1. ความเป็นมาและความสำคัญ
ในปัจจุบัน เป็นยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมโลก ส่งผลให้ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากลที่ใช้ในการสื่อสาร การเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ จากทั่วโลก การมีสมรรถนะทางภาษาที่ดีจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถแสวงหาความรู้ได้อย่างต่อเนื่อง เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ และสามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในหมวด 4 มาตรา 24 (2) ที่ระบุแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะสมกับศักยภาพ รวมไปถึงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ได้มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติ โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในด้านโครงสร้างไวยากรณ์ (Grammar Structure) ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาทักษะการสื่อสารของผู้เรียน เนื่องจากโครงสร้างไวยากรณ์เป็นกฎและเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างประโยคเพื่อสื่อความหมาย ถ่ายทอดความคิด และใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดในการใช้โครงสร้างไวยากรณ์พื้นฐาน โดยเฉพาะปัญหาร่วมที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น ความสับสนในเรื่องความสอดคล้องของประธานและคำกริยา (Subject-Verb Agreement) การเลือกใช้คำกริยาช่วยในประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ ส่งผลให้ไม่สามารถนำความรู้ด้านไวยากรณ์ไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารและการแต่งประโยคได้อย่างถูกต้องเหมาะสม แม้ว่าจะสามารถจดจำกฎไวยากรณ์ได้ก็ตาม ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการพัฒนาสมรรถนะทางภาษาอังกฤษโดยรวมของผู้เรียนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของ ประกิต ทวนธง (2564) ระบุว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน การลงมือปฏิบัติ และการใช้สื่อที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการวิเคราะห์สภาพปัญหา พบว่า การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบดั้งเดิม (Grammar-Translation Method) ที่เน้นการอธิบายและการท่องจำ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ และมีโอกาสในการฝึกปฏิบัติภาษาอังกฤษค่อนข้างจำกัด รวมไปถึงผู้เรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งด้านพื้นฐานการเรียนรู้และความสนใจ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ ดังนั้น ผู้สอนจึงเห็นความสำคัญของการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นความสนใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้พัฒนาระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมสื่อการเรียนรู้ที่ครูสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม ครอบคลุมทั้งสื่อประเภทวิดีโอ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สื่อมัลติมีเดีย และกิจกรรมแบบโต้ตอบ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ผู้สอนจึงได้นำสื่อเทคโนโลยีจากระบบ OBEC Content Center มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ผู้สอนจึงได้ออกแบบการพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center โดยเริ่มจากการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ (Inspiration) การนำทางและเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่ (Navigation) การเรียนรู้อย่างชาญฉลาดผ่านสื่อดิจิทัล (Smart Learning) การฝึกปฏิบัติและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (Practice & Participation) การบูรณาการองค์ความรู้สู่การนำไปใช้จริง (Integration) การสะท้อนคิดและทบทวนผลการเรียนรู้ (Reflection) และการประเมินผลอย่างเป็นระบบ (Evaluation) เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น นำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญตามเป้าหมายของหลักสูตรและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การใช้สื่อจาก OBEC Content Center ยังช่วยกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้ และสนับสนุนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ทำให้นักเรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตามศักยภาพของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
2. วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
2.1 วัตถุประสงค์
1) เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ หลังการจัดการเรียนรู้กับเกณฑ์ร้อยละ 70 เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลต่อการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
2.2 เป้าหมาย
- เชิงปริมาณ
1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 9 คน พัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่รับการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Present Simple Tense โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center มีความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม
3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลต่อการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
- เชิงคุณภาพ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม พร้อมทั้งมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษผ่านรูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
การพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้มีการออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ได้แก่ การสร้างแรงจูงใจ (Inspiration) การนำทางและเชื่อมโยงความรู้ (Navigation) การเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัล (Smart Learning) การฝึกปฏิบัติและการมีส่วนร่วม (Practice & Participation) การบูรณาการองค์ความรู้ (Integration) การสะท้อนคิดและทบทวนผลการเรียนรู้ (Reflection) และการประเมินผลอย่างเป็นระบบ (Evaluation) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ได้อย่างถูกต้อง ทั้งในด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยเน้นการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใกล้ตัว ซึ่งมีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านการสื่อสาร การคิด และการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยดำเนินการพัฒนาภายใต้วงจรคุณภาพเดมมิ่ง (PDCA) ดังนี้
ขั้นวางแผน (Plan) โดยครอบคลุมทั้งด้านเนื้อหาวิชา ผู้เรียน หลักสูตร เครื่องมือและสื่อ และกระบวนการเรียนรู้ ดังต่อไปนี้
1) ศึกษานวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการวิเคราะห์ปัญหาพบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษและการนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารและการเขียนประโยคในสถานการณ์จริง ผู้สอนจึงศึกษานวัตกรรมและสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ
2) ศึกษาทฤษฎี หลักการ และแนวทางการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Present Simple Tense ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสื่อสารในชีวิตประจำวัน รวมถึงแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อจากระบบ OBEC Content Center ให้เหมาะสมกับผู้เรียน
3) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านในหยง และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา เพื่อวิเคราะห์มาตรฐาน ตัวชี้วัด และแนวทางการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในยุคดิจิทัล ให้สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
4) วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการประเมิน และพฤติกรรมการเรียนรู้ พบว่านักเรียนยังมีข้อจำกัดในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษและการนำไปใช้ในการสื่อสาร จึงนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน
5) ค้นหาและคัดเลือกสื่อการเรียนรู้จากระบบ OBEC Content Center ที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางฯ เรื่อง Present Simple Tense เพื่อนำมาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบ INSPIRE Model
6) ศึกษาและออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ INSPIRE Model อย่างเป็นขั้นตอนที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ และปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนบ้านในหยง โดยคำนึงถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้ นักเรียน และทรัพยากรที่มีอยู่ โดยกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม 7 ขั้นตอน ได้แก่
I - Inspiration: การสร้างแรงจูงใจ
N - Navigation: การนำทางและเชื่อมโยงความรู้
S - Smart Learning: การเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัล
P - Practice & Participation: การฝึกปฏิบัติและการมีส่วนร่วม
I - Integration: การบูรณาการองค์ความรู้
R - Reflection: การสะท้อนคิด/ทบทวนผลการเรียนรู้
E - Evaluation: การประเมินผลอย่างเป็นระบบ
ขั้นดำเนินงาน (Do) ดำเนินการลงมือปฏิบัติจริงโดยยึดแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
1) ศึกษา วิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อคัดกรองนักเรียนและวางแผนการสอนได้อย่างเหมาะสม โดยครูดำเนินการใช้เครื่องมือวัดและประเมินผลเบื้องต้น เช่น ประเมินความรู้ความเข้าใจด้านโครงสร้างภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบและการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ วิเคราะห์ผลเป็นรายบุคคลเพื่อจัดกลุ่มนักเรียน จากการวิเคราะห์พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในการใช้โครงสร้างไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ขาดความมั่นใจในการสื่อสาร และมีเจตคติต่อวิชาภาษาอังกฤษในระดับที่ต้องได้รับการส่งเสริมและพัฒนา
2) ค้นหาและคัดเลือกแนวทางการสอนที่เหมาะสม เพื่อออกแบบการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ผู้เรียนได้อย่างตรงจุด ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบ INSPIRE Model ซึ่งมีลักษณะเป็นระบบขั้นตอน และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมหลากหลาย ดำเนินการคัดเลือกสื่อการเรียนรู้จากระบบ OBEC Content Center ที่มีรูปแบบน่าสนใจและสอดคล้องกับเนื้อหาเรื่อง Present Simple Tense เช่น สื่อวิดีโอ เกม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) และใบงานที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับนักเรียน พร้อมปรับกิจกรรมให้มีความหลากหลาย ทั้งแบบรายบุคคล รายคู่ รายกลุ่ม และกลุ่มชั้นเรียน เพื่อรองรับผู้เรียนที่มีความแตกต่างกัน
3) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม 7 ขั้นตอน ตามรูปแบบ INSPIRE Model ในการพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense โดยใช้กิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและสร้างความสนุกสนาน ตามแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง
4) การปรับใช้และติดตามผลให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน โดยดำเนินการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนระหว่างกระบวนการจัดการเรียนรู้ เช่น ความสนใจ ความกล้าแสดงออก ความเข้าใจ เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับศักยภาพและบริบทของผู้เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ที่กำหนดไว้
ขั้นติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล (Check)
1) การประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยดำเนินการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย มีเครื่องมือและกิจกรรมรองรับการประเมิน ตามที่ระบุในแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อตรวจสอบและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ ติดตามพัฒนาการของผู้เรียนทั้งในด้านความรู้(K) ทักษะ(P) และคุณลักษณะ(A) เพื่อนำผลการประเมินมาสะท้อนประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ และใช้ปรับปรุงในขั้นตอนถัดไป
2) ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ ซึ่งผู้สอนเป็นผู้ประเมินกิจกรรมที่ตนเองจัดขึ้นว่าเหมาะสมตรงตามเป้าหมาย และสามารถแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษของผู้เรียนได้หรือไม่ ใช้การสะท้อนผลการสอนของผู้สอนหลังจบคาบ หรือบันทึกหลังสอน เพื่อปรับวิธีการหรือกิจกรรมในครั้งต่อไป รับฟังความคิดเห็นจากผู้เรียนและผู้สังเกตการสอน ผู้บริหาร คณะกรรมการนิเทศ เพื่อพัฒนาแนวทางให้ดียิ่งขึ้น
3) การใช้ผลการประเมินเพื่อการปรับปรุง นำผลการประเมินมาใช้ในการปรับเนื้อหา หรือ ยืดหยุ่นแผนการสอน เพื่อให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละกลุ่ม และนักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่น หรือพัฒนาการในทางที่ดี สามารถที่จะเป็นคนที่คอยสอนเพื่อน คือ การสอนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในตนเองและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกัน
ขั้นพัฒนา แก้ไข/ปรับปรุง (Act)
1) ปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความต้องการและศักยภาพของผู้เรียน เป็นการยกระดับประสิทธิภาพของผู้สอนในด้านการออกแบบกิจกรรม การใช้สื่อ และการประเมินผล วางแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถต่อยอดสู่รายวิชาหรือระดับชั้นอื่นได้
2) วิเคราะห์ผลการประเมินเพื่อพัฒนาอย่างตรงประเด็น ผู้สอนดำเนินการสรุปผลการประเมินจากขั้นตรวจสอบ หากผู้เรียนกลุ่มใดยังมีปัญหาในด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างไวยากรณ์ ขั้นตอนหรือกิจกรรมใดที่ส่งผลดีต่อการเรียนรู้ สื่อหรือวิธีการใดที่ไม่น่าสนใจ
3) พัฒนาและปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้ อาจปรับรูปแบบกิจกรรมให้สั้น กระชับ และเน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น เพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่ม เพื่อสร้างความสนุกและการเรียนรู้ และส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์
4) พัฒนาศักยภาพของผู้สอน วิเคราะห์ตนเองจากแบบสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ มีการเข้าร่วมอบรมหรือชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ภายในโรงเรียนหรือเครือข่ายการจัดการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนวิธีการสอนในรายวิชาภาษาอังกฤษที่หลากหลาย พัฒนาแผนการสอนโดยใช้รูปแบบ INSPIRE Model ที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแนวทางเผยแพร่หรืออบรมให้ครูอื่นในโรงเรียนใช้ต่อไปได้
4.1 ผลที่เกิดขึ้นบรรลุตามกิจกรรม
ตอนที่ 1 ผลการพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center ภายหลังการเรียนรู้ที่สูงขึ้นเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70
เลขที่ คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ สูง/ต่ำ กว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ผ่าน/ไม่ผ่าน
1 20 20 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
2 20 16 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
3 20 15 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
4 20 16 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
5 20 15 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
6 20 17 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
7 20 18 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
8 20 15 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
9 20 20 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
สรุปผลรวม 20 16.89 สูงกว่าเกณฑ์ ผ่าน
จากผลการวิเคราะห์การประเมินผลการพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ หลังการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 9 คน โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center เมื่อเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 พบว่ามีค่าเฉลี่ยความสามารถด้านการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ภายหลังการเรียนรู้ที่สูงกว่าเกณฑ์ คือ ค่าเฉลี่ยคะแนนที่ได้ มีค่าคะแนนเท่ากับ 16.89 (สูงกว่าร้อยละ 70)
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
ตารางแสดง ผลสรุปความพึงพอใจต่อการพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
ข้อ ความพึงพอใจ คะแนนเฉลี่ย แปลผล
1 เนื้อหาสื่อจาก OBEC Content Center ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านไวยากรณ์โครงสร้างภาษาอังกฤษ 4.33 มากที่สุด
2 เนื้อหาสื่อจาก OBEC Content Center
มีเนื้อหาชัดเจนตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 4.22 มากที่สุด
3 เนื้อหาและกิจกรรมสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ 4.33 มากที่สุด
4 การเรียนโดยใช้สื่อจาก OBEC Content Center ทำให้เกิดความสนุกสนานและเพลิดเพลิน 4.56 มากที่สุด
5 OBEC Content Center มีเนื้อหาที่หลากหลาย น่าสนใจ และเข้าใจง่าย 4.33 มากที่สุด
6 เนื้อหาสื่อจาก OBEC Content Center
ช่วยแก้ปัญหาและสามารถพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ 4.11 มากที่สุด
รวม 4.31 มากที่สุด
จากตาราง แสดงข้อมูลค่าเฉลี่ยมาตรฐานการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 9 คน มีความพึงพอใจต่อการพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ INSPIRE Model ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 4.31 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด และพบว่า เนื้อหาสื่อจาก OBEC Content Center ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านไวยากรณ์โครงสร้างภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.33 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด เนื้อหาสื่อจาก OBEC Content Center มีเนื้อหาชัดเจนตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.22 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด เนื้อหาและกิจกรรมสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.33 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด การเรียนโดยใช้สื่อจาก OBEC Content Center ทำให้เกิดความสนุกสนานและเพลิดเพลิน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.56 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด OBEC Content Center มีเนื้อหาที่หลากหลาย น่าสนใจ และเข้าใจง่าย มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.33 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด เนื้อหาสื่อจาก OBEC Content Center ช่วยแก้ปัญหาและสามารถพัฒนาความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.11 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด สรุปได้ว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่าน OBEC Content Center