ที่มาและความสำคัญของปัญหา/ความต้องการ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่ในการดำเนินงานนิเทศภายในอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ครูและบุคลากรสามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ราชกิจจานุเบกษา, 2562) ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยเน้นการพัฒนาการเรียนรู้ในชั้นเรียน และให้ความสำคัญกับการนิเทศที่เน้นการเรียนรู้ร่วมกันมากกว่าการควบคุมตรวจสอบ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2565) การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่จำเป็นในอนาคต เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งส่งผลให้ครูต้องมี การปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปสู่ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2562) โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนเป็นสำคัญ จำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนภายในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในกลไกสำคัญคือ การนิเทศภายใน
การนิเทศภายในโรงเรียน เป็นกระบวนการในการปฏิบัติงานทางการศึกษาที่ผู้บริหารโรงเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียนร่วมมือกันจัดขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน อันจะนำมาซึ่งสัมฤทธิ์ผลสูงสุดในการเรียนของนักเรียน และเพื่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นในตัวผู้เรียนในทุกด้าน โดยบุคลากรในโรงเรียนรวมถึงเป็นการพัฒนาความก้าวหน้าของครูอีกทางหนึ่งด้วย การนิเทศภายในโรงเรียนมีความจำเป็นต่อครู ทั้งนี้เพราะความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ ทำให้ครูต้องพัฒนาตนเอง ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาของการนิเทศได้ตรงจุด และตรงกับความต้องการของโรงเรียน (รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ, 2559) อีกทั้งยังช่วยพัฒนาผู้สอนให้มีความรู้ ทักษะ ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานตำแหน่งครู ช่วยส่งเสริมให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรในสถานศึกษา ขยายองค์ความรู้ใน การปฏิบัติงาน ส่งผลให้ครูและบุคลากรได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของการจัดการศึกษา และพัฒนาระบบการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา (สถิรพร เชาวน์ชัย, 2567)
อย่างไรก็ตาม สภาพการนิเทศภายในในปัจจุบันของโรงเรียนบ้านใหม่พนมทองยังประสบปัญหาในหลายประการ ทั้งในด้านโครงสร้าง กระบวนการ และการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสถานศึกษา กล่าวคือ การนิเทศส่วนใหญ่ยังขาดการวางแผนร่วมกันระหว่างครูกับผู้นิเทศอย่างเป็นระบบ การนิเทศมักเกิดขึ้นในลักษณะของการตรวจเยี่ยมและประเมินเอกสารมากกว่าการร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ ทำให้ครูมองว่าการนิเทศเป็นเพียงกิจกรรมที่ต้อง ผ่านให้ได้ มากกว่าการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่าหลังการนิเทศยังขาดการติดตามผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไม่ได้นำไปใช้ปรับปรุงพัฒนาการสอนอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น การนิเทศภายในของโรงเรียนยังขาดเครื่องมือ หรือรูปแบบที่มีแนวทางชัดเจน ทำให้กระบวนการนิเทศไม่สามารถตอบสนองต่อบริบทของห้องเรียนในยุคปัจจุบันได้อย่างแท้จริง อีกทั้ง ครูจำนวนหนึ่งยังขาดความเข้าใจและทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เช่น การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) หรือการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญในปัจจุบัน เมื่อครูขาดความพร้อมในการออกแบบและจัดการเรียนรู้ดังกล่าว การนิเทศจึงไม่สามารถยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนได้อย่างแท้จริง และไม่บรรลุเป้าหมายเชิงพัฒนาตามที่สถานศึกษาคาดหวังไว้
2.2 วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
1) เพื่อส่งเสริมให้ครูสามารถนําผลจากกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาไปใช้ในการพัฒนาและ
ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน
2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านใหม่พนมทองให้ดีขึ้นจากกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการนิเทศภายใน
เป้าหมายเชิงปริมาณ
1) ครูไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 นำผลการนิเทศภายในสถานศึกษาไปใช้ในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของตนเองอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับแนวทางที่ได้รับข้อเสนอแนะ
2) นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ อยู่ในระดับคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป ตามเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศึกษา
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
1) การดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลในเชิงพัฒนา โดยครูผู้สอนสามารถสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ของตนเอง และนำข้อเสนอแนะจากผู้นิเทศไปปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม
2) นักเรียนมีพัฒนาการด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น อันเป็นผลมาจากกระบวนการจัด การเรียนรู้ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้การนิเทศแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ SMART-SUPER Model