|
Advertisement
|
ส่วนที่ 2 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
1. ความเป็นมาและความสำคัญวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงพระราชทานพระบรม ราโชบายด้านการศึกษาเพื่อมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนให้ผู้เกี่ยวข้องได้น้อมนำไปปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วยแนวพระบรมราโชบาย 4 ด้าน 1. การมีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง 2. การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม 3. การมีงานทำ-มีอาชีพ 4. การเป็นพลเมืองดี (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2562) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงให้สถานศึกษาทุกแห่ง นำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมอันดีงาม มีคุณธรรมนำชีวิตให้แก่ผู้เรียน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 มีความตระหนักถึงความสำคัญของผู้เรียน จึงให้สถานศึกษาน้อมนำเอาพระบรมราโชบายด้านการศึกษามาเน้นพัฒนาปลูกฝังและสร้างนวัตกรรมที่ดีงามให้ผู้เรียน
ในปัจจุบันนักเรียนซึ่งเป็นเยาวชนของชาติมีแนวคิด วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อันเนื่องมาจาก สาเหตุการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างก้าวกระโดด มีเทคโนโลยี และสื่อโซเซียลต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวแปรที่สำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักเรียนมีทัศนคติต่อบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ พึงประสงค์ ขาดการรับรู้ ความเข้าใจ ในการมีจิตสาธารณะและการคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม การขับเคลื่อนการพัฒนาท่ามกลางกระแสแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงต้องให้ความสำคัญกับ การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นเป็นสำคัญ ซึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้มีวัตถุประสงค์ คือ ให้คนทุกช่วงวัยในรับการพัฒนาและเสริมสร้างสภาพที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยโดยนักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพทั้งความรู้ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานรวมทั้งมีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสาธารณะและสามารถปรับตัวร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ ภายใต้การพัฒนาศักยภาพด้านทุนทางเศรษฐกิจ ทุนทางสังคม ทุนมนุษย์ และทุนทางธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อให้สามารถพึ่งตนเอง และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มคนและพื้นที่ ตลอดจนการสร้างความสมดุลทางธรรมชาติให้คนอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน (Office of the National Economic and Social Development Council Office of the Prime Minister, 2022) ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกในยุคดิจิทัล สพฐ. ได้วางรากฐานการศึกษาที่มิใช่เพียงการส่งมอบความรู้ในเชิงวิชาการเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริง จุดเน้นที่สำคัญในปีงบประมาณ 2568 คือการส่งเสริม ทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills) ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวเข้ากับอาชีพใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการ การมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) เพื่อสร้างความภูมิใจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัว กลไกสำคัญที่จะช่วยให้จุดเน้นนี้บรรลุผลคือ ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบเทียบโอนความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงมาเป็นผลการเรียน ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิต จากการฝึกทักษะอาชีพในสถานประกอบการหรือแหล่งเรียนรู้ภายนอก ช่วยให้การเรียนรู้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความถนัดส่วนบุคคล (Personalized Learning) (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2567) นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมโครงการที่ส่งผลต่อพื้นฐานทางเศรษฐกิจของผู้เรียน เช่น โครงการนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นอกจากกลุ่มนักเรียนทั่วไปแล้ว สพฐ. ยังให้ความสำคัญกับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและเด็กด้อยโอกาส โดยการเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งฝึกอาชีพที่หลากหลายและเหมาะสมกับศักยภาพรายบุคคล เพื่อสร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนจะมีทักษะในการพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน การดำเนินงานทั้งหมดนี้เป็นไปตามประกาศนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างความเสมอภาคและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร จัดการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
โรงเรียนวัดหนองหอยเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีบริบททางสังคม และเศรษฐกิจเฉพาะตัว พบว่าเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่มีฐานะทางบ้านยากจน จากการเยี่ยมบ้านนักเรียนปีการศึกษา 2568 พบข้อมูลว่านักเรียนกว่าร้อยละ 50 ส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับปู่ย่า ตายาย พ่อแม่หย่าร้าง ขาดโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และมีความเสี่ยงสูงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัวหรือปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม จากการติดตามข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษาของนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ พบว่า นักเรียนบางส่วนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วไม่ได้เข้ารับการศึกษาต่อ ทางโรงเรียนจึงมีนโยบายส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ทักษะ อาชีพเพื่อการมีงานทำให้กับนักเรียน ทางโรงเรียนจึงน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในด้าน การมีงานทำ มีอาชีพ คือ 1) ฝึกอบรมมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชน รักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ 2) มีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนทำงานเป็นและมีงานทำในที่สุด 3) สนับสนุนให้ผู้เรียนมีอาชีพ มีงานทำ สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ และจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ปีงบประมาณ 2569 ประเด็นที่ 3. พัฒนาพหุปัญญาและอาชีพ 4. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น มาเป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ให้มีอาชีพ มีงานทำ จึงได้พัฒนานวัตกรรมการพัฒนาทักษะอาชีพ ส่งเสริมการมีงานทำ บนพื้นฐานอัตลักษณ์ชุมชน ด้วยรูปแบบ 5 STEPS Model โดยได้จัดตั้งชุมชุม Young start up ขึ้นเพื่อให้นักเรียนที่มีความสนใจอยากฝึกทักษะอาชีพและมีรายได้ ได้เข้ามาฝึกทักษะและเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคตได้ โดยชุมชนบ้านหนองหอย และอีกหลาย ๆ ชุมชนในอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการปลูกมะพร้าวเป็นจำนวนมากและเป็นพืชเศรษฐกิจของอำเภอทับสะแก ทุกส่วนของมะพร้าวสามารถนำมาใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าได้ มีการแปรรูปมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในชุมชน จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนนำมาเพิ่มมูลค่า โดยการจัดกิจกรรมฝึกอบรม การทำผ้ามัดย้อมจากสีเปลือกมะพร้าว เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการสกัดสีจากเปลือกมะพร้าวและทักษะการย้อมสีผ้า และการนำผงถ่านกะลาที่เหลือทิ้งจากการเผาถ่านขายของคนในชุมชนมาเพื่อมูลค่าโดยการ ทำเป็นถ่านกะลามะพร้าวดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่มีความสวยงามเหมาะกับการใช้ตกแต่งบ้างหรือเป็นของฝากได้ อีกทั้งโรงเรียนวัดหนองหอยมีโรงเพาะเห็ดที่ว่างจากการเพาะเห็ดมานานจึงได้เขียนของบประมาณสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยปรับปรุงโรงเพาะเห็ด เพื่อเพาะเห็ดโคนน้อย เห็ดนางฟ้า อาหารที่มีรสชาติดีชนิดหนึ่ง มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งสามารถใช้ทดแทนโปรตีนจากสัตว์ได้ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรค ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะอาชีพเรียนรู้การเพาะเห็ดเพื่อสร้างแหล่งอาหารและรายได้ ซึ่งการเพาะเห็ดสามารถทำเป็นอาชีพหลักและอาชีพรองของนักเรียนได้
|
โพสต์โดย ธัญมาศ : [2 เม.ย. 2569 (14:23 น.)] อ่าน [84] ไอพี : 203.172.234.18
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 23,338 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,383 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 37,617 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 56,553 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 116,113 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 57,066 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,416 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,701 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,806 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,321 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 54,474 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,803 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,668 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,171 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,036 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 27,236 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,044 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,475 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,086 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 35,955 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|