ชื่อเรื่อง รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียน
ร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู โรงเรียนวัดปากน้ำ
ผู้วิจัย นางสาวรัชนีวรรณ ทองคำ
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดปากน้ำ
ปีที่วิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู โรงเรียนวัดปากน้ำ ผู้วิจัยดำเนินการด้วยวิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development Research: R&D Research) โดยการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ (2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู โรงเรียนวัดปากน้ำ (3) ทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียน
วัดปากน้ำ และ (4) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูโรงเรียนวัดปากน้ำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 จำนวน 10 คน (จากประชากร) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 จำนวน 17 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 38 คนได้มาโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) ซึ่งมีความสามารถในการตอบแบบสอบถาม คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน (ไม่นับรวมผู้บริหารและผู้แทนครู)และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 87 คน (จากประชากร) รวมทั้งสิ้น 159 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ การวิเคราะห์ข้อมูลวิเคราะห์โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ
1.1 ผลการศึกษาองค์ประกอบของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ศึกษาองค์ประกอบของวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน และองค์ประกอบของสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล พบว่า องค์ประกอบของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบได้แก่ 1) การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน 2) ทีมร่วมแรงร่วมใจ 3) ภาวะผู้นำร่วม และ4) การเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพ องค์ประกอบของวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบได้แก่ 1) วางแผนบทเรียนร่วมกัน 2) การกำหนดปัญหาและตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ร่วมกัน 3) ขั้นปฏิบัติการและสังเกตการณ์ และ 4) การสะท้อนผลและปรับปรุงร่วมกัน และองค์ประกอบของสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ1) ความรู้การจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล 2) ทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และ 3) เจตคติการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
1.2 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ
สภาพปัจจุบันการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และความต้องการการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก สภาพปัจจุบันการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย และความต้องการการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน พบว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และสภาพปัจจุบันการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง และ ความต้องการการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด
1.3 ผลการศึกษาแนวการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ โดยการศึกษาจากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า แนวทางการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ด้านการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ส่งเสริมให้ครูมีการวางแผนภาพอนาคตร่วมกันบนพื้นฐานความเป็นไปได้ มีการตรวจสอบเป้าหมายตามที่กำหนดทุกภาคเรียน กำหนดวิสัยทัศน์ที่ยึดโยงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านทีมร่วมแรงร่วมใจ ครูร่วมกันกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่ประสบความสำเร็จของแต่ละคน ร่วมในการวางแผนกิจกรรม และร่วมกันตรวจสอบผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ด้านภาวะผู้นำร่วม ครูร่วมกันตัดสินใจและรับผิดชอบร่วมกัน วางแผนและแบ่งหน้าที่และกระจายอำนาจตามความเหมาะสม เป็นผู้นำและผู้ตามอย่างสร้างสรรค์ ตามสถานการณ์ ครูได้รับการเสริมสร้างแรงจูงใจทางบวกตามความเหมาะสมและ ครูพัฒนาตนเองด้านภาวะผู้นำให้สมาชิกในองค์กรยอมรับอย่างเต็มใจ และ ด้านการเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพ ส่งเสริมให้ครูใช้กระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพการศึกษา ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความสำเร็จร่วมกันและสะท้อนผลการปฏิบัติกิจกรรม ครูพัฒนาผลการปฏิบัติงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเชิงประจักษ์ ร่วมกันวางแผนกิจกรรมเพื่อคุณภาพพัฒนาผู้เรียน แนวทางวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันด้านวางแผนบทเรียนร่วมกัน ครูแลกเปลี่ยนความคิดในการออกแบบการสอนจากประสบการณ์เดิม ส่งเสริมให้ครูวางแผนการสอนร่วมกัน ด้านการกำหนดปัญหาและตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ร่วมกัน ส่งเสริมให้นักเรียนกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ของตนเองได้ ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดเป้าหมาย ครูแลกเปลี่ยนความคิดในการออกแบบการสอนจากประสบการณ์เดิม และครูสังเกตได้ในชั้นเรียนของตน ด้านขั้นปฏิบัติการและสังเกตการณ์ ครูใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นไปสอนในชั้นเรียน โดยครูหนึ่งคนซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่ม ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ เป็นผู้สังเกตการเรียนรู้ของผู้เรียน ครูผู้สังเกตการสอน บันทึกข้อมูลที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนขณะที่กำลังสอน โดยเน้นไปที่พฤติกรรมของผู้เรียน การเรียนรู้ของผู้เรียน และ ด้านการสะท้อนผลและปรับปรุงร่วมกัน ครูร่วมกันสะท้อนผลการจัดกิจกรรมการสอนในห้องเรียนที่ได้จากการสังเกตหลังการสอนเสร็จสิ้นลง นำผลที่ได้จากการสะท้อนผลการจัดกิจกรรมการสอนร่วมกันมาปรับปรุงแก้ไข แล้วอาจจะนำไปสอนใหม่อีกครั้งและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูด้านความรู้การจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ส่งเสริมให้ครูมีความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังในการนำความรู้ต่างๆ มาใช้ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาสื่อดิจิทัลตามหลักวิชาการ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมความมีเหตุผล การเปิดรับสื่อ เป็นการเปิดรับการเข้าใจ การวิเคราะห์สื่อ ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ส่งเสริมให้ครูสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย ให้ครูจัดการเรียนรู้อย่างมีขั้นตอนด้วยวิธีการที่แปลกใหม่ และน่าสนใจ ให้ผู้เรียนนำทักษะการคิดไปใช้ในชีวิตประจำวัน คิดวิเคราะห์ได้รอบด้านและครอบคลุม ให้ผู้เรียนได้แสดงทักษะการอภิปราย และส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกคนได้นำความคิดเห็นไปสู่การปฏิบัติจริง ด้านเจตคติการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีเจตคติการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลโดยการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ส่งเสริมให้ครูผู้สอนสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ผู้บริหารและครูควรเปิดใจยอมรับและเห็นถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
2. ผลการสร้างและตรวจสอบรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู โรงเรียนวัดปากน้ำ
2.1 ผลการสร้างรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียน วัดปากน้ำ ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการของรูปแบบ 4) การวัดผลประเมินผล และ 5) เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ และ ผลการสร้างคู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียน วัดปากน้ำ ซึ่งประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1)บทนำ 2) คำชี้แจงการใช้คู่มือ 3) หลักการและเหตุผล 4) วัตถุประสงค์ของคู่มือ 5) เนื้อหา 6) การวัดและประเมินผล และ 7) แหล่งข้อมูลอ้างอิง 2.2 ผลการตรวจสอบรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู โรงเรียนวัดปากน้ำ พบว่า มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มาตรฐานด้านความเหมาะสม (Propriety Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มาตรฐานด้านการใช้ประโยชน์ (Utility Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ มาตรฐานด้านความถูกต้อง (Accuracy Standards) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผลการตรวจสอบคู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู โรงเรียนวัดปากน้ำ พบว่า มาตรฐานด้านความเหมาะสม (Propriety Standards) มาตรฐานด้านการใช้ประโยชน์ (Utility Standards) มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) และ มาตรฐานด้านความถูกต้อง (Accuracy Standards
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ พบว่า ผลการทดสอบความรู้ ความเขาใจ และเจตคติของครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู พบว่า คะแนน pre-test ร้อยละ 63.00 คะแนน post-test ร้อยละ 88.00 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 25.00 ผลการเปรียบเทียบผลการทดสอบความรู้ ความเขาใจ และเจตคติของครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู หลังการใช้รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.60 ก่อนการใช้รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 12.60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .000 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 1-6 ประกอบด้วย 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ย ร้อยละ 78.15 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ย ร้อยละ 79.74 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.59 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 พบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ยร้อยละ 54.33 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 60.35 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.02 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566-2567 พบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ยร้อยละ 30.96 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 56.68 เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.72 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ยร้อยละ 19.00 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 36.81เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.81 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ยร้อยละ 30.66 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 54.70 เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.04 และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ การศึกษา 2566 รวมเฉลี่ยร้อยละ 30.08ปีการศึกษา 2567รวมเฉลี่ยร้อยละ 38.48 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.40 ผลการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ยร้อยละ 83.00 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 86.32 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.32 และผลการทดสอบประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ยร้อยละ 83.00 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 85.00 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.00 เมื่อจำแนกด้านการออกเสียง ปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ย 94.00 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 95.00 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.00 การอ่านรู้เรื่องปีการศึกษา 2566 รวมเฉลี่ย 72.00 ปีการศึกษา 2567 รวมเฉลี่ยร้อยละ 75.00 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.00
4.ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ พบว่า ความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู โรงเรียนวัดปากน้ำ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ความพึงพอใจของนักเรียนต่อรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ ในภาพรวมอยู่ในระดับ และความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียนต่อรูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยวิธีการพัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนวัดปากน้ำ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก