ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > การงานอาชีพและเทคโนโลยี > ปลูกเมล่อนหน้าแล้ง

ปลูกเมล่อนหน้าแล้ง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 14 มี.ค. 2556 เปิดอ่าน : 15,113 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปลูกเมล่อนหน้าแล้ง

Advertisement

เมล่อนหรือแคนตาลูป เป็นพืชเศรษฐกิจประเภทแตงอีกชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมบริโภคกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีรสชาติดี เนื้อนุ่ม หวานฉ่ำและมีกลิ่นหอม ใช้ประกอบของหวานและเครื่องดื่มหลายชนิด จึงเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาดี

มีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนของทวีปแอฟริกา ไม่ชอบอากาศหนาวเย็นจัด ชอบอากาศอบอุ่น แต่ไม่ร้อนจัด อุณหภูมิที่เหมาะอยู่ที่ 25- 30 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน และ 18-20 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน การปลูกควรยกแปลงให้สูง 30-40 ซม. มีร่องน้ำกว้างเพื่อการระบายน้ำที่ดี และไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิมในฤดูติดกัน ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของดินควรอยู่ที่ 6.0-6.5 ถ้ามีค่าต่ำกว่านี้ ต้องปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง ของดินให้สูงขึ้นด้วยปูนขาว หยอดเมล็ดลงในหลุมในแปลงปลูกได้โดยตรง จำนวนหลุมละ 2-4 เมล็ด แล้วจึงถอนแยกให้เหลือต้นที่แข็งแรงเพียง 1 ต้นเท่านั้น

แช่เมล็ดในน้ำหรือน้ำอุ่น สูงพอท่วมหลังเมล็ดประมาณ 6 ซม. หุ้มด้วยผ้าเปียกน้ำหมาด ๆ ต่ออีก 1 คืน สังเกตว่าเมล็ดมีรากขาวเริ่มออกมาแล้วจึงค่อยนำไปเพาะต่อในวัสดุเพาะ แล้วจึงรดด้วยสารละลายป้องกันกำจัดเชื้อราเจือจาง ในการเพาะกล้าแตง เริ่มจากวัสดุปลูกที่ให้ผลดีที่สุดใกล้เคียงกับพีทมอส เช่น ขุยมะพร้าวที่ร่อนเอาเส้นใยออกไปแล้ว ผสมกับปุ๋ยคอกและทรายหยาบที่ร่อนเอาเม็ดกรวดออกไปแล้ว ในอัตรา 1 : 1 : 1 หรือดินร่วนที่ผ่านการตากแดดฆ่าเชื้อและนำมาย่อยจนละเอียดดีแล้วอีก 1 ส่วน เพื่อช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้กับต้นกล้าอีกทางหนึ่ง เมื่อคลุกเคล้าวัสดุปลูกที่ต้องการใช้ให้เข้ากันดีแล้ว ทำการกรอกวัสดุปลูกลงในกระบะเพาะกล้า หรือถุงพลาสติกเพาะกล้า ทำการหยอดเมล็ดลงในกระบะหรือถุงเพาะหลุมละ 1 ต้น ให้ลึกประมาณ 2 ซม. กลบเมล็ดด้วยวัสดุเพาะชนิดเดียวกัน รดน้ำให้ชุ่ม ก่อนนำไปวางไว้ในที่ร่ม รำไร ไม่ให้โดนแสงแดดจัดโดยตรง ขนาดของต้นกล้าที่แข็งแรงพอที่จะย้ายปลูกได้ คือที่ใบจริงประมาณ 2-3 ใบ

การเตรียมพื้นที่ควรเริ่มต้นด้วยการไถดะในระดับความลึกไม่น้อยกว่า 60 ซม. จากนั้นไถแป เพื่อย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปูนขาวใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ในอัตรา 1,500-2,000 กก.ต่อไร่ พรวนดินอีกครั้งเพื่อคลุกเคล้าให้ปุ๋ยคอกผสมกับดินให้ทั่วป้องกันวัชพืชด้วยพลาสติกคลุมแปลงกลบชายพลาสติกด้วยดินข้างแปลงให้เรียบร้อย เจาะรูบนพลาสติกเป็น 2 แถว ตามความยาวแปลง ระหว่างแถวห่างกัน 80 ซม. และระหว่างหลุมในแถวห่างกัน 0.5 ซม. ในพื้นที่ 1 ไร่ หรือ 1,600 ตร.ม. จะสามารถปลูกได้ 3,200 ต้น

ในต้นแตงหนึ่งต้นควรให้ติดลูกเพียงหนึ่งผลเพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด หรืออย่างมากไม่เกิน 2 ผล หลังจากปลูกได้ประมาณ 14 วัน ปักค้างให้กับต้นแตง มีความสูงจากผิวดินไม่น้อยกว่า 1.80 ซม. ในกรณีปลูก 2 แถว อาจผูกไม้ค้าง 2 ฝั่ง เข้าหาเป็นกระโจมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้มากขึ้นก็ได้ เมื่อต้นแตงเริ่มมีการแตกกิ่งแขนงออกมา ให้ปลิดกิ่งแขนงที่เกิดขึ้นต่ำกว่าข้อที่ 8 และสูงกว่าข้อที่ 12 ออกโดยปลิดแขนงออกตั้งแต่ยังมีขนาดเล็กและปล่อยกิ่งแขนงที่เกิดขึ้นระหว่างข้อที่ 8-12 ไว้ให้เป็นที่เกิดของดอกตัวเมียที่จะติดเป็นผลต่อไป

ก่อนการเก็บเกี่ยว 1 สัปดาห์ ลดปริมาณการให้น้ำแก่ต้นแตงลงทีละน้อย จนถึง 2 วันก่อนเก็บเกี่ยว ให้ลดน้ำลงจนกระทั่งต้นแตงปรากฏอาการเหี่ยวในช่วงกลางวัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำตาลในผลแตงและลดปัญหาการแตกของผลแตงก่อนการเก็บเกี่ยว แตงที่มีความหวานอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เป็นที่ต้องการของตลาด ควรมีค่าความหวานอยู่ที่ประมาณ 14 องศาบริกซ์ขึ้นไป หรืออย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 12 องศาบริกซ์ ยิ่งมีค่ามากยิ่งหวานมาก และเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น

สำหรับแตงพันธุ์เบาจะมีอายุการเก็บเกี่ยว 60-65 วัน หลังหยอดเมล็ด หรือ 30-35 วัน หลังดอกบาน , พันธุ์ปานกลางจะมีอายุเก็บเกี่ยว 70-75 วัน หลังหยอดเมล็ด หรือ 40-45 วัน หลังดอกบาน ส่วนพันธุ์หนักจะมีอายุเก็บเกี่ยวเกินกว่า 80-85 วัน หลังเพาะเมล็ดหรือ 50-55วัน หลังดอกบาน.

 

ขอบคุณที่มาจาก คอลัมน์ ทิศทางเกษตร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปลูกเมล่อนหน้าแล้ง , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
จำปี ดอกจำปี ต้นจำปี

จำปี ดอกจำปี ต้นจำปี
เปิดอ่าน 10,148 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ขนุนอินโดนีเซีย

ขนุนอินโดนีเซีย
เปิดอ่าน 7,865 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ม่วงส่าหรี

ม่วงส่าหรี
เปิดอ่าน 17,513 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ทำได้จริง!!เทคนิคการปลูกกล้วยให้เครือหันออกไปทางทิศเดียวกัน☕ คลิกอ่านเลย
ทำได้จริง!!เทคนิคการปลูกกล้วยให้เครือหันออกไปทางทิศเดียวกัน
เปิดอ่าน 33,609 ครั้ง
ดอกดาหลา☕ คลิกอ่านเลย
ดอกดาหลา
เปิดอ่าน 21,935 ครั้ง
ว่านหางช้าง☕ คลิกอ่านเลย
ว่านหางช้าง
เปิดอ่าน 11,609 ครั้ง
เคล็ดลับการซักรีดให้เสื้อผ้าหอมคงทน☕ คลิกอ่านเลย
เคล็ดลับการซักรีดให้เสื้อผ้าหอมคงทน
เปิดอ่าน 40,242 ครั้ง
มะขามป้อม☕ คลิกอ่านเลย
มะขามป้อม
เปิดอ่าน 10,811 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อ่านหนังสือแล้วง่วง ทำไงดี มาทางนี้ซิ เรามีคำตอบอ่านหนังสือแล้วง่วง ทำไงดี มาทางนี้ซิ เรามีคำตอบ
เปิดอ่าน 13,243 ครั้ง
รายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษารายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เปิดอ่าน 13,192 ครั้ง
กินอาหารต้านแก่แบบไทยๆกินอาหารต้านแก่แบบไทยๆ
เปิดอ่าน 13,178 ครั้ง
ISCi : episode 53 - น้ำเรืองแสงISCi : episode 53 - น้ำเรืองแสง
เปิดอ่าน 7,152 ครั้ง
9 ตุลาคม วันไปรษณีย์โลก9 ตุลาคม วันไปรษณีย์โลก
เปิดอ่าน 7,249 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ