การพัฒนาโครงการโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้รูปแบบ (HOPE)² MODEL โรงเรียนวัดใหม่เจริญผล
หน่วยงาน: โรงเรียนวัดใหม่เจริญผล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ
เพื่อพัฒนาโครงการโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดย
ใช้รูปแบบ (HOPE)² MODEL โรงเรียนวัดใหม่เจริญผล
ศึกษากระบวนการการพัฒนาโครงการโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้
ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้รูปแบบ (HOPE)² MODEL โรงเรียนวัดใหม่เจริญผล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2
เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ด้วย 〖(HOPE)〗^2 MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่21 โรงเรียนวัดใหม่เจริญผล
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 204 คน ประกอบด้วย ครูและบุคลากรทางการศึกษา 7 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 7 คน นักเรียนระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 36 จำนวน 95 คน และผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 36 จำนวน 95 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าเฉลี่ย ( μ ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( σ)
กระบวนการดำเนินงานขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (HOPE)² MODELซึ่งเป็นการบูรณาการ
องค์ประกอบ ได้แก่ ช่วยเหลือ (Help) การสร้างสุขภาวะ (Healthy) การมอบโอกาส (Opportunity) การตั้งเป้าหมาย (Objective) การฝึกฝนจนชำนาญ (Practice) การดึงส่วนร่วมจากชุมชน (People) การใช้นวัตกรรมการสอน (Education) และการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Environment) โดยใช้กลไก
วงจรคุณภาพ (PDCA) การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) และชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในด้าน 3Rs 8Cs
ตามเป้าหมายของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี
จากการประเมินตามรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ปรากฏผลวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณดังนี้ ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อม (Context) อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.54, σ = 0.42 ) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) อยู่ในระดับมาก ( μ u = 4.48, σ = 0.45 ) ด้านกระบวนการ (Process) อยู่ในระดับมากที่สุด ( μ = 4.57, σ = 0.52 ) และด้านผลผลิต (Product) อยู่ในระดับมากที่สุด ( μ = 4.57, σ = 0.51 )
สำหรับผลการประเมินความพึงพอใจภาพรวมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานอยู่ใน
ระดับมากที่สุด ( μ = 4.69, σ = 0.49$ ) ขณะที่ผลการประเมินตนเองของนักเรียน ในภาพรวมปรากฏผล
อยู่ในระดับมากที่สุด ( μ = 4.59, σ = 0.49 )
ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของนวัตกรรมในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนภายใต้บริบทพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญประกอบด้วย การใช้อิสระในการบริหารจัดการตามหลัก SBM ที่เน้นความคล่องตัว การสร้างพลังเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งในรูปแบบ "บวรทรอม" (บ้าน-วัด-โรงเรียน) ที่ดึงปราชญ์ชาวบ้านและชุมชนเข้ามาเป็นนิเวศการเรียนรู้ และกระบวนการ PLC ที่ส่งเสริมบทบาทครู
จากผู้สอนเป็นผู้อำนวยการการเรียนรู้ ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อความยั่งยืน ได้แก่ การปรับโครงสร้างเวลาเรียนสู่รูปแบบบูรณาการ (Block Grant Time) เพื่อเพิ่มพื้นที่การปฏิบัติจริง