ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก

1. สภาพปัญหาปัจจุบัน/ ปัญหา

1.1 สภาพปัญหาปัจจุบัน/ ปัญหา

ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร การแสวงหาความรู้ และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในทุกด้าน โดยเฉพาะทักษะการอ่านและการเขียน ซึ่งถือเป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญของกระบวนการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนดให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญด้านการสื่อสาร และมีความสามารถในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องเหมาะสม ทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก พบว่า ผู้เรียนบางส่วนยังมีปัญหาด้านการอ่านออกเขียนได้ โดยเฉพาะการอ่านคำพื้นฐาน การสะกดคำ การเขียนคำศัพท์ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย การใช้คำในการสื่อสารยังขาดความแม่นยำ รวมทั้งมีข้อจำกัดด้านการจดจำคำศัพท์ ส่งผลให้ผู้เรียนขาดความมั่นใจในการอ่านและการเขียน และส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาภาษาไทยและรายวิชาอื่นที่ต้องอาศัยทักษะด้านภาษาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้

สาเหตุอีกประการหนึ่งเกิดจากรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการท่องจำและการเรียนรู้แบบบรรยาย ทำให้ผู้เรียนขาดโอกาสในการลงมือปฏิบัติจริง ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ และไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การใช้ในสถานการณ์จริงได้ ส่งผลให้การเรียนรู้ภาษาไทยของผู้เรียนไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมหรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) และมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของผู้เรียนในระดับประถมศึกษา

1.2 แนวทางการแก้ปัญหา/พัฒนา

จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก พบว่า ผู้เรียนบางส่วนยังมีปัญหาด้านการอ่านออกเขียนได้ โดยเฉพาะการอ่านคำพื้นฐาน การสะกดคำ การเขียนคำศัพท์ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย และสาเหตุอีกประการหนึ่งเกิดจากรูปแบบ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการท่องจำและการเรียนรู้แบบบรรยาย ทำให้ผู้เรียนขาดโอกาสในการลงมือปฏิบัติจริง

ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้จัดทำจึงสนใจวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning บูรณาการการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning : GBL) เป็นแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเกมที่ออกแบบให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยเกมสามารถกระตุ้นความสนใจ สร้างแรงจูงใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ผ่านการคิด การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการลงมือปฏิบัติจริง อีกทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดในการเรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาไทย นอกจากนี้ การนำบัญชีคำพื้นฐานมาประยุกต์ใช้ร่วมกับกิจกรรมเกม ยังช่วยพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการจดจำคำศัพท์ของผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

ในการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ครั้งนี้ ผู้จัดทำได้นำกระบวนการ NAFAK Model มาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการมีส่วนร่วม การฝึกปฏิบัติ การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และการสะท้อน ผลการเรียนรู้ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และสามารถพัฒนาทักษะด้านภาษาไทยได้อย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้จัดทำจึงสนใจพัฒนาการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก” เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์พื้นฐานให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนของนักเรียนในรายวิชาภาษาไทยสูงขึ้น และส่งเสริมความสามารถในการนำความรู้ไปใช้ในการสื่อสารในสถานการณ์จริง ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย มีความใฝ่เรียนรู้ มีความมั่นใจ และเห็นคุณค่าของการอ่านและการเขียน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

1.3 จุดประสงค์

1. เพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่านและการเขียนคำศัพท์พื้นฐานให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทยโดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model

2. เพื่อพัฒนาผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O – NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาภาษาไทย

1.4 เป้าหมาย

เป้าหมายเชิงปริมาณ

- นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก ปีการศึกษา 2568 จำนวน 3 คนมีผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านและการเขียนคำศัพท์พื้นฐานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80

- นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก ปีการศึกษา 2568 มีคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O – NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาภาษาไทย สูงกว่าระดับประเทศ

เป้าหมายเชิงคุณภาพ

- นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก มีความรู้ ความเข้าใจด้านการอ่านและการเขียนคำศัพท์พื้นฐานได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย และสามารถอ่านออกเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- นักเรียนสามารถนำความรู้และทักษะด้านการอ่านและการเขียนไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารและการเรียนรู้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นผ่านกิจกรรมเกมเป็นฐานการเรียนรู้

- นักเรียนมีความพร้อมในการเข้ารับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สามารถนำความรู้และทักษะทางภาษาไทยไปใช้ในการทำข้อสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ขั้นตอนการดำเนินงาน

2.1 การออกแบบผลงาน/นวัตกรรม

ครูผู้สอนได้พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้ (Game-Based Learning : GBL) เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้บัญชีคำพื้นฐานเป็นสื่อสำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน มีส่วนร่วม และสามารถพัฒนาทักษะด้านการอ่านและการเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สอนได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ NAFAK Model ซึ่งเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยบูรณาการเกมการศึกษาเข้ากับกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อกระตุ้นความสนใจและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน ทั้งนี้ ได้มีการออกแบบกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

2.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม

กระบวนการการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. N – Needs Analysis (การวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของผู้เรียน)

ขั้นตอนแรกของนวัตกรรม NAFAK Model คือการวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็นของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยครูผู้สอนได้ศึกษาสภาพปัญหาด้านการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก พบว่านักเรียนบางส่วนยังอ่านคำพื้นฐานไม่คล่อง สะกดคำไม่ถูกต้อง เขียนคำผิดและขาดความมั่นใจในการใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร ทั้งยังมีความแตกต่างระหว่างบุคคลด้านทักษะทางภาษาอย่างชัดเจน ครูผู้สอนจึงดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลผ่านแบบทดสอบวัดทักษะการอ่าน และการเขียน การสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน การสัมภาษณ์ และการตรวจชิ้นงาน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมการเรียนรู้ จากนั้นจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อน และช่องว่างทางการเรียนรู้ (Learning Gaps) ของผู้เรียนแต่ละคน

นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกคำศัพท์จากบัญชีคำพื้นฐานภาษาไทยที่เหมาะสมกับระดับชั้นและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้เรียน เช่น คำศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสิ่งรอบตัว เพื่อใช้เป็นเนื้อหาหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจความหมายของคำศัพท์และนำไปใช้ได้จริง ในชีวิตประจำวัน อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการออกแบบกิจกรรมเกมและการพัฒนาทักษะด้านภาษาไทย ให้ตรงตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน

2. A – Active Learning (การจัดการเรียนรู้เชิงรุก)

ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้ โดยครูผู้สอนได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับเกมเป็นฐานการเรียนรู้ (Game-Based Learning) กิจกรรมการเรียนรู้ถูกออกแบบให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับประถมศึกษา เช่น เกมบิงโกคำศัพท์ เกมจับคู่คำ เกมต่อคำ เกมเรียงประโยค และเกมสะกดคำ ซึ่งแต่ละกิจกรรมมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกอ่าน ฝึกคิด และฝึกเขียนไปพร้อมกัน ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการแข่งขัน การทำงานเป็นกลุ่ม และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ทำให้บรรยากาศการเรียนรู้มีความสนุกสนานและลดความตึงเครียดในการเรียนภาษาไทย

ในการดำเนินกิจกรรม ครูผู้สอนได้บูรณาการการเรียนรู้เข้ากับ “กิจกรรมการขับเคลื่อนคุณภาพ ด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา ตามนโยบาย ปีการศึกษา 2568 ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 โดยนำแนวทาง และเป้าหมายของนโยบายดังกล่าวมาใช้เป็นกรอบในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านภาษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ครูผู้สอนยังเชื่อมโยงคำศัพท์และเนื้อหากับสถานการณ์ใกล้ตัว เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำประสบการณ์เดิมมาเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ใหม่ ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้น ในการเรียน กล้าแสดงออก และมีความมั่นใจในการใช้ภาษาไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Student-Centered Learning ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

3. F – Focused Practice (การฝึกทักษะอย่างมุ่งเน้น)

ขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการฝึกทักษะด้านการอ่านและการเขียนอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะตามจุดอ่อนของผู้เรียนแต่ละคน ครูผู้สอนได้นำผลการวิเคราะห์จากขั้น Needs Analysis มาใช้ในการออกแบบกิจกรรมฝึกทักษะเฉพาะด้าน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างตรงจุดและเหมาะสมกับระดับความสามารถของตนเอง การฝึกทักษะใช้บัญชีคำพื้นฐานเป็นแกนหลักในการเรียนรู้ โดยผู้เรียนจะได้ฝึกอ่านคำ สะกดคำ เขียนคำ และนำคำศัพท์ไปใช้ในประโยคหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านกิจกรรมเกมและแบบฝึกที่หลากหลาย เช่น เกมเติมคำ เกมเรียงคำ เกมแข่งขันสะกดคำ และกิจกรรมเขียนจากภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนเกิดการจดจำคำศัพท์ได้ดีขึ้นและสามารถใช้ภาษาได้ถูกต้อง นอกจากนี้ ครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมฝึกซ้ำอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความแม่นยำ และความชำนาญในการอ่านและการเขียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะของตนเองได้ตามศักยภาพ และเกิดความภาคภูมิใจเมื่อสามารถอ่านและเขียนได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

4. A – Assessment & Feedback (การประเมินผลและการให้ข้อมูลย้อนกลับ)

ขั้นตอนการประเมินผลและการให้ข้อมูลย้อนกลับ เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยติดตามและพัฒนาความสามารถด้านการอ่านออกเขียนได้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยครูผู้สอนได้ดำเนินการประเมินผลทั้งก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน เพื่อศึกษาพัฒนาการของผู้เรียนและนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการประเมินผล ครูผู้สอนได้ใช้วิธีการประเมินที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพจริงของผู้เรียน ทั้งการใช้แบบทดสอบด้านการอ่านและการเขียน แบบฝึกทักษะ การสังเกตพฤติกรรมระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมเกม การตรวจชิ้นงาน และการประเมินจากการปฏิบัติกิจกรรมรายบุคคลและรายกลุ่ม เพื่อสะท้อนผลารเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมการเรียนรู้

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการทดสอบตามกิจกรรมการขับเคลื่อนคุณภาพด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา ตามนโยบาย “ปีการศึกษา 2568 ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ซึ่งช่วยให้ครูผู้สอนได้ทราบระดับความสามารถด้านการอ่านออกเขียนได้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และสามารถนำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนพัฒนาผู้เรียนได้ตรงตามจุดที่ควรส่งเสริมและปรับปรุง

ในส่วนของการให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ครูผู้สอนได้ให้คำแนะนำแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ทั้งในระหว่างการทำกิจกรรมและหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม โดยใช้วิธีการเสริมแรงทางบวก ชี้แนะข้อบกพร่องและอธิบายแนวทางการแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในข้อผิดพลาดของตนเอง สามารถปรับปรุงและพัฒนาทักษะด้านการอ่านและการเขียนได้อย่างต่อเนื่อง กระบวนการดังกล่าวส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในพัฒนาการของตนเอง มีแรงจูงใจในการเรียนรู้มากขึ้น กล้าแสดงออก และสามารถพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ตามศักยภาพของตนเอง นำไปสู่การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. K – Knowledge Enhancement (การเสริมสร้างและต่อยอดองค์ความรู้)

ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ NAFAK Model คือการเสริมสร้างและต่อยอดองค์ความรู้ด้านภาษาไทย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้อย่างยั่งยืน ครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมที่ช่วยทบทวนและขยายองค์ความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ ความหมาย การใช้คำ และโครงสร้างภาษาไทยในบริบทที่หลากหลาย ผู้เรียนได้ฝึกนำคำศัพท์จากบัญชีคำพื้นฐานไปใช้ในการอ่าน การเขียน การพูด และการสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การแต่งประโยค การเล่านิทาน การเขียนเรื่องจากภาพ และการเล่นเกมภาษาไทยที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจความหมายของคำศัพท์ อย่างลึกซึ้ง และเลือกใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ กระบวนการดังกล่าวยังช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความมั่นใจ ในการใช้ภาษาไทย และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืนต่อไป

2.3 ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานด้านประสิทธิภาพของนวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก” มีการดำเนินกิจกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและปรากฏผลการพัฒนาอย่างชัดเจน ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะด้านการอ่านและการเขียนไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งในกิจกรรมการเรียนการสอนและการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ นวัตกรรมดังกล่าวยังมีการประยุกต์ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ โดยนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning : GBL) มาบูรณาการร่วมกับกระบวนการ NAFAK Model เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน มีส่วนร่วม และพัฒนาทักษะได้ตรงตามศักยภาพของตนเอง ส่งผลให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านออก เขียนได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินงานยังสะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า ทั้งด้านบุคลากร เวลา และงบประมาณ โดยครูผู้สอนได้ออกแบบและพัฒนาสื่อ เกม และกิจกรรมจากวัสดุที่มีอยู่ในโรงเรียนและบริบทใกล้ตัวของผู้เรียน ทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในสถานศึกษา อีกทั้ง ผลการดำเนินงานยังสอดคล้องกับเป้าหมายของสถานศึกษาและนโยบาย “ปีการศึกษา 2568 ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านการอ่านและการเขียนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะ ทางภาษาไทยที่ดีขึ้น มีความมั่นใจในการสื่อสาร และเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาไทย

2.4 การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินงานนวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก” ประสบความสำเร็จได้จากความร่วมมือของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง ครูผู้สอน และนักเรียน ซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน การดำเนินกิจกรรม การติดตามผล และการประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้รับ การพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และสามารถยกระดับทักษะการอ่านออกเขียนได้ตามเป้าหมายของสถานศึกษาและนโยบาย “ปีการศึกษา 2568 ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

ผู้อำนวยการสถานศึกษา

ผู้อำนวยการสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานนวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน บ้านนาแฝก” โดยให้การสนับสนุนด้านนโยบาย การบริหารจัดการ และการกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้ครูผู้สอนได้พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับนโยบาย “ปีการศึกษา 2568 ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ตลอดจนสนับสนุนทรัพยากร สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ทำให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

คณะครู

คณะครูมีส่วนร่วมในการร่วมวางแผน ออกแบบกิจกรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของผู้เรียน รวมทั้งร่วมให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาสื่อ เกม และกิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละระดับความสามารถ นอกจากนี้ ยังร่วมติดตามพัฒนาการของผู้เรียน ช่วยสะท้อนผลการดำเนินงาน และร่วมประเมินผลการจัดกิจกรรมเพื่อให้การพัฒนาผู้เรียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกด้าน

ผู้ปกครอง

ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน โดยช่วยกำกับ ดูแล และส่งเสริมให้นักเรียนฝึกอ่าน ฝึกเขียน และทบทวนคำศัพท์จากบัญชีคำพื้นฐานที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งให้ความร่วมมือในการติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน และประสานงานกับครูผู้สอนในการแก้ไขปัญหาด้านการเรียนของผู้เรียน ทำให้การพัฒนาทักษะด้านภาษาไทยเกิดความต่อเนื่อง ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน

ครูผู้สอน

ครูผู้สอนเป็นผู้ดำเนินการหลักในการออกแบบและพัฒนานวัตกรรม โดยศึกษาปัญหา วิเคราะห์ผู้เรียน และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ NAFAK Model ร่วมกับการใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้ (Game-Based Learning : GBL) เพื่อกระตุ้นความสนใจและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน ครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมที่หลากหลาย เน้นการลงมือปฏิบัติจริง และส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งติดตาม ประเมินผล และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน และการเขียนได้ตรงตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน

นักเรียน

นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างกระตือรือร้น ผ่านกิจกรรมเกมภาษาไทยที่ส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้เรียนได้ฝึกอ่านคำพื้นฐาน ฝึกสะกดคำ และฝึกเขียนจากกิจกรรมที่หลากหลาย ทำให้เกิดความสนุกสนานและมีความมั่นใจ ในการใช้ภาษาไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นักเรียนยังมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การสะท้อนผลการเรียนรู้ และการช่วยเหลือกันภายในกลุ่ม ส่งผลให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ และสามารถพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้อย่างต่อเนื่อง

3. ผลสำเร็จและประโยชน์ที่ได้รับ

3.1 ผลสำเร็จ

การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก มีผลการพัฒนาตามวัตถุประสงค์ ข้อที่ 1 เพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่านและการเขียนคำศัพท์พื้นฐานให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model ดังนี้

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก โดยมีผลเฉลี่ยการพัฒนาทักษะด้านการอ่านก่อนเรียน 16.66 หลังเรียน 26.00 คิดเป็นผลต่างในการพัฒนา +10.66 สะท้อนถึงการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก มีผลการพัฒนาทักษะด้านการอ่านดีขึ้น

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก โดยมีผลเฉลี่ยการพัฒนาทักษะด้านการเขียนก่อนเรียน 14.00 หลังเรียน 22.00 คิดเป็นผลต่างในการพัฒนา +8.00 สะท้อนถึงการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก มีผลการพัฒนาทักษะด้านการเขียนดีขึ้น

ผลสำเร็จอีกประการหนึ่งของการดำเนินงานการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก สอดคล้องกับนโยบาย “ปีการศึกษา 2568 ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 อย่างเป็นรูปธรรม โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก มีพัฒนาการด้านการอ่าน และการเขียน มีผลการทดสอบ ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม (สีเขียว) ตามประกาศสรุปผลการทดสอบคุณภาพด้านการอ่าน การเขียนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ของโรงเรียนในสังกัด รับรองคุณภาพนักเรียนสู่เป้าหมาย “ดาวจรัสแสงแห่ง PLK 3” ประจำปีการศึกษา 2568 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 11 มีนาคม 2569 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3

โรงเรียนบ้านนาแฝกมีผลการทดสอบคุณภาพด้านการอ่าน การเขียนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม (สีเขียว) นักเรียนอ่านและเขียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 100 ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านภาษาไทยอยู่ในระดับดี สามารถอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นผลมาจากการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้ (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model ที่ช่วยกระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ส่งผลให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำข้อสอบ O-NET ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทยได้เป็นอย่างดี

ผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อพัฒนาผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาภาษาไทย พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาภาษาไทย สูงกว่าระดับประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้ (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ดังนี้

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2568 รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า โรงเรียนบ้านนาแฝกมีคะแนนเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 54.33 คะแนน ขณะที่คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศอยู่ที่ 47.60 คะแนน แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนมีผลการทดสอบสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ 6.73 คะแนน

3.2 ประโยชน์ที่ได้รับ

การดำเนินงานนวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก” ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายด้าน ทั้งต่อนักเรียน ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครอง ดังนี้

ประโยชน์ที่ได้รับด้านนักเรียน

นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถอ่านคำพื้นฐานภาษาไทยได้คล่องขึ้น เขียนคำศัพท์ได้ถูกต้อง และนำความรู้ไปใช้ในการเรียนและชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผู้เรียนมีความกล้าแสดงออก มีความมั่นใจในการใช้ภาษาไทย และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมโดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้ยังช่วยกระตุ้นความสนใจ ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนาน มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และสามารถเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ประโยชน์ที่ได้รับด้านครูผู้สอน

ครูผู้สอนได้พัฒนาทักษะและเทคนิคการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้ (Game-Based Learning : GBL) ทำให้ สามารถออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียนได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลจากการประเมินผลและการวิเคราะห์ผู้เรียน มาใช้ในการวางแผนพัฒนาการเรียนรู้ได้ตรงตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และเกิดการพัฒนาทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ที่ได้รับด้านผู้อำนวยการโรงเรียน

ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนโยบาย “ปีการศึกษา 2568 ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ส่งผลให้สถานศึกษามีแนวทางการพัฒนาผู้เรียนที่ชัดเจน สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ด้านภาษาไทยของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สถานศึกษาในด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

ประโยชน์ที่ได้รับด้านผู้ปกครอง

ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากนักเรียนสามารถอ่านหนังสือ เขียนคำศัพท์ และสื่อสารภาษาไทยได้ดีขึ้น ผู้ปกครองยังมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและติดตามการเรียนรู้ของบุตรหลานที่บ้าน ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านและโรงเรียน อีกทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ

4. ปัจจัยความสำเร็จ

การดำเนินงานนวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก” ประสบความสำเร็จจากการบริหารจัดการและความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยสามารถวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จตามหลัก 4M ได้แก่ Man (คน) Machine (เครื่องมือ/เทคโนโลยี) Material (สื่อและวัสดุอุปกรณ์) และ Method (วิธีการดำเนินงาน) ดังนี้

1. Man (คน)

บุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก” ให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแต่ละฝ่ายมีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

นักเรียน นักเรียนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมีความกระตือรือร้น สนใจ และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเกมภาษาไทยต่าง ๆ ผู้เรียนกล้าคิด กล้าแสดงออก และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ส่งผลให้สามารถพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนได้ดีขึ้น มีความมั่นใจ ในการใช้ภาษาไทย และเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้

ครูผู้สอน ครูผู้สอนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทและความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ผ่านกระบวนการ NAFAK Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ Game-Based Learning (GBL) ครูผู้สอนยังมีบทบาทในการติดตาม ประเมินผล และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของผู้เรียนอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนให้การสนับสนุนด้านนโยบาย การบริหารจัดการ และการส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านงบประมาณ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และการสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูผู้สอน รวมทั้งกำกับ ติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบาย “ปีการศึกษา 2568 ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีทิศทางและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ปกครอง ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน โดยช่วยดูแล ติดตาม และกระตุ้นให้นักเรียนฝึกอ่านและฝึกเขียนที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับครูผู้สอนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้เรียน ทำให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาทักษะด้านภาษาไทย ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน

2. Machine (เครื่องมือ/เทคโนโลยี)

แม้โรงเรียนจะมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการศึกษา แต่ครูผู้สอนได้มีการบริหารจัดการและเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อพื้นฐานภายในห้องเรียน บัตรคำ เกมการศึกษา แบบฝึกทักษะ และสื่อประกอบการเรียนรู้ที่ครูพัฒนาขึ้นเอง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนและสถานศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีการประยุกต์ใช้สื่อเทคโนโลยีที่โรงเรียนมีอยู่ เช่น สมาร์ททีวี โทรศัพท์มือถือ หรือสื่อออนไลน์บางส่วน มาใช้ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ตามความเหมาะสม เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน และส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

3. Material (สื่อและวัสดุอุปกรณ์)

การจัดเตรียมสื่อ วัสดุอุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน โดยครูผู้สอนได้พัฒนาสื่อการเรียนรู้จากบัญชีคำพื้นฐานภาษาไทย เช่น บัตรคำ เกมภาษาไทย แบบฝึกทักษะ และสื่อประกอบกิจกรรมที่สอดคล้องกับวัยและความสามารถของผู้เรียน รวมถึงการใช้วัสดุ ที่หาได้ง่ายในโรงเรียนและชุมชน ทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา

4. Method (วิธีการดำเนินงาน)

การดำเนินงานใช้กระบวนการ NAFAK Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Game-Based Learning (GBL) ซึ่งเป็นวิธีการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้ผ่านเกม และมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล การฝึกทักษะอย่างเป็นระบบ การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างตรงจุด ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข และสามารถพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้

5. บทเรียนที่ได้รับ

บทเรียนที่ได้รับด้านนักเรียน

1. นักเรียนเรียนรู้ได้ดีเมื่อได้ลงมือปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมเกมการศึกษา การใช้เกมช่วยกระตุ้น วามสนใจและสร้างแรงจูงใจในการเรียนภาษาไทย

2. การฝึกซ้ำผ่านกิจกรรมที่หลากหลายช่วยให้นักเรียนอ่านคล่องและเขียนได้ถูกต้องมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น นักเรียนเกิดความมั่นใจ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย

บทเรียนที่ได้รับด้านครูผู้สอน

1. การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ช่วยให้ผู้เรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

2. การใช้ Game-Based Learning ทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนสนุกและเอื้อต่อการเรียนรู้

3. การประเมินผลอย่างต่อเนื่องช่วยให้ครูวางแผนพัฒนาผู้เรียนได้ตรงจุด ครูสามารถวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของผู้เรียนได้ชัดเจนมากขึ้น

4. ครูได้พัฒนาทักษะการออกแบบสื่อ เกม และกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย

บทเรียนที่ได้รับด้านผู้อำนวยการโรงเรียน

1. การสนับสนุนด้านนโยบายและทรัพยากรมีผลต่อความสำเร็จของนวัตกรรม การส่งเสริมให้ครูใช้นวัตกรรมช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

2. การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ต้องดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ หากทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม จะช่วยให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จมากขึ้น

3. สถานศึกษาสามารถขับเคลื่อนนโยบาย “ปีทอง นักเรียนอ่านออก เขียนได้ทุกคน” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทเรียนที่ได้รับด้านผู้ปกครอง

1. ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการฝึกอ่านและเขียนที่บ้าน การติดตามและให้กำลังใจ บุตรหลานช่วยให้ผู้เรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

2. ความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียนช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

3. ผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นต่อการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนมากขึ้น ผู้ปกครองเห็นพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนของบุตรหลานอย่างชัดเจน

ข้อสังเกต

1. การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning : GBL) สามารถกระตุ้นความสนใจและส่งเสริมแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การฝึกทักษะด้านการอ่านและการเขียนอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ส่งผลให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านออกเขียนได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน

3. ผู้เรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคลด้านความสามารถในการอ่านและการเขียน จึงจำเป็นต้องออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน

4. การใช้บัญชีคำพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับบริบทใกล้ตัวของผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถจดจำคำศัพท์และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น

5. การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) อย่างต่อเนื่อง และการเสริมแรงทางบวก มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจและพัฒนาทักษะทางภาษาของผู้เรียน

6. การมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานนวัตกรรม

ข้อเสนอแนะ

1. ควรพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับความสนใจและความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน

2. ควรส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้ในรายวิชาอื่น เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในภาพรวม

3. ควรมีการติดตาม ประเมินผล และวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาผู้เรียนได้อย่างตรงจุด

4. ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการฝึกทักษะการอ่านและการเขียนของผู้เรียนที่บ้าน เพื่อให้การพัฒนาผู้เรียนเกิดความต่อเนื่อง

5. ควรพัฒนาศักยภาพครูด้านการออกแบบกิจกรรม เกมการศึกษา และการใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้เรียน

6. ควรมีการเผยแพร่และขยายผลนวัตกรรมไปยังสถานศึกษาอื่น หรือเครือข่ายทางการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน

6. การเผยแพร่/ การได้รับการยอมรับ/ รางวัลที่ได้รับ

6.1 การเผยแพร่ผลงาน

รายงานผลแบบปฏิบัติที่ดี (Best Practice) เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก ได้เผยแพร่ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) ภายในโรงเรียน และขายผลไปสู่กลุ่มสาระอื่น เช่น สังคมศึกษ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้จัดทำยังได้ดำเนินการเผยแพร่นวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก” ผ่านทางเฟซบุ๊กของโรงเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาการของนักเรียนให้ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่สนใจได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

การเผยแพร่ดังกล่าวเป็นช่องทางสำคัญในการนำเสนอรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เทคนิคการสอน สื่อและเกมการศึกษา ตลอดจนผลสำเร็จของการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในการร่วมส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน

นอกจากนี้ การเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กโรงเรียนยังช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักเรียนและครูผู้สอน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในผลงานและพัฒนาการของตนเอง อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลนวัตกรรมไปยังสถานศึกษาอื่นหรือผู้ที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้

นอกจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ยังได้มีการเผยแพร่และขยายผลนวัตกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model ไปสู่นักเรียนในระดับชั้นอื่น โดยเปิดโอกาสให้นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 5 เข้าร่วมกิจกรรมการเล่นเกมการศึกษาเกี่ยวกับคำศัพท์พื้นฐานร่วมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

6.2 การได้รับการยอมรับ/ รางวัลที่ได้รับ

นวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้รายวิชาภาษาไทย โดยใช้เกมเป็นฐานการเรียนรู้บัญชีคำพื้นฐาน (Game-Based Learning) ผ่านกระบวนการ NAFAK Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก” ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากผู้ปกครองนักเรียน โดยโรงเรียนได้มีการมอบรางวัลและประกาศผลงานความสำเร็จของนักเรียนต่อหน้าผู้ปกครองในกิจกรรมของสถานศึกษา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเชิดชูความสามารถของผู้เรียนด้านการอ่านและการเขียน การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวทำให้ผู้ปกครองได้เห็นพัฒนาการของบุตรหลานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ ความกล้าแสดงออก และความมั่นใจในการใช้ภาษาไทย ส่งผลให้ผู้ปกครองเกิดความภาคภูมิใจและมีความเชื่อมั่นต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนมากยิ่งขึ้น

ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภท 2 เป็นครูผู้สอนมากกว่า 1 ระดับชั้น และสอน 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ “การจัดการเรียนการสอนของครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบผลสำเร็จ (The Best Teacher Award)” ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปีงบประมาณ 2569

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาแฝก มีพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียน มีผลการทดสอบ ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม (สีเขียว) ตามประกาศสรุปผลการทดสอบคุณภาพด้านการอ่านการเขียนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ของโรงเรียนในสังกัด รับรองคุณภาพนักเรียนสู่เป้าหมาย “ดาวจรัสแสงแห่ง PLK 3” ประจำปีการศึกษา 2568 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 11 มีนาคม 2569 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3

โพสต์โดย บรีส : [4 มิ.ย. 2569 (10:44 น.)]
อ่าน [87] ไอพี : 1.0.140.35
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,276 ครั้ง
ดื่มน้ำแค่ไหนจึงจะพอ?
ดื่มน้ำแค่ไหนจึงจะพอ?

เปิดอ่าน 4,167 ครั้ง
ใช้ถุงพลาสติกผิดประเภท…เสี่ยงมะเร็ง
ใช้ถุงพลาสติกผิดประเภท…เสี่ยงมะเร็ง

เปิดอ่าน 10,702 ครั้ง
ประวัติความเป็นมา วันแม่
ประวัติความเป็นมา วันแม่

เปิดอ่าน 58,961 ครั้ง
ดวงอาทิตย์ ส่องแสงได้อย่างไร
ดวงอาทิตย์ ส่องแสงได้อย่างไร

เปิดอ่าน 31,362 ครั้ง
การยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี
การยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี

เปิดอ่าน 15,244 ครั้ง
มัลติมีเดีย ที่มาของการขยายเทคโนโลยีเครือข่าย
มัลติมีเดีย ที่มาของการขยายเทคโนโลยีเครือข่าย

เปิดอ่าน 36,399 ครั้ง
ยาสีฟันทำมาจากอะไร?
ยาสีฟันทำมาจากอะไร?

เปิดอ่าน 57,243 ครั้ง
เทคโนโลยีสารสนเทศกับการปฏิรูปการศึกษา
เทคโนโลยีสารสนเทศกับการปฏิรูปการศึกษา

เปิดอ่าน 24,714 ครั้ง
ตารางสีเสื้อผ้าประจำวัน
ตารางสีเสื้อผ้าประจำวัน

เปิดอ่าน 13,253 ครั้ง
เทคนิคการเรียนรู้ของไฟยน์แมน (Feynman Learning Technique)
เทคนิคการเรียนรู้ของไฟยน์แมน (Feynman Learning Technique)

เปิดอ่าน 37,848 ครั้ง
ภาวะผู้นำยุค 4.0 ในพลวัตศตวรรษที่ 21
ภาวะผู้นำยุค 4.0 ในพลวัตศตวรรษที่ 21

เปิดอ่าน 95,530 ครั้ง
ฮือฮา! รถใช้น้ำแทนน้ำมัน วิ่งได้ 56 กิโลเมตร/ลิตร
ฮือฮา! รถใช้น้ำแทนน้ำมัน วิ่งได้ 56 กิโลเมตร/ลิตร

เปิดอ่าน 15,250 ครั้ง
เล็กๆ น้อยๆ เรื่องการนอน
เล็กๆ น้อยๆ เรื่องการนอน

เปิดอ่าน 38,155 ครั้ง
ปฏิทิน ฤกษ์ดี วันธงชัย เดือนกุมภาพันธ์ 2556
ปฏิทิน ฤกษ์ดี วันธงชัย เดือนกุมภาพันธ์ 2556

เปิดอ่าน 28,164 ครั้ง
ไม่ฟัง ไม่ได้แล้ว "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ " ทำไมประเทศไทย เปลี่ยนไม่ทันโลก ?
ไม่ฟัง ไม่ได้แล้ว "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ " ทำไมประเทศไทย เปลี่ยนไม่ทันโลก ?

เปิดอ่าน 11,250 ครั้ง
มื้อเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก
มื้อเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก
เปิดอ่าน 14,910 ครั้ง
เชิญชวนสังเกตุปรากฏการณ์ธรรมชาติ สุริยุปราคา 26 มกราคม 2552
เชิญชวนสังเกตุปรากฏการณ์ธรรมชาติ สุริยุปราคา 26 มกราคม 2552
เปิดอ่าน 13,806 ครั้ง
ทำไมต้องอ้วนเพราะเบียร์ ?
ทำไมต้องอ้วนเพราะเบียร์ ?
เปิดอ่าน 6,729 ครั้ง
พิกเซล (Pixel)
พิกเซล (Pixel)
เปิดอ่าน 24,767 ครั้ง
ใช้ชีวิต Slow Life เพื่อความสุขยืนยาว ช้าแต่ชัวร์!!
ใช้ชีวิต Slow Life เพื่อความสุขยืนยาว ช้าแต่ชัวร์!!

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ