ชื่อเรื่อง การวิจัยรูปแบบบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล
ผู้วิจัย นางกมลาศน์ ศรประสิทธิ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล
ปีการศึกษา 2566
บทคัดย่อ
การวิจัยรูปแบบบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบ และแนวทางบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล 2) เพื่อสร้างและตรวจสอบรูปแบบบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ 4) เพื่อประเมินรูปแบบบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) กลุ่มตัวอย่าง คือ รองผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 2 คน ครูผู้สอน จำนวน 98 คน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 214 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 327 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบประเมินความเป็นประโยชน์ของรูปแบบบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล 2) แบบประเมินความพึงพอใจของรูปแบบบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
รูปแบบบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล มี 3 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบที่ 1 ปัจจัยนำเข้า มีองค์ประกอบย่อย ได้แก่ 1) บริบทต่อการเปลี่ยนแปลง 2) ทรัพยากรในการบริหาร องค์ประกอบที่ 2 กระบวนการ มีองค์ประกอบย่อย ได้แก่ 1) การบริหารสถานศึกษาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา 2) การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา 3) กระบวนการดำเนินการตามเส้นทางทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา องค์ประกอบที่ 3 ผลการดำเนินงาน มีองค์ประกอบย่อย ได้แก่ 1) ผลการรายงานกระบวนการใช้รูปแบบฯ 2) ผลการประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบฯ 3) ผลการประเมินทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียน ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา 4) ผลการประเมินความสามารถการจัดการเรียนรู้ทักษะชีวิตและอาชีพนักเรียนของครูในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนสะเดา 5) ผลที่เกิดกับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียน และชุมชน
ผลการประเมินความเป็นประโยชน์ตามความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบฯ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.59, σ = 0.34) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านผู้เรียนมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (μ = 4.76, σ = 0.56) รองลงมา ได้แก่ ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา (μ = 4.54, σ = 0.23) ด้านสถานศึกษา (μ = 4.54, σ = 0.27) และด้านชุมชนและเครือข่ายทางวิชาการ (μ = 4.53, σ = 0.28)
ผลการประเมินระดับความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบฯ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.61, σ = 0.18) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ทุกข้อมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยรายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ รูปแบบช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการปรับตัว การตัดสินใจ การวางแผนชีวิต และการเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคตได้อย่างเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.74, σ = 0.43) รองลงมา คือ การมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชนในการดำเนินงานมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.73, σ = 0.44) และคู่มือการบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกมีความชัดเจน ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ได้จริง อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.71, σ = 0.45) ตามลำดับ ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานตามรูปแบบมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก (μ = 4.46, σ = 0.56)