ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมความรู้ทั่วไป  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

สูงวัยอย่างแข็งแกร่ง ทำความเข้าใจและรับมือกับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย


ความรู้ทั่วไป 23 มิ.ย. 2569 (23:35 น.)

911

views
Advertisement

สูงวัยอย่างแข็งแกร่ง ทำความเข้าใจและรับมือกับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย

ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ภัยเงียบของวัยสูงอายุที่ป้องกันได้

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของคนเราย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก คือ “การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือ Sarcopenia

ภาวะนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การที่แขน ขา หรือน่องดูเล็กลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่กำลังกล้ามเนื้อลดลง การเคลื่อนไหวช้าลง และสมรรถภาพร่างกายโดยรวมถดถอยลงไปด้วย หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจทำให้ผู้สูงอายุอ่อนแรง เดินไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการหกล้ม กระดูกหัก และในรายที่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะติดเตียงได้

ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยคืออะไร

ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย คือกลุ่มอาการที่เกิดจากความเสื่อมถอยของกล้ามเนื้อและระบบการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยมักพิจารณาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

หนึ่ง มวลกล้ามเนื้อลดลง
สอง เรี่ยวแรงของกล้ามเนื้อลดลง
สาม ความสามารถในการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวันลดลง

ที่สำคัญ ภาวะนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับระบบประสาท การสั่งการของสมอง และการทรงตัวของร่างกายด้วย

แม้เรามักพบภาวะนี้ในผู้สูงอายุ แต่ความจริงแล้วความเสื่อมของกล้ามเนื้อสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่อายุประมาณ 35 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในคนที่ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารไม่เหมาะสม หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง ดังนั้น การดูแลกล้ามเนื้อจึงไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยทำงาน

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยอาจสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น แขนขาดูเล็กลง น่องลีบลง กล้ามเนื้อไม่กระชับ เดินช้ากว่าเดิม ลุกนั่งลำบาก หรือรู้สึกอ่อนแรงง่ายกว่าปกติ

นอกจากนี้ ยังมีวิธีประเมินเบื้องต้นที่ช่วยให้เห็นสัญญาณของความเสื่อมถอยได้ชัดเจนขึ้น เช่น

แรงบีบมือลดลง หากกำลังมืออ่อนลงมาก อาจสะท้อนถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยรวมที่ลดลง โดยทั่วไปผู้ชายควรมีแรงบีบมือประมาณ 20 กว่ากิโลกรัมขึ้นไป ส่วนผู้หญิงควรอยู่ในระดับ 10 กว่ากิโลกรัมขึ้นไป

เดินช้าลง หากเดินตามปกติแล้วมีความเร็วต่ำกว่า 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มมีปัญหาเรื่องกำลังกล้ามเนื้อและการทรงตัว

ลุกนั่งลำบาก หากทดสอบลุก-นั่งจากเก้าอี้ 5 ครั้ง แล้วใช้เวลานานเกิน 13 วินาที อาจบ่งชี้ว่าสมรรถนะของกล้ามเนื้อช่วงล่างเริ่มลดลง

สัญญาณเหล่านี้อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ในอนาคต

สาเหตุของการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไม่ได้เกิดจากความแก่ชราเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ การขาดวิตามินดี การไม่ออกกำลังกาย การใช้ชีวิตแบบนั่งนาน เคลื่อนไหวน้อย รวมถึงการเจ็บป่วยรุนแรงหรืออุบัติเหตุที่ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน

โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว กล้ามเนื้อจะสลายตัวได้รวดเร็วมาก ผู้สูงอายุบางคนที่เคยเดินได้ตามปกติ เมื่อเจ็บป่วยและนอนพักนาน ๆ อาจกลับมาเดินได้ยากขึ้น หรือฟื้นตัวช้ากว่าที่ควร เพราะกล้ามเนื้อสูญเสียความแข็งแรงไปมาก

ป้องกันและฟื้นฟูได้ด้วย 3 วิธีสำคัญ

ข่าวดีคือ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยสามารถป้องกันและฟื้นฟูได้ และแม้จะเป็นผู้สูงอายุแล้ว ร่างกายก็ยังสามารถสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงได้ตลอดชีวิต เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอมากกว่าวัยหนุ่มสาว

หัวใจสำคัญของการดูแลกล้ามเนื้อมี 3 ประการ ได้แก่

1. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ โดยทั่วไป ร่างกายควรได้รับโปรตีนประมาณ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เช่น หากมีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนประมาณ 50 กรัมต่อวัน

แหล่งโปรตีนที่ดี ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง โดยเฉพาะไข่เป็นอาหารที่รับประทานง่าย ราคาไม่สูง และยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสมองและระบบประสาท เช่น เลซิตินอีกด้วย

2. ออกกำลังกายแบบสู้แรงต้าน

การเดินเป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนเลือด แต่การเดินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อคุ้นชินกับน้ำหนักตัวอยู่แล้ว

การสร้างกล้ามเนื้อจำเป็นต้องอาศัยการออกกำลังกายแบบสู้แรงต้าน หรือ Resistance Training เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงานมากขึ้น และพัฒนาให้แข็งแรงขึ้น

สำหรับกล้ามเนื้อช่วงล่าง อาจเริ่มจากท่าลุก-นั่งบนเก้าอี้ หรือ Squat แบบง่าย ๆ โดยใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้าน ส่วนกล้ามเนื้อช่วงบน อาจใช้ท่าดันกำแพง ซึ่งดัดแปลงจากการวิดพื้น หรือใช้ยางยืดออกกำลังกายในการฝึกท่าดึงและผลัก
สิ่งสำคัญคือควรเริ่มจากระดับที่ปลอดภัย เหมาะกับสภาพร่างกาย และค่อย ๆ เพิ่มความหนักตามความสามารถ

3. ฝึกการทรงตัวเพื่อลดความเสี่ยงการหกล้ม

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การสร้างกล้ามเนื้อ คือการฝึกการทรงตัว เพราะผู้สูงอายุจำนวนมากไม่ได้บาดเจ็บจากโรคโดยตรง แต่บาดเจ็บจากการหกล้ม ซึ่งอาจนำไปสู่กระดูกหัก การผ่าตัด การนอนติดเตียง และการสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง

การฝึกสมดุลสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ยืนขาเดียว เดินเป็นเลข 8 เดินต่อเท้า เต้นลีลาศ หรือเข้าร่วมโปรแกรมฝึกการทรงตัวเฉพาะทาง กิจกรรมเหล่านี้ช่วยกระตุ้นทั้งกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และสมองให้ทำงานประสานกันดีขึ้น

เริ่มดูแลกล้ามเนื้อวันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในวันหน้า

การดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องที่ต้องรอให้แก่ก่อนจึงค่อยเริ่ม เพราะความเสื่อมของร่างกายเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และมักแสดงผลชัดเจนเมื่อร่างกายเริ่มอ่อนแรงแล้ว

คนที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง มีโภชนาการดี และออกกำลังกายสม่ำเสมอ มักฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยได้ดีกว่าคนที่ปล่อยให้ร่างกายเสื่อมถอยไปตามยถากรรม

ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในวัย 30 ต้น ๆ วัยทำงาน หรือวัยสูงอายุ การเริ่มต้นดูแลกล้ามเนื้อตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว เพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแรงไม่เพียงช่วยให้เราเดินได้มั่นคง เคลื่อนไหวได้คล่องตัว และลดความเสี่ยงต่อการหกล้มเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรายังคงพึ่งพาตนเอง ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และมีความสุขได้ยาวนานขึ้น


สูงวัยอย่างแข็งแกร่ง ทำความเข้าใจและรับมือกับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยสูงวัยอย่างแข็งแกร่งทำความเข้าใจและรับมือกับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ต้นกำเนิด "ร่ม"

ต้นกำเนิด "ร่ม"


เปิดอ่าน 18,570 ครั้ง
ถอนผมหงอก...ดีไหม

ถอนผมหงอก...ดีไหม


เปิดอ่าน 25,794 ครั้ง
การดูแลรถเมื่อน้ำท่วม

การดูแลรถเมื่อน้ำท่วม


เปิดอ่าน 17,184 ครั้ง
เกมส์วันเกิด 30 ปีของ PAC-MAN

เกมส์วันเกิด 30 ปีของ PAC-MAN


เปิดอ่าน 21,497 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

สกินแคร์ฟื้นฟูผิวคืออะไร ต่างจากสกินแคร์ทั่วไปอย่างไร ?

สกินแคร์ฟื้นฟูผิวคืออะไร ต่างจากสกินแคร์ทั่วไปอย่างไร ?

เปิดอ่าน 890 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ทำความรู้จักกับหลักสูตรการรับรองการสอนภาษาอังกฤษ TEFL /TESOL
ทำความรู้จักกับหลักสูตรการรับรองการสอนภาษาอังกฤษ TEFL /TESOL
เปิดอ่าน 5,691 ☕ คลิกอ่านเลย

พบสัตว์ประหลาดทะเลลึกเฉียด 2 หมื่นสายพันธุ์
พบสัตว์ประหลาดทะเลลึกเฉียด 2 หมื่นสายพันธุ์
เปิดอ่าน 13,957 ☕ คลิกอ่านเลย

โรคเอ็มเอส โรคร้ายของหนุ่มสาว
โรคเอ็มเอส โรคร้ายของหนุ่มสาว
เปิดอ่าน 14,813 ☕ คลิกอ่านเลย

สูตรลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว...เพื่อหุ่นเป๊ะในไม่กี่สัปดาห์
สูตรลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว...เพื่อหุ่นเป๊ะในไม่กี่สัปดาห์
เปิดอ่าน 213,500 ☕ คลิกอ่านเลย

เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน
เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน
เปิดอ่าน 15,615 ☕ คลิกอ่านเลย

ผลสำรวจพบคนใช้รถ50%เลือกซื้อรถในใจ
ผลสำรวจพบคนใช้รถ50%เลือกซื้อรถในใจ
เปิดอ่าน 12,913 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย
เปิดอ่าน 29,405 ครั้ง

ให้อิสระโรงเรียน ปลดล็อกปฏิรูปการศึกษา
ให้อิสระโรงเรียน ปลดล็อกปฏิรูปการศึกษา
เปิดอ่าน 12,832 ครั้ง

วิธีแก้อาการอ่อนเพลีย หลังเดินทาง
วิธีแก้อาการอ่อนเพลีย หลังเดินทาง
เปิดอ่าน 17,805 ครั้ง

วิธีเขียนอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
วิธีเขียนอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
เปิดอ่าน 61,803 ครั้ง

พร้อมตอบคำถาม หม้อแปลงไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร
พร้อมตอบคำถาม หม้อแปลงไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร
เปิดอ่าน 2,280 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ