ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > "อยากไปโรงเรียน" โจทย์ใหญ่? พ่อแม่ช่วยลูกได้..ด้วย "สนุก"

"อยากไปโรงเรียน" โจทย์ใหญ่? พ่อแม่ช่วยลูกได้..ด้วย "สนุก"

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 25 พ.ค. 2559 เปิดอ่าน : 5,620 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

โดย จุฑานันทน์ บุญทราหาญ

"เปิดเทอม" มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งหลายบ้านที่มี "เด็ก ๆ" วัยเรียน อาจกำลังประสบปัญหาลูก ๆ หลาน ๆ "ไม่อยากไปโรงเรียน" ซึ่งนี่ก็เป็นปรากฏการณ์ปกติในเด็กเล็กที่เริ่มไปโรงเรียนใหม่ ๆ รวมถึงเด็กที่ปิดเทอมมาช่วงหนึ่ง พอเปิดเทอมก็อาจออกอาการโยเยบ้าง ทั้งนี้ จะทำอย่างไรดีให้ทุกเช้าที่ต้องไปโรงเรียนของเด็ก ๆ เป็นวันที่แจ่มใสสดชื่น?? โดยที่... เด็ก ๆ อยากไปโรงเรียน??...เช้าวันใหม่ที่ต้องไปโรงเรียนของเด็ก ๆ แต่ละคน อาจจะแตกต่างกันไป สำหรับบางคนอาจเป็นฟ้าที่สดใส แต่เด็กบางคนอาจเปรียบเหมือนฟ้าที่มืดครึ้ม เมื่อเป็นเช่นนี้...มาหาวิธีทำให้การไปโรงเรียนกลายเป็นเรื่องน่าสนุกของเด็ก ๆ กันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ก็มีหนังสือหลายเล่มหลายสำนักพิมพ์ที่ให้คำเสนอแนะ รวมถึงหนังสือของ "สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์" อย่างเล่มที่ใช้ชื่อว่า "อยากไปโรงเรียนทุกวันเลยนะเนี่ย"และอีกเล่ม "ปัญหาแค่นี้ฉันรับมือได้" ซึ่งก็เป็นการนำเสนอเรื่องดังกล่าวนี้สำหรับคุณน้อง ๆ หนู ๆ

และก็ยังเป็นกุญแจช่วยผู้ปกครองได้...

โดยสังเขป... เริ่มจากก่อนไปโรงเรียน สิ่งแรกที่ควรมีการทำคือ ต้องเตรียมความพร้อม เพื่อให้การเรียนราบรื่นไร้กังวล เช่น ตรวจสอบว่าวันพรุ่งนี้ต้องส่งการบ้านวิชาใดบ้าง? ต้องใช้อุปกรณ์การเรียนอะไรบ้าง? ก็ให้มีการทำ และจัดลงกระเป๋า ซึ่งกับกระเป๋านักเรียนนี่กับเด็กหลายคนจะหนักอึ้ง เพราะใส่ของที่ไม่ได้ใช้ในวันนั้น ๆ ไว้จนเต็ม โดยกระเป๋าหนัก ๆ นี่ทำให้ปวดไหล่ได้

เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพร่างกายเด็ก ผู้ปกครองก็ควรช่วยดูช่วยจัดของ สิ่งที่ไม่ได้ใช้ก็เอาออกจากกระเป๋าบ้าง อย่าง อุปกรณ์การเรียนที่ชำรุด หัก เสีย เศษกระดาษ ถุงขนม แต่ก็อย่าลืมตรวจดูว่าอุปกรณ์การเรียนที่ต้องใช้นั้นมีอยู่แน่ ๆ

นอกจากการเตรียมความพร้อม เช่นการจัดกระเป๋า ก็ยังมีเรื่องที่ต้องคำนึงถึงในการ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปโรงเรียนของ เด็ก ๆ คือ ต้องรับประทานมื้อเช้า เนื่องจากเป็นมื้อที่สำคัญ เป็นแหล่งพลังงานในการเรียนและทำกิจกรรมของเด็ก ๆ

ไม่ควรละเลยมื้อเช้าของเด็ก ๆ

รวมทั้ง ไม่ควรให้เด็กเข้านอนดึก เพราะจะทำให้ตื่นสาย ซึ่งการที่เด็กตื่นเช้าได้อย่างสดใส จะดีต่อการไปโรงเรียน อย่างการแต่งตัวก็มีเวลาเตรียมว่า ต้องสวมเครื่องแบบอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?เช่น ชุดลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ชุดพละ

ทั้งนี้ ทั้งการเตรียมร่างกายให้พร้อมรับการเรียนรู้ เตรียมอุปกรณ์การเรียนรู้ ตลอดจนเตรียมเรื่องการแต่งกาย เมื่อเด็กสามารถทำได้พร้อม การไปโรงเรียน การไปเรียน ก็จะราบรื่น ไม่เกิดเป็นประเด็นขาดตกบกพร่อง ผิดระเบียบ เกิดปัญหา และ...มีผลต่อการไม่อยากไปโรงเรียน

สำหรับที่โรงเรียนผู้ปกครองก็ควรพยายามช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการเรียนไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ทำได้ไม่ยากโดยต้องเริ่มที่ใจของเด็ก โดยพยายามเปลี่ยนทัศนคติ ให้คิดว่าการไปเรียนเป็นเรื่องสนุก ได้รู้สิ่งใหม่ ๆ แถมยังมีเพื่อนเล่น แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการสนใจ เช่น จดเนื้อหาที่ครูสอน ซึ่งการจดเป็นการทบทวนสิ่งที่ครูสอนไปในตัว ทำให้จำได้แม่นยำขึ้น ช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้น

การเรียนจะสนุกขึ้นถ้าน้อง ๆ ได้ อ่านมาก่อนล่วงหน้า โดยให้ความสนใจกับ หัวข้อ เป็นพิเศษ จุดนี้ผู้ปกครองก็ควรพยายามให้เด็กได้ทำ จะทำให้เด็กรู้ว่าใจความสำคัญของเรื่องที่จะเรียนนั้นเกี่ยวกับอะไรและหากพบเนื้อหาที่ไม่เข้าใจก็ให้ทำเครื่องหมายไว้ แล้วเมื่อถึงเวลาที่ครูอธิบายก็ให้ตั้งใจฟังในส่วนนั้นเป็นพิเศษ จะได้เข้าใจ หรือหากยังสงสัยก็จะได้ถามครูได้ทันที

การกล้าแสดงความคิดเห็น นี่ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในห้องเรียนให้ไม่น่าเบื่อ ที่ผู้ปกครองควรสนับสนุนเด็ก เช่น เมื่อเด็กต้องพูดต่อหน้าคนมาก ๆ ก็อาจตื่นเต้น ลืมคำที่จะพูด หรือพูดผิด ๆ ถูก ๆ ก็สนับสนุนเรื่องการเรียบเรียงคำพูดไว้ก่อน อาจจะเขียนลงในกระดาษไว้ก่อนจะได้พูดอย่างไม่ตะกุกตะกัก ราบรื่น ผ่านไปได้ด้วยดี ทำให้เด็กมีความมั่นใจ

เด็กจะ เรียนอย่างมีความสุขเมื่อรักและเคารพครู หลายคนเคยโดนครูดุ หรือตำหนิ ทำโทษ จนอาจทำให้มีความรู้สึกที่ไม่ดี จนไม่ค่อยอยากไปโรงเรียน ซึ่งจุดนี้ผู้ปกครองก็ควรต้องพยายามช่วยให้เด็กได้คิดไตร่ตรองว่าครูมีเหตุผลอะไรจึงตำหนิหรือลงโทษ? ซึ่งจะทำให้น้อง ๆ เห็นความหวังดีของครู แต่ถ้าคิดว่าตนเองไม่ได้ทำความผิดจริง ๆ ก็ต้องกล้าที่จะอธิบายให้ครูเข้าใจ

อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับการ "อยากไปโรงเรียนทุกวันเลยนะเนี่ย"ของ เด็ก ๆคือ เพื่อน ซึ่งการช่วยให้เด็กเป็นที่รักของเพื่อน ๆ ในห้องเรียน ที่โรงเรียน ทำได้โดยสอนให้ยิ้มแย้มกับเพื่อน ๆ รู้จักเข้าอกเข้าใจผู้อื่น รู้จักนึกถึงจิตใจผู้อื่น อะไรที่เราไม่ชอบก็ไม่ทำกับผู้อื่นเพราะเขาก็ไม่ชอบเช่นกัน ให้รู้จักมีน้ำใจ แบ่งปัน ช่วยเหลือเมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ

แล้วถ้ามีเพื่อนที่มีพฤติกรรมไม่ค่อย น่าพึงประสงค์ล่ะจะทำอย่างไรดี? ในหนังสือ "ปัญหาแค่นี้ฉันรับมือได้" ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ ก็แนะนำไว้ ซึ่งผู้ปกครองก็ควรช่วยให้เด็กได้เข้าใจ อย่างถ้าเพื่อนมีเหตุผลที่ต้องเป็นอย่างนั้น ก็ต้องเข้าใจ ไม่โกรธ และหากช่วยเพื่อนได้ก็ช่วย เช่น ถ้าเป็นเพราะเพื่อนไม่เข้าใจตอนเรียน ก็ช่วยกันทบทวนเนื้อหาการเรียน เป็นต้น

เลิกเรียนแล้ว... ก่อนกลับจากโรงเรียนสิ่งที่เด็ก ๆ ไม่อยากได้แต่ต้องรับมา ก็คือ การบ้าน ซึ่งก็ควรส่งเสริมให้เด็ก มีเทคนิครับมือกับการบ้าน รู้จักใช้วิธีที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถพิชิตการบ้านได้ จะได้ไม่เกิดอาการโยเยไม่อยากไปโรงเรียน

อย่างคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่เด็กหลายคนมักไม่ปลื้ม กับการเรียน และการบ้าน ที่ว่ายากแสนยาก ก็สามารถจะง่ายขึ้นได้ถ้าส่งเสริมให้เด็กได้หมั่นฝึกฝน มีการคิดทีละขั้นตอน เช่น อันดับแรกดูว่าเป็นโจทย์ประเภทใด? ต้องใช้สูตรคำนวณอย่างไร? มีกฎการคำนวณเพื่อให้ง่ายขึ้นในการหาคำตอบหรือไม่อย่างไร? หรือวิชาที่ต้องแสดงความคิดเห็น ก็ส่งเสริมให้น้อง ๆ รู้จักหาข้อสรุปออกมาเป็นข้อ ๆ เขียนคร่าว ๆ ไว้ก่อนว่าคิดเห็นอย่างไร แล้วก็อ่านซ้ำและแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน จะได้มีความสมบูรณ์ขึ้นทั้งนี้ เมื่อเด็กขยันเรียน มีความกระตือรือร้นอยากไปโรงเรียน การให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ กับเด็กบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพียงแต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมไม่กลายเป็นการสร้างลักษณะนิสัยอันไม่พึงประสงค์ให้กับเด็ก."ทำอย่างไรให้เด็ก ๆ อยากไปโรงเรียน??" โจทย์นี้ "คำตอบสำคัญอยู่ที่ตัวเด็กเอง" ที่ต้องมีความรู้สึกที่ดีและมีความสุขกับการไปโรงเรียน กระนั้น "พ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องเป็นกองหนุน" ช่วยให้เด็กรู้สึกดี มีความสุข สนุก...

"อยากไปโรงเรียนทุกวัน".

"คำตอบสำคัญอยู่ที่ตัวเด็กเอง"

 

ขอบคุณที่มาจาก เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 26 พ.ค. 2559 (กรอบบ่าย) 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "อยากไปโรงเรียน" โจทย์ใหญ่? พ่อแม่ช่วยลูกได้..ด้วย "สนุก" , , , อยากไปโรงเรียน , , โจทย์ใหญ่? , พ่อแม่ช่วยลูกได้..ด้วย , , สนุก , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คนคือความท้าทาย

คนคือความท้าทาย
เปิดอ่าน 4,463 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การศึกษาในอนาคต

การศึกษาในอนาคต
เปิดอ่าน 14,424 ครั้ง

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์☕ คลิกอ่านเลย
    จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
    เปิดอ่าน 12,598 ครั้ง
    การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561) ☕ คลิกอ่านเลย
    การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
    เปิดอ่าน 11,006 ครั้ง
    ‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง☕ คลิกอ่านเลย
    ‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
    เปิดอ่าน 19,042 ครั้ง
    การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง☕ คลิกอ่านเลย
    การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
    เปิดอ่าน 23,285 ครั้ง
    การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร☕ คลิกอ่านเลย
    การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร
    เปิดอ่าน 20,871 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    เผย 14 รอยเลื่อนมีพลังในไทย ที่อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวเผย 14 รอยเลื่อนมีพลังในไทย ที่อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหว
    เปิดอ่าน 8,534 ครั้ง
    หมอเตือนอย่ากิน"แมลงทอด"กับ"เหล้า-เบียร์"หมอเตือนอย่ากิน"แมลงทอด"กับ"เหล้า-เบียร์"
    เปิดอ่าน 11,378 ครั้ง
    คึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ชม แมงกะพรุนหลากสี จ.ตราด ห้องพักเต็มคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ชม แมงกะพรุนหลากสี จ.ตราด ห้องพักเต็ม
    เปิดอ่าน 7,957 ครั้ง
    รู้เท่าทัน ก่อนทานสมุนไพร-อาหารเสริมรู้เท่าทัน ก่อนทานสมุนไพร-อาหารเสริม
    เปิดอ่าน 7,466 ครั้ง
    หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน
    เปิดอ่าน 6,584 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม