ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 35 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของคนวัย 35 ที่น่าเลียนแบบ

35 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของคนวัย 35 ที่น่าเลียนแบบ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ธ.ค. 2557 เปิดอ่าน : 9,021 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ เคล็ดลับของคนวัย 35 ที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ อยากรวยไว มีชีวิตสุขสบายก่อนแก่ ต้องลองอ่านเคล็ดลับสู่ความสำเร็จต่อไปนี้ แล้วรีบทำตามด่วน ❞
35 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของคนวัย 35 ที่น่าเลียนแบบ

Advertisement

เคยนึกภาพตัวเองตอนอายุ 35 กันดูไหมว่าถ้าถึงตอนนั้นแล้วชีวิตของเราจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนกันนะ ซึ่งหากใครที่กำลังบ่นว่านี่ก็อายุมากกว่า 35 แล้วนะ แต่ทำไมชีวิตทุกวันนี้ขยันทำงานมากเท่าไรก็ยังไม่รวยสมใจสักที ดังนั้นลองมาสำรวจตัวเองกันหน่อยดีไหมว่ามีนิสัยขี้เกียจอะไรอยู่นะ ถึงไม่ประสบความสำเร็จสักที

เราอาจเคยได้ยินกันมาบ้างว่าคนอายุน้อยก็เป็นซีอีโอได้ แต่ก็มีบางคนที่อายุมากแล้วแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควร ซึ่งก็เป็นเพราะโอกาสในชีวิตของคนเราไม่เท่ากันนั่นเอง แล้วเคยสงสัยกันบ้างไหมว่าคนที่ทำงานเก่ง ๆ จนได้เป็นซีอีโอตั้งแต่อายุยังน้อยเนี่ยเขามีนิสัยในการทำงานอย่างไร ถ้าเริ่มอยากรู้แล้วก็ลองมาแอบดูนิสัยของคนวัย 35 จากเว็บไซต์ mashable.com และเราก็เชื่อว่าหากใครลองเปลี่ยนมาทำตามดูชีวิตในหน้าที่การงานจะราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน

1. สำรวจความรู้ของตัวเอง

คนที่ประสบความสำเร็จรุ่นใหญ่หลายคนก็ไม่ได้เรียนจบปริญญามาแต่ทำไมถึงรวยได้ ก็เพราะเขามีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งนั่นเอง และนำความรู้ที่มีอยู่ก็ทำเงินได้มหาศาล ดังนั้นเลิกตั้งคำถามให้ตัวเองสักทีได้แล้วว่าทำไมถึงไม่รวย ให้เปลี่ยนมาถามตัวเองดีกว่าว่าเราเก่งเรื่องอะไรมากที่สุด

2. รู้จุดแข็งตัวเอง

เป็นนิสัยที่ตัวเราควรคิดตกตะกอนให้เร็วที่สุดว่าเราถนัดเรื่องอะไร ซึ่งจุดแข็งนี่แหละจะเป็นคำตอบให้กับคุณเองว่าควรหันเหชีวิตไปทางไหน ดังนั้นในแต่ละวันที่ลืมตื่นขึ้นมาก็อย่าลืมถามตัวเองว่า วันนี้เราต้องพัฒนาตัวเองอะไรบ้าง

3. รู้จุดอ่อนตัวเอง

ข้อที่แล้วพูดถึงสิ่งที่คุณถนัด ในข้อนี้ลองหันกลับมามองสิ่งที่ไม่ถนัดบ้าง ซึ่งสิ่งที่ไม่ถนัดถือเป็นจุดอ่อนที่สามารถฉุดความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของคุณได้ ดังนั้นทุกครั้งที่มีการนำเสนอผลงานของตัวเอง ก็อย่าลืมขอคำติชมด้วย คุณจะได้รู้ว่าต้องปรับปรุงในเรื่องอะไร

4. เรียนรู้ที่จะเป็นตัวแทนของใคร

นิสัยในข้อนี้ฟังดูอาจร้ายกาจไปหน่อย เพราะดูเหมือนจะสอนให้เราหัดเลื่อยขาเก้าอี้คนอื่นซึ่งมันก็ไม่ได้หมายความแบบนั้นซะทีเดียวนะ นิสัยข้อนี้ควรทำเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่เราขาดไปนั่นเอง เช่น หัวหน้าคุณเป็นคนทำงานเก่งมาก บริหารงานได้คล่องแคล่วไปหมด คุณก็ควรแอบจำวิชาเขามาฝึกปรือบ้าง ดีไม่ดีคุณอาจจะเหนื่อยกับงานน้อยลง เพราะรู้ทันสไตล์การทำงานของหัวหน้านั่นเอง

5. คว้าทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิต

หลายคนต้องพลาดโอกาสเรื่องงานไปเพียงเพราะการต่อรองไม่ได้อย่างใจต้องการ แทนที่จะใช้โอกาสที่ได้รับนั้นแสดงความสามารถของตัวเอง ค่อยไปต่อรองให้ได้ในสิ่งที่ต้องการในทีหลัง ดังนั้นเมื่อมีคนหยิบยื่นโอกาสให้เราได้แสดงฝีมือก็อย่าเรียกร้องอะไรมากนักควรนำใช้โอกาสนั้นให้เป็นประโยชน์ดีกว่า

6. เลือกทำในสิ่งที่คุณรู้สึกภูมิใจ

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนใหญ่จะภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างมาก เขาจะสามารถเล่าให้เราฟังอย่างละเอียดจนเห็นภาพได้เลยว่างานที่เขาทำเป็นอย่างไร ดังนั้น หยุดค้นหางานที่คิดว่าน่าจะทำแก้ขัดไปก่อนได้ แต่ควรหางานที่คิดว่าคุณสามารถเต็มที่กับมันได้จะดีกว่า เพราะคุณจะมีความตั้งใจให้งานออกมาดี

7. เรียนรู้จากข้อผิดพลาด ไม่ใช่จากสิ่งที่ประสบความสำเร็จแล้ว

คนที่มีผลงงานสร้างชื่อมากมายมักจะไม่ชื่นชมกับความสำเร็จเหล่านั้นมากนัก แต่จะหันไปสนใจกับสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ เพราะพวกเขาต้องการเรียนรู้ปัญหาใหม่ ๆ นั่นเอง ดังนั้นหากสิ่งไหนที่ประสบความสำเร็จแล้วก็ควรนำกลับมาทบทวนตัวเองว่า มีอะไรบ้างที่เราทำดีแล้ว และมีอะไรบ้างที่เราควรทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม


8. หาเวลาออกไปท่องเที่ยวบ้าง

การที่ขยันทำงานโดยที่เคยไม่ลาป่วย ลากิจ หรือลาพักร้อนเลย บางครั้งเจ้านายก็ไม่ได้ปลาบปลื้มใจเท่าไรนัก เพราะนั่นกำลังหมายถึงว่าพนักงานคนนี้ไม่คิดจะเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในชีวิตบ้าง ดังนั้นใช้สิทธิ์วันหยุดของตัวเองแล้วออกไปท่องโลกกว้างบ้างก็ได้ อย่างน้อยมันก็จะช่วยเติมพลังให้คุณมีไฟในการทำงาน

9.ปรับตัวเข้ากับสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ

ประสบการณ์แย่ ๆ จากการทำงานที่เคยเจอมาอาจทำให้คุณจำฝังใจและไม่อยากเจอะเจออีกเลยในชาตินี้ เช่น ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ไม่ชอบเจ้านาย หรือแม้แต่ไม่ชอบบรรยากาศในออฟฟิศ จนกลายเป็นว่าเมื่อไรที่คุณรู้สึก "ไม่ใช่" ขึ้นมา ก็คิดหาทางจะหนีไปหาสิ่งใหม่ ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกที่ก็มีปัญหาเหมือนกันหมด ดังนั้นลองปรับตัวเข้ากับสิ่งนั้นดูก่อน อาจทำให้รู้ว่าความจริงแล้วก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

10. รับฟังคอมเม้นท์เรื่องงานอย่างเป็นกลาง

ฟีดแบ็กเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณรู้ว่าคุณเป็นที่ยอมรับมากแค่ไหนในสายตาคนอื่น ดังนั้นอย่ากลัวที่จะอ่านคอมเม้นท์จากคนอื่น เพราะคอมเม้นท์ทั้งหมดเป็นตัวสะท้อนจุดบอดที่คุณทำพลาดไป ถือเป็นข้อดีนะ เพราะเมื่อไรที่คุณก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งใหญ่ขึ้นคงไม่มีใครบอกให้รู้ตัวกันหรอก

11. รู้จักนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ

นิสัยในข้อนี้สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นผู้นำที่แฝงอยู่ในตัวคุณ ดังนั้นเมื่อไรที่คุณผุดไอเดียใหม่ ๆ ก็นำเสนอออกมาบ้าง คนอื่นจะได้เห็นว่าคุณมีความเอาใจใส่ในงานที่ทำ

12. รู้จักที่จะปฏิเสธซะบ้าง

คำว่า "ไม่" สำหรับน้องใหม่ไฟแรงอาจจะพูดได้ไม่เต็มปากนัก แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณมีงานล้นมือ คาดว่าเคลียร์ไม่ทัน ก็ควรใช้คำนี้ให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้คนอื่นรู้ว่าตัวคุณเองมีการบริหารจัดการงานของตัวเองในระดับหนึ่งนะ แต่ไม่ใช่ว่าเอะอะก็ปฏิเสธไว้ก่อนโดยที่ยังไม่ได้ดูความเป็นไปได้เลย อันนั้นก็คงดูไม่งามค่ะ

13. สังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจบ้าง

การเข้าสังคมกับที่ทำงานจำเป็นอย่างมาก ถือเป็นกิจกรรมที่บ่งบอกว่าคุณก็มีตัวตนอยู่ในบริษัท แต่ก็ไม่ต้องถึงกับต้องตีซี้กับคนในออฟฟิศไปทั่วหรอก นัดกินข้าวกับคนที่คลิกกับคุณจริง ๆ เท่านั้นก็พอ อย่างน้อยเวลาเกิดปัญหาเรื่องงานก็ยังมีเพื่อน ๆ คอยให้คำปรึกษา


14. ควรมีผู้ใหญ่ไว้ปรึกษาเรื่องงาน

เบื้องหลังของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคนมักจะมีกุนซือหนุนหลังกันแทบทุกคน เพราะคนที่ผ่านประสบการณ์มาเยอะมักจะมองอะไรออกกว่าคนประสบการณ์น้อย ซึ่งถึงแม้ว่าตัวเราเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการตัวเล็ก ๆ ก็ควรมีผู้ใหญ่ที่พร้อมจะให้คำปรึกษาเอาไว้บ้างเพื่อคอยให้คำแนะนำ คอยเตือนว่าอะไรทำแล้วดี อะไรไม่ควรทำ

15.วางตัวให้ดีบนโซเชียลมีเดีย

แม้ว่าโซเชียลมีเดียจะสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอย่างไร ข้อมูลก็สามารถถูกแฮคข้อมูลได้อยู่ดี ดังนั้นควรใช้พื้นที่ตรงนี้ทำแต่เรื่องดี ๆ ดีกว่า เช่น การแชร์ข่าวที่มีสาระ โพสต์เรื่องราวที่น่าติดตาม รวมถึงการใช้คำพูดสุภาพ การทำแบบนี้จะทำให้ผู้อื่น

16. รู้จักใช้ LinkedIn สร้างคอนเน็กชั่น

ลิงค์อิน (LikedIn) เป็นเว็บไซต์สื่อกลางด้านธุรกิจ ที่ส่วนใหญ่จะมีแต่คนที่โปรไฟล์เริด ๆ ใช้งานกัน ดังนั้น หากต้องการยกระดับคุณภาพตัวเอง ก็ลองใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์นี้ดู แล้วจะพบว่ามันช่วยสร้างคอนเน็กชั่นให้คุณได้มากทีเดียว อีกทั้งยังทำให้คุณรับรู้ข่าวสารแวดวงธุรกิจก่อนใครอีกด้วย

17. อัพเดทพอร์ตงานของตัวเองเสมอ

ในบางสายงานก็จะพิจารณาจากประสบการณ์เป็นหลัก ซึ่งพอร์ตงานจำเป็นอย่างมากที่จะช่วยการันตีได้ถึงความสามารถของคุณ และยังช่วยนำทางไปสู่โอกาสการงานที่รุ่งโรจน์ในเวลาต่อมา ดังนั้นควรอัพเดทผลงานของตัวเองอยู่เสมอ และเลือกเก็บผลงานเฉพาะที่คุณคิดว่าเจ๋งจริงเท่านั้นก็พอ

18. รู้วิธีขายตัวเอง

หากคุณไม่พูดโฆษณาตัวเองก็คงไม่ใครรู้ได้ว่าคุณทำอะไรเป็นบ้าง ดังนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าจุดแข็งของเราคืออะไร ใช้สกิลตรงนี้เป็นจุดขายซะเลย ซึ่งถ้าคุณสามารถพูดเชียร์ตัวเองได้อย่างไหลลื่น ไม่ติดขัด คนฟังก็จะเชื่อมั่นตามไปด้วยว่าคุณมีความสามารถจริง แต่ก็อย่าโม้เกินจริงล่ะ ถ้าเกิดทำไม่ได้อย่างที่พูดจะยุ่งเอา

19.รู้วิธีต่อรองเงินเดือนในฝัน

หลายคนอาจต้องพลาดงานที่ตัวเองอยากทำเพียงเพราะต่อรองเงินเดือนไม่เป็น ซึ่งความจริงแล้วไม่ยากเลยเพียงแค่เสนอเงินเดือนให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน หากคุณเจ๋งกว่ามาตรฐานที่เขากำหนดก็อาจเรียกเงินเดือนสูงกว่านี้นิดหน่อยได้ อย่างไรก็ตามอย่าเรียกเงินเดือนน้อยไปจนดูเหมือนเราไม่มีทางเลือก


20. ไม่ดองงาน

ไม่ว่าสไตล์การทำงานของใครจะเป็นอย่างไรก็มักจะมีปลายทางเหมือนกันคือ ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ ซึ่งบางคนอาจมีอารมณ์อินดี้ไปบ้างคือจะทำงานเมื่ออยากทำเท่านั้น ทำให้งานมากองไม่ถูกเคลียร์ไปเป็นวันต่อวัน ดังนั้นลองใช้วิธีของคนมือโปรที่เขาทำกันก็คือ รีบจัดการให้เสร็จก่อนกำหนดเวลา เผื่อเวลาเอาไว้แก้ไขนั่นเอง

21.รายงานความคืบหน้าเรื่องงานตลอด

อีเมลเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันได้ว่าคุณทำงานอะไรไปแล้วบ้าง ดังนั้นไม่ว่าระบบงานจะยืดหยุ่นแค่ไหน คุณก็ควอีเมลแจ้งหัวหน้าเป็นรายวันว่าวันนี้คุณทำอะไรบ้าง ถึงแม้เขาจะไม่เปิดอ่านก็ตาม อย่างน้อย ๆ ถ้าใครมาหาว่าคุณไม่ทำงาน คุณก็จะได้มีหลักฐานไปงัดกับเขานะ

22.รู้วิธีแสดงความเสียใจ

ในการสมัครงานก็เหมือนการเดินเข้าสนามรบอย่างหนึ่ง ที่ต้องมีผู้ชนะก็ต้องมีผู้แพ้ ดังนั้นคุณก็ควรรู้วิธีแสดงความเสียใจกับผู้แพ้อย่างถูกต้องด้วย เช่น ถ้าคุณได้ตอบรับเข้าทำงาน ในขณะที่ผู้สมัครอีกคนไม่ได้ คุณก็ควรมีคำพูดให้กำลังใจเขาสักหน่อย ดีกว่าโบกมือบาย ๆ พร้อมคำพูดว่า "เสียใจด้วย"

23.เตรียมอุปกรณ์ทำงานพร้อมใช้เสมอ

มันคงดูไม่ดีเท่าไรนัก ถ้าคุณมาทำงานในสภาพที่หลง ๆ ลืม ๆ สิ่งของที่จำเป็นต่อการทำงาน ทำให้ต้องหยิบยืมเพื่อนข้างโต๊ะ ซึ่งบ่อยครั้งเข้าเขาต้องรู้สึกไม่ดีแน่ ดังนั้นควรทำลิสต์รายการเลยว่าในแต่ละเดือนมีอะไรบ้างที่คุณต้องใช้ทำงาน การมีอุปกรณ์ครบแบบนี้จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างไหลลื่น ไม่ต้องเสียเวลาเดินขอยืมใคร


24. รู้ข้อจำกัดในร่างกายตัวเอง

สุขภาพกับคนทำงานเป็นของคู่กัน และยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย เพราะในแต่ละวันที่คุณออกแรงทำงานก็เหมือนกับการใช้จ่ายสุขภาพไปทีละน้อยด้วยเช่นกัน ดังนั้น ควรหาเวลาฟิตร่างกายบ้างเพื่อให้พร้อมกับการทำงานบ้าง

25.ให้ความสำคัญกับการนอน

เรื่องงานมักจะเบียดเบียนเวลานอนของเราได้เสมอ ดังนั้นคุณก็ควรตั้งเหล็กให้กับตัวเองเลยว่าจะเข้านอนเวลาไหน และต้องนอนให้ได้กี่ชั่วโมง เพราะการนอนหลับอย่างเพียงพอจะทำให้ร่างกายมีสมาธิเพียงพอในการทำงานด้วยนะ

26.รู้วิธีจัดการกับความเครียด

ความเครียดเป็นตัวศัตรูตัวฉกาจสำหรับร่างกายของเรา เมื่อไรที่รู้สึกเครียดแล้ว ร่างกายแย่ลง จิตใจก็ห่อเหี่ยวไม่อยากทำอะไรตามไปด้วย ดังนั้นควรหาวิธีเฉพาะตัวสักหนึ่งอย่างเอาไว้สู้รบปรบมือกับความเครียดที่ชอบมาเยือน เช่น ออกไปเดินเล่น ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น

27. ไม่พูดขอโทษพร่ำเพรื่อ

คำว่าขอโทษเป็นสิ่งที่คนสุภาพเขาทำกันก็จริง แต่ถ้าทำบ่อย ๆ คงโดนสงสัยว่าคุณเป็นพวกติ๋ม ไม่สู้คนแน่ ดังนั้นพูดขอโทษกับเรื่องที่เราทำผิดจริงดีกว่านะ ส่วนทำผิดพลาดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ใช้คำว่า "จะแก้ไขทันทีครับ/ค่ะ" แทนแล้วกัน น่าจะเหมาะสมกว่าเนอะ

28. ไม่ขโมยไอเดียคนอื่นมาเป็นของตัวเอง

แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกก็เกิดขึ้นมาจากการลอกเลียนแบบกันไปมาทั้งนั้น แต่สำหรับเรื่องงานแล้วการลอกเลียนงานคนอื่นเป็นเรื่องน่าเกลียดอย่างมาก ควรเอามาปรับเปลี่ยนใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปบ้าง ดังนั้นถ้าหากจำเป็นต้องทำจริง ๆ ก็นำมาใช้เป็นแนวทางได้ แต่ถ้าลอกมาทั้งดุ้นก็คงไม่ไหวนะ

29. มีแผนสำรองในชีวิตเสมอ

คนที่มีประสบการณ์ในชีวิตมาในระดับหนึ่ง จะค้นพบว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะต้องมองหาหลักประกันชีวิตในด้านอื่นเอาไว้ด้วย เช่น การทำประกันชีวิต ดังนั้นถ้าหน้าที่การงาน และชีวิตส่วนตัวลงตัวดีแล้ว ก็อย่าใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ต้องหันมาวางแผนรับมือกับสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้เอาไว้ด้วย


30.หารายได้เสริม

รู้หรือไม่ว่างานประจำที่ทำอยู่ก็ช่วยให้เรามีรายได้เสริมได้เหมือนกันถ้าคุณรู้จักพลิกแพลงวิธีนิดหน่อย เช่น ถ้าคุณเป็นที่ปรึกษาการตลาดอยู่แล้ว ก็อาจจะลองบริหารกิจการออนไลน์เล็ก ๆ ดูบ้างดีไม่ดีอาจทำกำไรมากกว่างานประจำที่ทำอยู่ แถมยังได้ความรู้จากการลงมือทำจริงด้วย

31.วางแผนชีวิตตัวเองในวัยเกษียณ

หากคุณอยู่ในวัยเพิ่มเริ่มทำงานประจำขอแนะนำว่าให้เก็บเงินให้ได้มากที่สุด อย่าเพิ่งคิดเอาเงินไปลงทุนอะไร เพราะในช่วงการใช้ชีวิตวัยทำงานแรก ๆ ยังไม่มีภาระหนี้สินเท่าไรนัก เมื่อทำงานไปได้สัก 2-3 ปี ถึงตอนนั้นจะเอาเงินมาลงทุนก็ยังไม่สาย ส่วนใครที่มีอายุงานมากแล้วก็ขอให้วางแผนชีวิตในวัยเกษียณของตัวเอง หยุดหาหนี้สินเพิ่มได้แล้ว เพราะแก่ตัวไปจะไม่มีแรงทำงานปลดหนี้เอาน่ะสิ

32. เพิ่มมูลค่าให้กับตัวเอง

หลายคนทำงานหนักเพราะหวังว่าอนาคตจะสบาย เลยไม่ค่อยตอบแทนรางวัลอะไรให้ตัวเองมากนัก ซึ่งหากใครที่ไม่รู้จะให้รางวัลอะไรตัวเอง ก็ลองลงทุนกับตัวเองดูด้วยการสมัครคอร์สเรียนพิเศษ เช่น เรียนภาษา เรียนทำขนม หรือเรียนงานฝีมือ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าความสามารถพิเศษเหล่านี้จะทำให้เรามีรายได้เสริมทีหลัง

33. คืนกำไรสู่สังคม

ส่วนใหญ่นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จแล้วจะมองถึงเรื่องการคืนกำไรให้สังคม เช่น การตั้งกองทุนบริจาค เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือตามค่ายต่าง ๆ เป็นต้น เพราะพวกเขาคิดว่าได้จากสังคมมามากพอแล้ว ซึ่งคนธรรมดาอย่างเราก็สามารถทำได้โดยการบริจาคเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยเหลือโครงการเพื่อการกุศลบ้าง

34.ค้นพบสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่เราจะเห็นคนดังที่ประสบความสำเร็จแล้ว บั้นปลายชีวิตกลับผันตัวเองไปทำในสิ่งที่แทบไม่ก่อให้เกิดรายได้ แต่ทำแล้วมีความสุข นั่นอาจเป็นเพราะว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาลืมมองหาความสุขที่ใช่สำหรับตัวเอง ดังนั้นเราก็ใช้คติในข้อนี้มาเป็นบทเรียนตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยการกำหนดเป้าหมายเอาไว้ด้วยว่าจะทำงานไปถึงเมื่อไหร่ และหลังจากนั้นจะทำอะไรต่อ เพราะมันเป็นสัจธรรมที่ว่าบทบาทในสังคมของเราย่อมมีวันหมดอายุ

35. ให้รางวัลตัวเองทุกวัน

ในแต่ละวันเราอาจไม่ได้ทำในสิ่งที่เรารักได้แบบเต็มเวลา แต่เราก็สามารถแบ่งเวลาไปทำในสิ่งที่เรารักได้นี่นา โดยการแบ่งเวลาสัก 2 ชั่วโมง ด้วยการดูหนังโปรดสักเรื่อง หรือกินข้าวนอกบ้านอาทิตย์ละครั้ง เพื่อปลดปล่อยความเครียด เป็นการชาร์จพลังใจให้เราอยากตื่นมาทำงานในทุกวัน

 

ขอบคุณที่มาจาก กระปุก.คอม

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 35 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของคนวัย 35 ที่น่าเลียนแบบ , , 35 , เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ , ของคนวัย , 35 , ที่น่าเลียนแบบ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เล่น... พัฒนาอัจฉริยภาพ

เล่น... พัฒนาอัจฉริยภาพ
เปิดอ่าน 8,051 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สลัดผักดีกับสุขภาพจริง แต่ต้องกินให้ถูกวิธีด้วยเช่นกัน☕ คลิกอ่านเลย
สลัดผักดีกับสุขภาพจริง แต่ต้องกินให้ถูกวิธีด้วยเช่นกัน
เปิดอ่าน 8,559 ครั้ง
ยากับน้ำผลไม้ อันตรายกว่าที่คิด☕ คลิกอ่านเลย
ยากับน้ำผลไม้ อันตรายกว่าที่คิด
เปิดอ่าน 8,774 ครั้ง
ตรวจสอบฮวงจุ้ยที่บ้านคุณ☕ คลิกอ่านเลย
ตรวจสอบฮวงจุ้ยที่บ้านคุณ
เปิดอ่าน 7,351 ครั้ง
คู่มือถนอมผิวสวยใต้แสงแดด☕ คลิกอ่านเลย
คู่มือถนอมผิวสวยใต้แสงแดด
เปิดอ่าน 11,070 ครั้ง
ลายมือคนที่บั้นปลายของชีวิตมีเงินทอง มีหลักฐานมั่นคง☕ คลิกอ่านเลย
ลายมือคนที่บั้นปลายของชีวิตมีเงินทอง มีหลักฐานมั่นคง
เปิดอ่าน 19,541 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เป็นเบาหวาน ทานวุ้นเส้น ดีจริงหรือ?เป็นเบาหวาน ทานวุ้นเส้น ดีจริงหรือ?
เปิดอ่าน 8,500 ครั้ง
ดีปลีดีปลี
เปิดอ่าน 10,110 ครั้ง
พระลักษมี พระลักษมี
เปิดอ่าน 12,186 ครั้ง
ฝึกอ่านอังกฤษกับนิทานโดยครูเชอรี่ English Brightฝึกอ่านอังกฤษกับนิทานโดยครูเชอรี่ English Bright
เปิดอ่าน 29,146 ครั้ง
เกณฑ์สอบผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2555 (ว22-ว23)เกณฑ์สอบผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2555 (ว22-ว23)
เปิดอ่าน 17,812 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ