ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 18 ต.ค. 2559 เปิดอ่าน : 7,934 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

Advertisement

ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ
โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

ความเจริญก้าวหน้าขององค์กร ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ระดับประเทศ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการ ที่สำคัญคือบุคลากรที่อยู่ในองค์กรนั้น

ประชาชนของประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย เป็นผู้ที่มีศักยภาพในระดับสูง มีความรู้ มีวินัย และมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่ผู้บริหารประเทศเหล่านั้นให้ความสำคัญกับการศึกษา ดำเนินการปรับปรุง ปฏิรูป การบริหารการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารประเทศอย่างดีเยี่ยม ทำให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดมา แต่ก็ยังไม่ทันกับความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ ของโลก จำเป็นจะต้องมีการปฏิรูปการศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่อนุบาลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย (สายสามัญศึกษา และสายวิชาชีพ) และอุดมศึกษา (สายสามัญศึกษาและสายวิชาชีพ) ในระดับต่ำกว่าปริญญา ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และบัณฑิตศึกษาหรือเทียบเท่า และถ้าจะให้สมบูรณ์ควรรวมถึงการให้การศึกษากับประชาชนไปจนตลอดชีวิต

เป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายประเทศไทย 4.0 ถือได้ว่าเป็นวิสัยทัศน์เชิงรุกที่ดี และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่กำลังจะมีการประกาศใช้ ได้กำหนดให้มีการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่จะต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ โดยหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว จะต้องดำเนินการปฏิรูปภายในหนึ่งปี และจะต้องดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผลภายในห้าปี รวมทั้งกำหนดให้จัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ต่อเนื่องไปในอนาคต รัฐบาลได้เร่งดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี แบ่งเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2560 จะดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆ รวม 10 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ การเกษตร ศักยภาพคนไทย ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การป้องกันการทุจริต ทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม รายได้ประชาชน นวัตกรรมและการวิจัย และระบบโทรคมนาคม

นอกเหนือไปจากการเสนอนโยบาย วิสัยทัศน์ และวางแผนในอนาคต รัฐบาลได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะดำเนินการปรับปรุงการศึกษาของประเทศอย่างจริงจัง โดยเห็นได้จากงบประมาณปี 2560 ที่จัดสรรให้กระทรวงศึกษาธิการ 519,292.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19% จากงบประมาณทั้งประเทศ จำนวน 2,733,000 ล้านบาท นับว่าเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด รวมถึงกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญของระบบการศึกษาก็ได้รับงบประมาณจำนวน 11,868.7 ล้านบาท

มีข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ มากมายจากทุกภาคส่วนที่มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการบริหารการศึกษาของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน คือ หลักสูตร ผู้เรียน และผู้สอน โดยผู้สอนน่าจะเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด จึงขอเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนอย่างเร็วที่สุด ในเรื่องค่าตอบแทนและการบริหารงานบุคคลในส่วนของครูและอาจารย์

คงจะเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าการเลือกสาขาวิชาในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนนั้น ความชอบและความถนัดเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือค่าตอบแทนที่จะได้รับ เมื่อสำเร็จการศึกษาไปประกอบอาชีพ ประเทศของเราจึงมีแพทย์ วิศวกร ที่มีความสามารถระดับนานาชาติมากมาย การเพิ่มค่าตอบแทนให้บุคลากรของรัฐกลุ่มที่เป็นครูและอาจารย์ จะเป็นสิ่งที่กระตุ้นความสนใจของนักเรียนที่มีผลการเรียนดี (รวมถึงผู้ปกครอง) และควรเพิ่มให้อยู่ในระดับเดียวกัน (หรือมากกว่า) กับบุคลากรของรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทเอกชน

เมื่อให้ค่าตอบแทนครูและอาจารย์ในระดับสูงสุด (เมื่อเทียบกับสาขาอาชีพอื่นๆ) แล้ว ควรที่จะมีเส้นทางการประกอบอาชีพที่ชัดเจน นั่นคือจะต้องปรับเปลี่ยนการบริหารงานบุคคล ตั้งแต่การรับเข้า การพัฒนา การเลื่อนขั้น จนถึงเกษียณอายุราชการ ตัวอย่างเช่น ควรได้ทำงานในภูมิลำเนาเดิมของตน (ซึ่งจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการสร้างบ้านพัก) เมื่อได้รับการเลื่อนขั้นก็ไม่จำเป็นต้องย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น เป็นต้น

การปรับเปลี่ยนในสองประเด็นที่เสนอนี้ จะทำให้ประเทศของเราได้ครูและอาจารย์รุ่นใหม่ ซึ่งอาจเรียกได้ว่า “ครูและอาจารย์รุ่น 4.0” มาร่วมในการปฏิรูปการศึกษาไทย เพื่อเข้าสู่ “การศึกษาไทย 4.0” เมื่อปฏิรูปการศึกษาไทยได้สำเร็จ (ซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร) ประชาชนในประเทศของเราจะเป็นประชาชนที่มีศักยภาพ มีวินัย และมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน เช่นเดียวกับพลเมืองของประเทศที่พัฒนาแล้ว และการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ให้เป็น ประเทศไทย 4.0” ก็จะสามารถดำเนินการให้สำเร็จได้โดยใช้เวลาที่ไม่นานเกินไปตามที่ทุกคนมุ่งหวัง

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

 

ขอบคุณที่มาจาก มติชนออนไลน์ วันที่: 18 ต.ค. 59

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ , , ปฏิรูปการศึกษา , คือ , รากฐานของการปฏิรูปประเทศ , โดย , รศ.วุฒิชัย , กปิลกาญจน์ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คุณครูหายไปไหนครับ?

คุณครูหายไปไหนครับ?
เปิดอ่าน 15,872 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์☕ คลิกอ่านเลย
แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์
เปิดอ่าน 26,152 ครั้ง
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ
เปิดอ่าน 9,534 ครั้ง
การศึกษาไทย 2.0☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทย 2.0
เปิดอ่าน 9,293 ครั้ง
เรื่องที่คุณครูต้องอ่าน☕ คลิกอ่านเลย
เรื่องที่คุณครูต้องอ่าน
เปิดอ่าน 7,729 ครั้ง
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561) ☕ คลิกอ่านเลย
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
เปิดอ่าน 30,898 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฟื้นความทรงจำ  ลำนำบทอาขยานย้อนยุคฟื้นความทรงจำ ลำนำบทอาขยานย้อนยุค
เปิดอ่าน 57,764 ครั้ง
กำแพงกั้นเสียงกำแพงกั้นเสียง
เปิดอ่าน 11,267 ครั้ง
สารพัดคุณประโยชน์จาก"ผักบุ้ง" เสริมสุขภาพ-กันโรคยิ่งทานยิ่งดีสารพัดคุณประโยชน์จาก"ผักบุ้ง" เสริมสุขภาพ-กันโรคยิ่งทานยิ่งดี
เปิดอ่าน 14,779 ครั้ง
เติมน้ำมันให้คุ้มที่สุด เติมน้ำมันให้คุ้มที่สุด
เปิดอ่าน 7,174 ครั้ง
FOCUS ประเด็นจาก PISA : การกำกับดูแลที่มีประสิทธิผลส่งผลอย่างไรต่อการเรียนรู้FOCUS ประเด็นจาก PISA : การกำกับดูแลที่มีประสิทธิผลส่งผลอย่างไรต่อการเรียนรู้
เปิดอ่าน 4,376 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ