การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนานวัตกรรมการนิเทศเชิงระบบด้วย RUNGNAPHA
Model ในการขับเคลื่อนหลักสูตรสถานศึกษาบูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 2) เพื่อพัฒนาครูให้มีสมรรถนะการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา 3) เพื่อศึกษาความสามารถของครูในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาบูรณาการแหล่งเรียนรู้ 4) เพื่อศึกษาสมรรถนะของผู้เรียนก่อนและหลังการใช้นวัตกรรม และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูที่มีต่อกระบวนการนิเทศเชิงระบบดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ครูผู้สอนที่รับผิดชอบงานวิชาการหรืองานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย นวัตกรรมการนิเทศเชิงระบบ RUNGNAPHA Model , คู่มือการใช้รูปแบบการนิเทศ , เครื่องมือดิจิทัลและแพลตฟอร์มแหล่งเรียนรู้ , และคู่มือการใช้งานระบบบริหารจัดการการบูรณาการการเรียนรู้ Active Learning กับแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองคือปีการศึกษา 2567 ถึง 2568 ตัวแปรต้น คือ รูปแบบการนิเทศ RUNGNAPHA Model และตัวแปรตาม ได้แก่ ประสิทธิภาพของโมเดล สมรรถนะและความสามารถของครูในการจัดทำและพัฒนาหลักสูตร สมรรถนะของผู้เรียน และความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อการนิเทศ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบสมมติฐานด้วยค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t - test Dependent)
ผลการศึกษา พบว่า
1. ด้านนวัตกรรมการนิเทศ: นวัตกรรมการนิเทศเชิงระบบด้วย RUNGNAPHA Model
มีหลักการพัฒนาบนพื้นฐานแนวคิดการนิเทศแบบกัลยาณมิตร (Clinical Supervision) ที่เน้นการสะท้อนคิด และทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change) เพื่อเปลี่ยนบทบาทศึกษานิเทศก์ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการร่วมสร้าง (Co-creation) สามารถขับเคลื่อนหลักสูตรสถานศึกษาบูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์
2. ด้านสมรรถนะและความสามารถของครู: ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการ
จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และมีความสามารถในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาบูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเครื่องมือดิจิทัลได้อย่างเป็นระบบ
3. ด้านสมรรถนะผู้เรียน: ผู้เรียนมีสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพิ่มขึ้นหลังจากการ
ใช้นวัตกรรมการนิเทศเชิงระบบ รวมถึงสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมในบริบทการจัดการเรียนรวมยุคใหม่
4. ด้านความพึงพอใจ: ครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศเชิงระบบโดยใช้
RUNGNAPHA Model ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาสื่อสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างมีนัยสำคัญ