บทความเผยแพร่ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การดำเนินงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best
Practice) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับทักษะการค้นคว้าขั้นสูง การคิดวิเคราะห์ และปลูกฝังพฤติกรรมรัก
การอ่านอย่างมีความหมายตามแนวคิดการเรียนรู้อยู่ในระดับชั้นเลิศ โดยบูรณาการร่วมกับหลักสูตรแกนกลางและ
และแผนคุณภาพผู้เรียน เพื่อหล่อหลอมให้นักเรียน เกิดกระบวนการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีนิสัยรักการอ่านที่
ยังยืน และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ภายใต้กระบวนการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเชิง
ระบบของสถานศึกษา
การขับเคลื่อนโรงเรียนส่งเสริมการอ่านใช้นวัตกรรม "PARURK MODEL" ซึ่งทำงานสอดคล้องประสานกับ
วงจรคุณภาพ (PDCA) ประกอบด้วยกลไกสำคัญ 6 ประการได้แก่ P: Preparation & Environment การจัด
สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการคัดสรรหนังสือที่น่าสนใจลงสู่ชั้นเรียน A: Active Reading การส่งเสริม
กิจกรรมการอ่านเชิงรุก พัฒนาเทคนิคการตั้งคำถามและเปลี่ยนบทบาทผู้เรียนจาก "ผู้รับ" เป็น "ผู้ค้นหา" R:
Reflection & Sharing การสะท้อนคิด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น และสรุปใจความสำคัญอย่างสร้างสรรค์ U:
Unity Network การผสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งครู เพื่อน ผู้ปกครอง และชุมชนในการสร้างพื้นที่การ
เรียนรู้ R: Recognition การส่งเสริมแรงจูงใจ ยกย่องชมเชย และมอบรางวัลเกียรติบัตรเพื่อเชิดชูเกียรติอย่าง
ต่อเนื่อง K: Knowledge Development การประเมินผลการอ่านและพัฒนาทักษะเพื่อนำไปสู่การต่อยอดองค์
ความรู้ตลอดชีวิต
ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เรียนเกิดการพัฒนา องค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่ มีเป้าหมายการอ่านที่
ชัดเจน (Goal) มีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล (Skills) และเกิดนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ
(Habit) สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ส่ง
ผลลัพธ์ให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน (Sustainable Learning) ยิ่งไปกว่านั้น สถานศึกษายังเกิดภาคี
เครือข่ายความร่วมมือ (Unity Network) ที่เข้มแข็ง ระหว่างบ้าน โรงเรียน และ ชุมชน ส่งผลให้กระบวนการ
บริหารจัดการศึกษามีความต่อเนื่อง เป็นระบบ สู่การเป็นสถานศึกษาต้นแบบในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้
อย่างยังยืนตามคำขวัญนวัตกรรมที่ว่า "อ่านอย่างมีความหมาย พัฒนาทักษะ สร้างนิสัย ก่อเกิดการเรียนรู้อย่าง
ยั่งยืน