ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง กาพย์ยานี 11 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านระบบคลังสื่อ OBEC Content Center

การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการคิด คุณธรรม และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง (พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542) อีกทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา และการพัฒนาทักษะการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกัน ตลอดจนการใช้สื่อและนวัตกรรมทางการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการเรียนรู้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2565) นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยังได้พัฒนาระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมสื่อ การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สนับสนุนให้ครูสามารถนำสื่อดิจิทัลไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (คู่มือการใช้งานระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center, 2565)

จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาในการเรียนรู้เรื่องกาพย์ยานี 11 กล่าวคือ นักเรียนขาดความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะคำประพันธ์ ฉันทลักษณ์ จำนวนคำ การสัมผัส และการอ่านทำนองเสนาะ ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถแต่งกาพย์ยานี 11 ได้ถูกต้องตามรูปแบบ อีกทั้งนักเรียนบางส่วนขาดความสนใจในการเรียน เนื่องจากเห็นว่าเนื้อหามีความยาก ซับซ้อน และเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการจดจำ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสาระวรรณคดีและวรรณกรรมอยู่ในระดับที่ควรได้รับการพัฒนา ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยังเน้นการอธิบายของครูเป็นหลัก ทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้น้อย ขาดโอกาสในการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและฝึกปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของทิศนา แขมมณี ที่กล่าวว่าการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง จะช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง (ทิศนา แขมมณี. 2564:94) จากสภาพปัญหาและความจำเป็นดังกล่าว ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาหลักการ แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ โดยเลือกใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันรับผิดชอบต่อความสำเร็จของกลุ่ม อันสอดคล้องกับแนวคิดของ Johnson และ Johnson ที่กล่าวว่าการเรียนรู้แบบร่วมมือช่วยพัฒนาทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะทางสังคม และเจตคติที่ดีต่อ การเรียน (Johnson & Johnson. 1994:25) รวมทั้งสอดคล้องกับแนวคิดของ Slavin ที่เน้นว่าการทำงานร่วมกันภายในกลุ่มจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้และเกิดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง (Slavin. 1995:12) นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) ของ Vygotsky ที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติและการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่น (Vygotsky. 1978:84) ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้จัดทำได้นำสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านระบบคลังสื่อ OBEC Content Center มาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน ช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยสื่อที่นำมาใช้ประกอบด้วย สื่อวิดีโอการอธิบายลักษณะของ กาพย์ยานี 11 สื่อภาพประกอบฉันทลักษณ์ เกมการศึกษา ใบงานดิจิทัล และแบบทดสอบออนไลน์ ซึ่งเป็นสื่อที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการเห็นภาพจริง การฟัง การฝึกปฏิบัติ และการทำกิจกรรมร่วมกันภายในกลุ่ม ส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย สนุกสนาน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมมากยิ่งขึ้น การใช้สื่อและกิจกรรมที่หลากหลายจะช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพและเกิด การเรียนรู้อย่างยั่งยืน การจัดการเรียนรู้ดังกล่าวมีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง (มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยเฉพาะตัวชี้วัดระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มุ่งให้นักเรียนสามารถท่องจำ บอกลักษณะคำประพันธ์ และแต่งคำประพันธ์ประเภทกาพย์ยานี 11 ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ดังนั้น การนำกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านระบบคลังสื่อ OBEC Content Center มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีทักษะการทำงานร่วมกัน มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ และเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย อันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพต่อไป

โพสต์โดย ชลละพบปะเพื่อนครู : [23 พ.ค. 2569 (14:09 น.)]
อ่าน [1547] ไอพี : 49.229.84.101
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 88,435 ครั้ง
ประวัติโทรทัศน์ไทย
ประวัติโทรทัศน์ไทย

เปิดอ่าน 97,430 ครั้ง
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย

เปิดอ่าน 17,455 ครั้ง
ใบชะมวง ต้านมะเร็งและแบคทีเรีย
ใบชะมวง ต้านมะเร็งและแบคทีเรีย

เปิดอ่าน 20,269 ครั้ง
"ข่า" แก้ไอเจ็บคอเสมหะผู้ใหญ่
"ข่า" แก้ไอเจ็บคอเสมหะผู้ใหญ่

เปิดอ่าน 23,305 ครั้ง
PHP Multi Elearning II
PHP Multi Elearning II

เปิดอ่าน 35,595 ครั้ง
สมุนไพรใกล้บ้าน มารู้จัก "เจตมูลเพลิง" กันดีกว่า
สมุนไพรใกล้บ้าน มารู้จัก "เจตมูลเพลิง" กันดีกว่า

เปิดอ่าน 12,762 ครั้ง
การจัดการความรู้ในโรงเรียน (ศน.ชัด บุญญา)
การจัดการความรู้ในโรงเรียน (ศน.ชัด บุญญา)

เปิดอ่าน 22,675 ครั้ง
ไขปริศนา ทำไม "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ชอบใส่เสื้อ"เหมือนกัน"ทุกวัน
ไขปริศนา ทำไม "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ชอบใส่เสื้อ"เหมือนกัน"ทุกวัน

เปิดอ่าน 1,734 ครั้ง
ศิลปะแห่งกลิ่นหอม ทำไมน้ำหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะ
ศิลปะแห่งกลิ่นหอม ทำไมน้ำหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะ

เปิดอ่าน 969 ครั้ง
แพ้อากาศ ผื่นขึ้นหน้า เกิดจากอะไรและสาเหตุหลักมีอะไรบ้าง
แพ้อากาศ ผื่นขึ้นหน้า เกิดจากอะไรและสาเหตุหลักมีอะไรบ้าง

เปิดอ่าน 2,842 ครั้ง
น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรอ่อนโยน ดีจริงไหม? ทำความสะอาดได้แค่ไหน
น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรอ่อนโยน ดีจริงไหม? ทำความสะอาดได้แค่ไหน

เปิดอ่าน 7,593 ครั้ง
อุตสาหกรรมที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมแห่งโลกอนาคต
อุตสาหกรรมที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมแห่งโลกอนาคต

เปิดอ่าน 51,572 ครั้ง
ศึก เอล กลาซิโก้ คืออะไร
ศึก เอล กลาซิโก้ คืออะไร

เปิดอ่าน 26,663 ครั้ง
เคล็ดลับๆก่อนอาบน้ำ
เคล็ดลับๆก่อนอาบน้ำ

เปิดอ่าน 150,221 ครั้ง
"ความแตกต่างระหว่าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กับ โรงเรียนอนุบาล" โดย ดร.สุวรรณ พิณตานนท์
"ความแตกต่างระหว่าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กับ โรงเรียนอนุบาล" โดย ดร.สุวรรณ พิณตานนท์

เปิดอ่าน 18,048 ครั้ง
กรุงศรีอยุธยา
กรุงศรีอยุธยา
เปิดอ่าน 52,789 ครั้ง
ประโยชน์ "คาเฟอีน" ในกาแฟ
ประโยชน์ "คาเฟอีน" ในกาแฟ
เปิดอ่าน 16,449 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : ปรัชญาการศึกษาไทยในปัจจุบันคือ?
ตูนส์ศึกษา : ปรัชญาการศึกษาไทยในปัจจุบันคือ?
เปิดอ่าน 22,955 ครั้ง
ดื่มเติมภูมิกันหวัด กระดูก-หัวใจแข็งแรง
ดื่มเติมภูมิกันหวัด กระดูก-หัวใจแข็งแรง
เปิดอ่าน 1,025 ครั้ง
สกินแคร์ฟื้นฟูผิวคืออะไร ต่างจากสกินแคร์ทั่วไปอย่างไร ?
สกินแคร์ฟื้นฟูผิวคืออะไร ต่างจากสกินแคร์ทั่วไปอย่างไร ?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ