a
คู่มือแนวปฏิบัติ
การใช้การบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียนโรงเรียนบ้านโนนค้อ
นายนิกร เชยชมศรี
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนค้อ
โรงเรียนบ้านโนนค้อ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
คำนำ
คู่มือแนวปฏิบัติฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการนำระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียนโรงเรียนบ้านโนนค้อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง โดยพัฒนาขึ้นจากผลการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบ 4 ระยะ และผ่านการตรวจสอบรับรองคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิด้วยการสนทนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship)
เนื้อหาของคู่มือประกอบด้วย 6 ส่วน ได้แก่ บทนำ เนื้อหาของระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม แผนดำเนินการตามระบบ หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ เครื่องมือระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม และบรรณานุกรม โดยมุ่งให้ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาสมรรถนะครูและทักษะชีวิตของนักเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือแนวปฏิบัติฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านโนนค้อ และสถานศึกษาอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกัน ในการนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป
นายนิกร เชยชมศรี
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนค้อ
 
สารบัญ
หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
ส่วนที่ 1 บทนำ 1
1.1 ความเป็นมา 1
1.2 วัตถุประสงค์ 1
1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2
ส่วนที่ 2 เนื้อหาของระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม 3
2.1 ด้านปัจจัยนำเข้า (Inputs) 4
2.2 ด้านกระบวนการ (Process) 4
ก) กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม 5 ขั้นตอน 4
ข) กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 7 ขั้นตอน 5
2.3 ด้านผลผลิต (Outputs) 5
2.4 ด้านข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) 6
ส่วนที่ 3 แผนดำเนินการตามระบบ 7
3.1 การเตรียมความพร้อมก่อนใช้ระบบ 7
1) การจัดตั้งโครงสร้างการขับเคลื่อน 7
2) การสร้างความเข้าใจร่วมและกำหนดทิศทาง 7
3) การประเมินสภาพก่อนการพัฒนา 8
3.2 การฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วม 8
3.3 การปฏิบัติสอนจริงในห้องเรียน 9
1) การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในชั้นเรียน 9
2) การนิเทศ ติดตาม และสนับสนุน 9
3.4 การประเมินหลังการใช้ระบบ 9
3.5 ปฏิทินการดำเนินงานตามระบบ 10
สารบัญ(ต่อ)
หน้า
3.6 บทบาทของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 11
ส่วนที่ 4 หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ 12
4.1 หน่วยการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน 12
4.2 แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน 12
4.3 การออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน 12
4.4 ตัวอย่างหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 12
4.4.1 ตัวอย่างโครงร่างหน่วยการเรียนรู้ 13
4.4.2 ตัวอย่างโครงร่างแผนการจัดการเรียนรู้ (1 แผน) 13
ส่วนที่ 5 เครื่องมือระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม 15
5.1 เครื่องมือสำหรับผู้บริหาร 15
5.2 เครื่องมือสำหรับครูผู้สอน 15
5.3 เครื่องมือสำหรับผู้เรียน 15
5.4 เครื่องมือสำหรับการมีส่วนร่วม 15
ส่วนที่ 6 บรรณานุกรม 17
ส่วนที่ 1 บทนำ
1.1 ความเป็นมา
กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม ได้เปลี่ยนเป้าหมายของการจัดการศึกษาจากการมุ่งถ่ายทอดเนื้อหาความรู้ ไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะชีวิต (Life Skills) ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นแนวทางหลักในการยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ คิด และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ความสำเร็จของการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพย่อมขึ้นอยู่กับสมรรถนะของครูผู้สอนเป็นสำคัญ เนื่องจากครูเป็นผู้ออกแบบ ดำเนินการ และประเมินกระบวนการเรียนรู้ทั้งหมด การพัฒนาสมรรถนะครูที่ยั่งยืนจึงต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบที่เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลย้อนกลับเข้าด้วยกัน ตามแนวคิดทฤษฎีระบบ (Systems Theory) ผนวกกับการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และวงจรคุณภาพ (PDCA)
โรงเรียนบ้านโนนค้อเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาขนาดกลางในเขตชนบท ที่ผ่านมาประสบข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน งบประมาณ ทรัพยากรเทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือ ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันพบว่า สมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ในขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด สะท้อนความต้องการจำเป็นในการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ผู้บริหารสถานศึกษาจึงได้พัฒนาระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมขึ้น และจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติฉบับนี้เพื่อเป็นแนวทางในการนำระบบไปใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
1.2 วัตถุประสงค์
1. เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องนำระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมไปใช้ในการเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน
2. เพื่อให้ครูผู้สอนมีแนวทางในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่บูรณาการทักษะชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
3. เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน ติดตาม และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง
1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. นักเรียนได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ มีทักษะชีวิตทั้ง 5 ด้าน และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
2. ครูได้รับการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องผ่านกระบวนการ PLC
3. ผู้บริหารมีเครื่องมือและคู่มือในการขับเคลื่อนระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ผ่านการรับรองคุณภาพ
4. โรงเรียนเป็นต้นแบบของการใช้ระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม และเป็นแนวทางให้สถานศึกษาอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงนำไปประยุกต์ใช้
 
ส่วนที่ 2 เนื้อหาของระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม
ระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน เป็นชุดขององค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์และทำงานร่วมกันอย่างเป็นกระบวนการ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า (Inputs) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Outputs) และข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) โดยมีการบริหารแบบมีส่วนร่วมและวงจรคุณภาพ PDCA เป็นกลไกขับเคลื่อน ดังแผนภาพและตารางต่อไปนี้
ภาพที่ 1 แผนภาพระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม (InputProcessOutputFeedback)
องค์ประกอบ องค์ประกอบย่อย / สาระสำคัญ
1. ปัจจัยนำเข้า (Inputs) คณะกรรมการขับเคลื่อน / การกำหนดนโยบาย / การกำหนดค่านิยมองค์กร / งบประมาณ / การระดมทรัพยากรและเครือข่าย
2. กระบวนการ (Process) กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม 5 ขั้นตอน และกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 7 ขั้นตอน ทำงานคู่ขนานกัน โดยมี PDCA เป็นกลไกเชื่อมประสาน
3. ผลผลิต (Outputs) สมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 6 ด้าน และคุณภาพผู้เรียนด้านทักษะชีวิต 5 ด้าน
4. ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) การรายงานผล / การนำข้อมูลย้อนกลับไปปรับปรุง / การพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA
2.1 ด้านปัจจัยนำเข้า (Inputs)
ปัจจัยนำเข้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบที่ต้องพัฒนาให้เข้มแข็งเป็นอันดับแรก ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบย่อย ดังนี้
คณะกรรมการขับเคลื่อน: แต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากทุกภาคส่วน ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ทิศทาง ตัวชี้วัด ส่งเสริมสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่ครู จัดหางบประมาณ กำกับติดตาม และให้ขวัญกำลังใจ
การกำหนดนโยบาย: กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายเชิงรุก พร้อมตัวชี้วัดที่ชัดเจน (SMART KPIs) เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน และเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
การกำหนดค่านิยมองค์กร: สร้างค่านิยมให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เคารพสิทธิเสรีภาพ เปิดรับความคิดใหม่ พร้อมตัวชี้วัดพฤติกรรมและการติดตามที่สอดคล้อง
งบประมาณ: จัดสรรงบประมาณค่าจัดการเรียนการสอน สื่อ อุปกรณ์ และกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตอย่างยืดหยุ่นและเพียงพอ พร้อมกำกับติดตามและรายงานผลการใช้งบประมาณ
การระดมทรัพยากรและเครือข่าย: ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน และสถานประกอบการ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และระดมทรัพยากรสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิต
2.2 ด้านกระบวนการ (Process)
กระบวนการเป็นหัวใจของระบบ ประกอบด้วย 2 กระบวนการที่ทำงานคู่ขนานกัน โดยมีวงจรคุณภาพ PDCA เป็นกลไกเชื่อมประสาน
ก) กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม 5 ขั้นตอน
1. การมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและตัดสินใจ
2. การมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาสมรรถนะครู
3. การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานพัฒนาสมรรถนะครู
4. การมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล
5. การมีส่วนร่วมในการสะท้อนผลและปรับปรุง
ข) กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 7 ขั้นตอน
1. การออกแบบและจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่บูรณาการทักษะชีวิต
2. การจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่เน้นผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้
3. การพัฒนาสื่อนวัตกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกและทักษะชีวิต
4. การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เชิงรุก
5. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง
6. การส่งเสริมการเรียนรู้แบบร่วมมือและสร้างสัมพันธภาพที่ดีในห้องเรียน
7. การสะท้อนคิดและพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง (PLC / วิจัยในชั้นเรียน)
2.3 ด้านผลผลิต (Outputs)
ผลผลิตของระบบประกอบด้วยสมรรถนะครู 6 ด้าน และคุณภาพผู้เรียนด้านทักษะชีวิต 5 ด้าน ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ดังตาราง
สมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 6 ด้าน คุณภาพผู้เรียนด้านทักษะชีวิต 5 ด้าน
1. การออกแบบและจัดการประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก 1. การตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น
2. การพัฒนาสื่อนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยี 2. การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
3. การสร้างบรรยากาศและจัดการสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ 3. การจัดการอารมณ์และความเครียด
4. การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 4. การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น
5. การส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความร่วมมือ 5. ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของนักเรียน
6. การสะท้อนคิดและพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
2.4 ด้านข้อมูลย้อนกลับ (Feedback)
ข้อมูลย้อนกลับเป็นกลไกที่ทำให้ระบบมีลักษณะเป็นระบบเปิดที่สามารถปรับตัวและพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้
การรายงานผล: จัดทำรายงานผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเสนอต่อที่ประชุมโรงเรียน ประชุมรายงานผลระหว่างครูกับผู้ปกครองอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง และรายงานผลการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน
การนำข้อมูลย้อนกลับไปปรับปรุง: นำผลการประเมินความเหมาะสม ประโยชน์ของระบบ และความพึงพอใจของครูและผู้เรียน มาวางแผนปรับปรุงกระบวนการอย่างเป็นระบบ
การพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง: นำผลการสะท้อนคิดของครูมาพัฒนาระบบตามวงจร PDCA และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขยายผลการพัฒนาสู่โรงเรียนอื่น
 
ส่วนที่ 3 แผนดำเนินการตามระบบ
การนำระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมไปใช้ ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนตลอดปีการศึกษา ตั้งแต่ก่อนเปิดภาคเรียนจนถึงสิ้นปีการศึกษา โดยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลักที่เชื่อมโยงกันเป็นวงจรพัฒนาต่อเนื่องตามหลัก PDCA ดังแผนภาพ
ภาพที่ 2 แผนภาพขั้นตอนการดำเนินการตามระบบ 4 ระยะ
3.1 การเตรียมความพร้อมก่อนใช้ระบบ
ขั้นตอนนี้เป็นการวางรากฐานของระบบให้เข้มแข็ง ดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมและความเป็นเจ้าของระบบในหมู่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มีกิจกรรมสำคัญดังนี้
1) การจัดตั้งโครงสร้างการขับเคลื่อน
ผู้บริหารออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระบบ ที่ประกอบด้วยผู้บริหาร ครู ตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และชุมชน
จัดทำข้อกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ (Terms of Reference) ของคณะกรรมการแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน พร้อมจัดทำแผนการดำรงตำแหน่ง (Succession Plan) เพื่อความต่อเนื่องของระบบ
2) การสร้างความเข้าใจร่วมและกำหนดทิศทาง
จัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่ครูและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เกี่ยวกับเป้าหมาย หลักการ และกระบวนการของระบบ
ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมองค์กร และตัวชี้วัดความสำเร็จ (SMART KPIs) ของการพัฒนาสมรรถนะครูและทักษะชีวิตของนักเรียน
จัดทำปฏิทินการดำเนินงานรายภาคเรียนที่ระบุกิจกรรม ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน (ดูตารางที่ 1)
3) การประเมินสภาพก่อนการพัฒนา
ประเมินความรู้ความเข้าใจและสมรรถนะครูก่อนการพัฒนา (Pre-test) ด้วยแบบทดสอบและแบบประเมินสมรรถนะ (Competency Rubric)
วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นรายบุคคล (Individual Needs) เพื่อใช้เป็นฐานในการจัดทำแผนพัฒนาครูรายบุคคล (ID Plan) ที่ตรงกับจุดที่ต้องพัฒนาของครูแต่ละคน
3.2 การฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วม
ดำเนินการในช่วงต้นภาคเรียนที่ 1 โดยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) จำนวน 7 ครั้ง ครอบคลุมสมรรถนะครูทั้ง 6 ด้านอย่างต่อเนื่อง เน้นการลงมือปฏิบัติจริงและการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มิใช่การฝึกอบรมเฉพาะกิจที่ขาดความต่อเนื่อง โดยมีหัวข้อการอบรมเชื่อมโยงกับสมรรถนะครูแต่ละด้าน ดังนี้
ครั้งที่ หัวข้อการประชุมเชิงปฏิบัติการ สมรรถนะครูที่พัฒนา
1 การออกแบบหน่วยและเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่บูรณาการทักษะชีวิต ด้านการออกแบบฯ
2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกที่เน้นผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ ด้านการออกแบบฯ
3 การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ด้านสื่อนวัตกรรมฯ
4 การสร้างบรรยากาศและจัดการสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เชิงรุก ด้านบรรยากาศฯ
5 การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และการสร้างเกณฑ์ (Rubric) ด้านการวัดประเมินฯ
6 การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการสร้างสัมพันธภาพในชั้นเรียน ด้านส่งเสริมการเรียนรู้ฯ
7 การสะท้อนคิด การทำ PLC และการวิจัยในชั้นเรียน ด้านสะท้อนคิดวิชาชีพ
ในการอบรมแต่ละครั้ง ครูจะได้ลงมือปฏิบัติจริง นำผลงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนคิดร่วมกันเป็นทีมตามกระบวนการ PLC โดยมีผู้บริหารเป็นผู้นำทางวิชาการ และมีการกำหนด PLC Protocol ที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีทิศทางและเกิดประสิทธิผล
3.3 การปฏิบัติสอนจริงในห้องเรียน
ดำเนินการตลอดภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 โดยครูนำความรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นไปใช้จริง ควบคู่กับระบบการนิเทศและสนับสนุนอย่างเป็นระบบ มีกิจกรรมสำคัญดังนี้
1) การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในชั้นเรียน
ครูนำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่บูรณาการทักษะชีวิตไปจัดการเรียนการสอนจริง โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
จัดตั้งห้องเรียนต้นแบบ Active Learning เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานและถอดบทเรียนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ภายในโรงเรียน
2) การนิเทศ ติดตาม และสนับสนุน
ดำเนินการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตร (Collegial Supervision) ที่เน้นการสนับสนุนและพัฒนาร่วมกันมากกว่าการตรวจสอบ ครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามปฏิทินการนิเทศที่กำหนด
คณะกรรมการนิเทศสังเกตการสอน บันทึกผล และให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) เชิงสร้างสรรค์แก่ครูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
จัดเวที PLC เป็นระยะ เพื่อให้ครูร่วมกันสะท้อนปัญหา แลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไข และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน
3.4 การประเมินหลังการใช้ระบบ
ดำเนินการเมื่อสิ้นสุดการนำระบบไปใช้ เพื่อประเมินประสิทธิผลของระบบและนำผลไปปรับปรุงพัฒนาในรอบถัดไป มีกิจกรรมสำคัญดังนี้
ประเมินความรู้ความเข้าใจของครูหลังการพัฒนา (Post-test) และเปรียบเทียบกับผลก่อนการพัฒนา (Pre-test) เพื่อดูพัฒนาการ
ประเมินสมรรถนะครูทั้ง 6 ด้านด้วย Competency Rubric และประเมินทักษะชีวิตของนักเรียนทั้ง 5 ด้าน
ประเมินความพึงพอใจของผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน ที่มีต่อระบบใน 4 ด้าน (ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลย้อนกลับ) ด้วยแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
ประชุมสะท้อนผล (Reflection) จากทุกมุมมอง แล้วนำผลเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงระบบตามวงจร PDCA พร้อมจัดการความรู้ (KM) และวางแผนการขยายผลสู่โรงเรียนอื่นที่มีบริบทใกล้เคียง
3.5 ปฏิทินการดำเนินงานตามระบบ
เพื่อให้การนำระบบไปใช้เป็นรูปธรรม ผู้รับผิดชอบสามารถใช้ปฏิทินการดำเนินงานต่อไปนี้เป็นกรอบในการวางแผน โดยปรับช่วงเวลาให้สอดคล้องกับปฏิทินการศึกษาของสถานศึกษา
ระยะ / ช่วงเวลา กิจกรรมหลัก ผู้รับผิดชอบหลัก
ระยะ 1 ก่อนเปิดภาคเรียน แต่งตั้งคณะกรรมการ สร้างความเข้าใจร่วม กำหนดทิศทาง/ปฏิทิน ประเมินก่อนพัฒนาและวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น ผู้บริหาร / คณะกรรมการขับเคลื่อน
ระยะ 2 ต้นภาคเรียนที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ 7 ครั้ง ออกแบบหน่วย/แผน พัฒนาสื่อนวัตกรรม ตั้งวง PLC ผู้บริหาร / ครู / วิทยากร
ระยะ 3 ภาคเรียนที่ 1-2 ปฏิบัติสอนจริง นิเทศแบบกัลยาณมิตรครบทุกกลุ่มสาระ ห้องเรียนต้นแบบ ให้ข้อมูลป้อนกลับ ครูผู้สอน / คณะกรรมการนิเทศ
ระยะ 4 ปลายภาคเรียนที่ 2 ประเมินหลังพัฒนา (Post-test) ประเมินสมรรถนะครูและทักษะชีวิตนักเรียน ประเมินความพึงพอใจ ผู้บริหาร / ครู / คณะกรรมการ
สิ้นปีการศึกษา สะท้อนผล ปรับปรุงระบบตาม PDCA จัดการความรู้ (KM) วางแผนขยายผล คณะกรรมการขับเคลื่อน / ทุกฝ่าย
ตารางที่ 1 ปฏิทินการดำเนินงานตามระบบ
3.6 บทบาทของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ความสำเร็จของระบบขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายมีบทบาทสำคัญดังนี้
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง บทบาทและความรับผิดชอบ
ผู้บริหารสถานศึกษา กำหนดนโยบายและทิศทาง เป็นผู้นำทางวิชาการ จัดหาและสนับสนุนทรัพยากร กำกับติดตาม และสร้างขวัญกำลังใจแก่ครู
ครูผู้สอน ออกแบบหน่วยและแผนการเรียนรู้เชิงรุก จัดการเรียนการสอนจริง พัฒนาตนเองผ่าน PLC และสะท้อนคิดเพื่อพัฒนาวิชาชีพ
คณะกรรมการสถานศึกษา ร่วมกำหนดทิศทาง ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย สนับสนุนทรัพยากร และร่วมติดตามประเมินผลการดำเนินงาน
ผู้ปกครองและชุมชน สนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนที่บ้าน ร่วมเป็นแหล่งเรียนรู้ และให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับพัฒนาการของนักเรียน
นักเรียน เป็นผู้ลงมือปฏิบัติและสร้างความรู้ด้วยตนเอง สะท้อนผลการเรียนรู้ และร่วมเสนอแนะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ตารางที่ 2 บทบาทของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบ
 
ส่วนที่ 4 หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้
4.1 หน่วยการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน
หน่วยการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิต คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง โดยบูรณาการทักษะชีวิตทั้ง 5 ด้านเข้ากับมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษา องค์ประกอบสำคัญของหน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย ชื่อหน่วย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทักษะชีวิตที่มุ่งพัฒนา ชิ้นงาน/ภาระงาน การวัดและประเมินผล และเวลาเรียน
4.2 แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก คือ แผนที่ระบุกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฟัง พูด อ่าน เขียน อภิปราย และแก้ปัญหาผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกและผู้ชี้แนะ องค์ประกอบของแผนประกอบด้วย จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ (ขั้นนำ ขั้นสอน/ปฏิบัติ ขั้นสรุป) สื่อและแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และบันทึกผลหลังการสอน
4.3 การออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน
การออกแบบการจัดการเรียนรู้ใช้แนวทางการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ร่วมกับกลวิธีการเรียนรู้เชิงรุกที่หลากหลาย โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ (มาตรฐาน ตัวชี้วัด และทักษะชีวิตที่มุ่งพัฒนา)
2. กำหนดหลักฐานการเรียนรู้และเกณฑ์การประเมินตามสภาพจริง (Rubric)
3. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก โดยเลือกใช้กลวิธี เช่น การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) และการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)
4. เชื่อมโยงกิจกรรมกับสถานการณ์ในชีวิตจริงของผู้เรียน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายและคงทน
4.4 ตัวอย่างหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
หมายเหตุ: ตัวอย่างต่อไปนี้เป็น โครงร่างตัวอย่าง (Template) เพื่อแสดงแนวทางการออกแบบเท่านั้น ครูผู้สอนสามารถปรับเนื้อหา ระดับชั้น กลุ่มสาระ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด และกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทห้องเรียนจริงของตนเองได้
4.4.1 ตัวอย่างโครงร่างหน่วยการเรียนรู้
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ (ตัวอย่าง) ผู้บริโภคยุคใหม่ รู้คิด รู้ใช้ รู้เท่าทัน
กลุ่มสาระ / ระดับชั้น (ระบุกลุ่มสาระและระดับชั้นตามบริบทจริง เช่น สังคมศึกษาฯ / ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6)
เวลา (ระบุจำนวนชั่วโมง เช่น 8 ชั่วโมง)
มาตรฐาน / ตัวชี้วัด (ระบุรหัสมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรสถานศึกษา)
สาระสำคัญ การตัดสินใจเลือกซื้อและใช้สินค้าอย่างชาญฉลาด ต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์ข้อมูล การเปรียบเทียบทางเลือก และการรู้เท่าทันสื่อโฆษณา ซึ่งเป็นทักษะชีวิตที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ทักษะชีวิตที่มุ่งพัฒนา ด้านที่ 2 การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (เน้น) ร่วมกับด้านที่ 4 การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น (ผ่านการทำงานกลุ่ม)
ชิ้นงาน / ภาระงาน โครงงานสำรวจและนำเสนอ คู่มือผู้บริโภคฉบับนักเรียน (Project-Based Learning)
การวัดและประเมินผล ประเมินตามสภาพจริงด้วยแบบประเมินชิ้นงาน (Rubric) แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และแบบประเมินทักษะชีวิต
4.4.2 ตัวอย่างโครงร่างแผนการจัดการเรียนรู้ (1 แผน)
หัวข้อ รายละเอียด
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง รู้เท่าทันโฆษณา เวลา 2 ชั่วโมง
จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์เทคนิคการโน้มน้าวใจในสื่อโฆษณาได้ (K)
2. ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าโดยใช้เหตุผลและข้อมูลได้ (P)
3. เห็นคุณค่าของการเป็นผู้บริโภคที่รู้เท่าทัน (A)
ขั้นนำ (15 นาที) ครูเปิดคลิปโฆษณาสั้น 2 ชิ้น ตั้งคำถามกระตุ้นคิด อะไรทำให้เราอยากซื้อสินค้านี้ ให้นักเรียนระดมความคิด (Active Learning: กระตุ้นการคิด)
ขั้นสอน/ปฏิบัติ (75 นาที) 1. แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน วิเคราะห์โฆษณาตามใบงาน (เทคนิคการโน้มน้าว / ข้อเท็จจริง vs ความคิดเห็น)
2. แต่ละกลุ่มสร้างเกณฑ์การเลือกซื้อสินค้าของตนเอง และนำเสนอ (Cooperative Learning)
3. เพื่อนกลุ่มอื่นให้ข้อมูลย้อนกลับเชิงสร้างสรรค์
ขั้นสรุป (30 นาที) นักเรียนร่วมกันสรุปหลักการเป็นผู้บริโภคที่รู้เท่าทัน และเขียนสะท้อนคิด (Reflection) ว่าจะนำไปใช้ในชีวิตจริงอย่างไร
สื่อ / แหล่งเรียนรู้ คลิปโฆษณา ใบงานวิเคราะห์ กระดาษระดมความคิด สื่อจริง (ฉลากสินค้า)
การวัดและประเมินผล สังเกตการอภิปรายและการทำงานกลุ่ม ตรวจใบงาน ประเมินการนำเสนอด้วย Rubric และแบบสะท้อนคิด
บันทึกหลังการสอน (ครูบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ ปัญหา/อุปสรรค และแนวทางพัฒนา เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการ PLC)
 
ส่วนที่ 5 เครื่องมือระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม
ระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมมีเครื่องมือสำหรับผู้เกี่ยวข้องแต่ละกลุ่ม เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน จำแนกได้ 4 กลุ่ม ดังนี้
5.1 เครื่องมือสำหรับผู้บริหาร
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระบบ และข้อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ (Terms of Reference)
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและปฏิทินการดำเนินงานรายภาคเรียน
แบบนิเทศ ติดตาม และประเมินการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบกัลยาณมิตร
แบบรายงานสรุปผลการดำเนินงานและการใช้งบประมาณเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษา
5.2 เครื่องมือสำหรับครูผู้สอน
แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (ก่อนหลังการพัฒนา)
แบบฟอร์มหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่บูรณาการทักษะชีวิต
แบบประเมินสมรรถนะครู 6 ด้าน (Competency Rubric) และแบบบันทึกหลังการสอน
แบบบันทึกกระบวนการ PLC และการวิจัยในชั้นเรียน
5.3 เครื่องมือสำหรับผู้เรียน
แบบประเมินทักษะชีวิตของนักเรียน 5 ด้าน
แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงานตามสภาพจริง (Rubric) และแบบสะท้อนคิดของนักเรียน
แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio / E-Portfolio) แสดงพัฒนาการของผู้เรียน
5.4 เครื่องมือสำหรับการมีส่วนร่วม
แบบบันทึกการประชุมและการสนทนากลุ่มของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
แบบสำรวจความต้องการและข้อเสนอแนะจากผู้ปกครองและชุมชน
แบบสอบถามความพึงพอใจต่อระบบ 4 ด้าน (ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต ข้อมูลย้อนกลับ)
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเครือข่าย (MOU) ระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน
 
ส่วนที่ 6 บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จันทรานี สงวนนาม. (2553). ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: บุ๊ค พอยท์.
ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นนทลี พรธาดาวิทย์. (2561). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.
นฤมล คล้ายริน. (2564). การพัฒนารูปแบบเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
เพชรจันทร์ ภูทะวัง. (2565). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตของผู้เรียน. วารสารวิชาการ.
รัตนะ บัวสนธ์. (2566). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุภาลัย มะลิซ้อน. (2563). การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). มาตรฐานวิชาชีพและสมรรถนะครู. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. Washington, DC: ASHE-ERIC.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation’s place in rural development. World Development, 8(3), 213-235.
Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. Cambridge, MA: MIT Press.
DuFour, R., & Eaker, R. (1998). Professional learning communities at work. Bloomington, IN: Solution Tree.
Meyers, C., & Jones, T. B. (1993). Promoting active learning. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Senge, P. M. (2006). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York: Doubleday.
von Bertalanffy, L. (1968). General system theory. New York: George Braziller.
World Health Organization. (1997). Life skills education in schools. Geneva: WHO.