล ประกอบด้วย คำชี้แจงในการใช้คู่มือ ความเป็นมา หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ของคู่มือ วิธีการนำคู่มือไปใช้ ระดับของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ บทบาทของครูผู้สอนวิธีดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนา การวัดและประเมินผลและแหล่งข้อมูลอ้างอิง และผลการตรวจสอบคุณภาพของคู่มือการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า ด้านอรรถประโยชน์ (Utility Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ความเหมาะสม (Propriety Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ ความถูกต้อง (Accuracy Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
3.ผลการศึกษาผลการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า ผลการประเมินความรู้ความเข้าใจของครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า หลังการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.70 ก่อนการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 12.60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .000 ระดับการปฏิบัติการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมากระดับการปฏิบัติชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพครูโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมากระดับความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกครูโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ หลังใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาลปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 84.29 ก่อนใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาลปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ยร้อยละ 78.70 ร้อยละที่เพิ่มขึ้น 5.59 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดปากดงท่าศาล ปีการศึกษา 2567 หลังใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.17 ผลการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดปากดงท่าศาล ปีการศึกษา 2567 หลังใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.34 และผลการทดสอบประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดปากดงท่าศาล ปีการศึกษา 2567 หลังใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.16
4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า ความพึงพอใจของครู ความพึงพอใจของนักเรียน และความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้ปกครองนักเรียนมุ่งสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดปากดงท่าศาล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก