ความเป็นมาและความสำคัญ
ผลการดำเนินงานการนิเทศภายในที่ผ่านมา พบว่า ครูบางส่วนยังขาดทักษะและความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ กระบวนการนิเทศภายในที่ผ่านมา ยังเน้นการประเมินตรวจสอบมากกว่า การพัฒนาไม่สามารถยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ ได้อย่างต่อเนื่องจึงออกแบบนวัตกรรมโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในแบบร่วมพัฒนามุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของครูและผู้บริหารเพื่อส่งเสริมให้ครูสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์
1.เพื่อพัฒนาการนิเทศภายในแบบร่วมพัฒนาด้วยรูปแบบ Co-APULORE Model เพื่อเสริมสร้างทักษะ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูให้มีประสิทธิภาพ
2.เพื่อเสริมสร้างทักษะครูด้านการออกแบบและจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
3.เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community: PLC) ภายในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
กระบวนการนิเทศ 7 ขั้นตอน
1 วิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน (Co-Analyze) ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสำรวจสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็น
(Need Assessment) โดยผู้บริหารและครูร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน
2 วางแผนนิเทศร่วมกัน(Co-Planning) กำหนดแนวทาง และแผนการนิเทศ โดยมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาร่วมกัน
3 เสริมสร้างความรู้ร่วมกัน (Co-Up Skills Enhancement) จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่ครูทุกคน เพื่อฝึกทักษะเทคโนโลยีใหม่ๆ เน้นการลงมือทำจริง (Hands-on)
4 ออกแบบจัดการเรียนรู้ร่วมกัน (Co-Lesson Planning) เป็นการนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบแล้วมาแลกเปลี่ยนนำเสนอในกลุ่ม
เพื่อร่วมกันออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้อง เหมาะสมกับการนำไปใช้จริงในชั้นเรียน
5 สังเกตชั้นเรียนร่วมกัน (Co-Observation) การเข้าสังเกตการสอนในห้องเรียน (Open Classroom) ดูพฤติกรรมการเรียนรู้ ของนักเรียนและการใช้สื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ของครู
6 สะท้อนผลและเสริมแรง (Co-Reflection) สนทนาเชิงสร้างสรรค์ (After Action Review: AAR) เพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่ทำได้ดี
และสิ่งที่ควรพัฒนา โดยใช้หลักการ "ชมก่อน แก้ไขตาม"
7 ประเมินผลร่วมกัน (Co-Evaluation) สรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
1. ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร โดยผู้บริหารมีบทบาทในการกำหนดนโยบาย สนับสนุนทรัพยากร และขับเคลื่อนการนิเทศอย่างต่อเนื่อง
2. การมีส่วนร่วมของครู โดยครูทุกคนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของกระบวนการนิเทศ ทำให้เกิดความเป็นเจ้าของและมีความมุ่งมั่นในการพัฒนา
3. กระบวนการนิเทศที่เป็นระบบ รูปแบบ CO-APULORE Model มีขั้นตอนชัดเจน 7 ขั้นตอน และดำเนินงานเป็นวงจรทำให้การพัฒนามีทิศทาง ต่อเนื่อง และตรวจสอบได้
4. การพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องมีการอบรม PLC และ Coaching อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ครูเกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะจริงในบริบทงาน
5. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งในการนิเทศและการจัดการเรียนรู้ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพและความทันสมัยในการจัดการเรียนรู้
6. การใช้ข้อมูลเป็นฐาน มีการใช้ข้อมูลจากการสังเกตชั้นเรียนและผลลัพธ์ผู้เรียน ทำให้การพัฒนามีความแม่นยำและตรงจุด
7. การสะท้อนผลและการให้ข้อมูลย้อนกลับ มีการสะท้อนผลและเสริมแรงอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับปรุงและพัฒนาได้ทันที
8. วัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ เกิดการทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และช่วยเหลือกัน
9. ความสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน โดยนวัตกรรมพัฒนาจากปัญหาและบริบทจริงของโรงเรียน
ผลการดำเนินงาน
1.โรงเรียนมีนวัตกรรมพัฒนาการนิเทศภายในแบบร่วมพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการและบริบทของโรงเรียน
2.ครูได้พัฒนาความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จัดการเรียนรู้เชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ
3.ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
4.ผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน