ชื่อผลงาน INSPIRE MODEL:นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาด้วยพลังแห่งแรงบันดาลใจ สู่ระบบบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาที่เป็นเอกภาพ มั่นคง และยั่งยืน
ประเภทผลงาน การนิเทศภายในโรงเรียน. ประเภท ผู้บริหาร
ความเป็นมาและความสำคัญ
โรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ ตำบลวังสมบูรณ์ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1 เป็นสถานศึกษาที่จัดการเรียน การสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 บนพื้นที่ 40 ไร่ 10 ตารางวา โดยมีเขตพื้นที่บริการครอบคลุมอำเภอวังสมบูรณ์ ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมต่อ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ในปัจจุบันความเจริญที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและระบบคมนาคม ที่มีความสะดวกในทุกมิติ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผล ให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งจากประชากรไทยและประชากรกัมพูชาเข้ามาประกอบอาชีพ ด้านการเกษตรและการค้าขาย พื้นที่เกษตรกรรมเดิมจึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นสถานประกอบการร้านค้า และแหล่งที่พักอาศัยจำนวนมากที่ยังขาดความพร้อมด้านสุขอนามัยและปัจจัยพื้นฐาน อันเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่ปัญหาทางสังคมที่มีความซับซ้อนในพื้นที่โดยรอบสถานศึกษา จากสภาพแวดล้อมดังกล่าว โรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์จึงเป็นสถานศึกษาที่รองรับนักเรียนซึ่งมีความพร้อมด้านต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน โดยผู้ปกครองส่วนหนึ่งมิได้เป็นประชากรดั้งเดิมในพื้นที่ จังหวัดสระแก้ว และนักเรียนจำนวนหนึ่งเป็นผู้ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะ ทางเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน ผู้ปกครองมีข้อจำกัดด้านเวลาในการดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวขาดความแนบแน่น และในบางครอบครัวจำเป็นต้องปล่อยให้บุตรหลานอยู่ตามลำพังจนกว่าผู้ปกครองจะเสร็จสิ้นภารกิจการทำงานจากการดำเนินงานเยี่ยมบ้านนักเรียนภายใต้ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน พบว่าที่พักอาศัยของนักเรียนส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นห้องเช่าหรือเรือนแถวขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัดและไม่มีการแบ่งสัดส่วนการใช้งาน อย่างชัดเจน สภาพแวดล้อมโดยรวมทั้งภายในที่พักอาศัยและบริเวณโดยรอบ ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตเท่าที่ควร ส่งผลให้นักเรียนในวัยรุ่นมีแนวโน้มใช้เวลาส่วนใหญ่ นอกที่พักอาศัย รวมถึงการรวมกลุ่มในบริเวณเขื่อนและลำธาร ปัจจัยด้านครอบครัว เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมดังกล่าว จึงเป็นตัวเร่งที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อเนื่อง อาทิ การขาดความสนใจด้านการศึกษา และปัญหาพฤติกรรมเชิงชู้สาว เพื่อแก้ไขและพัฒนาสภาพปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ โรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ จึงได้ดำเนินการผ่านระบบหลัก 3 ระบบ ได้แก่ ประการแรก ระบบกิจกรรมนักเรียน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้เวลาภายหลังชั่วโมงเรียนปกติในการปฏิบัติกิจกรรมเสริมตามความสนใจและความถนัดอย่างเต็มศักยภาพ อันเป็นการส่งเสริมทักษะภาวะผู้นำ ความมุมานะอดทน ตลอดจนทักษะ การคิดวิเคราะห์ การปฏิบัติ และการแก้ไขปัญหา ซึ่งช่วยให้นักเรียนสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และค้นพบศักยภาพในตนเอง อันนำไปสู่ความภาคภูมิใจของทั้งนักเรียน ผู้บริหาร และ คณะครู ระบบกิจกรรมนักเรียนจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบการเรียนรู้ของสถานศึกษา ประการที่สอง ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งครูที่ปรึกษาและครูประจำชั้นดำเนินการเยี่ยมบ้านนักเรียนในความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปกครอง รับทราบข้อมูลด้านความประพฤติ ทุนการศึกษา และผลการเรียน อันเป็นกลไกสำคัญในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด
โรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ยังได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากชุมชนทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาอย่างเข้มแข็ง โดยมีเครือข่ายความร่วมมือด้านการดูแลช่วยเหลือนักเรียนร่วมกับสถานศึกษาใกล้เคียงในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งส่งผลให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการหนีเรียนและ การทะเลาะวิวาทระหว่างสถานศึกษา ตลอดจนการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบทั้งสองประการดังกล่าวจึงเป็นกลไกสำคัญในการหล่อหลอมให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีระเบียบวินัย และตระหนักรู้ในตนเองด้านการศึกษาเล่าเรียน ประการที่สาม ระบบการเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นระบบหลักและเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน เพื่อรองรับการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต โดยสถานศึกษา ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ให้คณะครูผู้สอนดำเนินการไปในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้ปกครองและชุมชนที่ต้องการให้บุตรหลาน สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษาหรือสูงกว่า ตลอดจนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่อยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างต่ำให้สูงขึ้น ผู้บริหารและคณะครูจึงร่วมมือกันพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นความสุขในการเรียนรู้ควบคู่กับคุณธรรมจริยธรรมอย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้รับในการประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน (Classroom Meeting) พบว่านักเรียนส่วนหนึ่งยังขาดวินัยในการทำการบ้านและทบทวนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นความกังวลของผู้ปกครองต่อโอกาส ในการสำเร็จการศึกษาและการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นของบุตรหลาน ผู้ปกครองจึงฝาก ความคาดหวังไว้กับสถานศึกษาและคณะครูผู้สอนในการส่งเสริมความประพฤติที่ดีและความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียนของนักเรียน โรงเรียนและคณะครูจึงได้นำผลการประเมินจากการประชุมผู้ปกครองมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางพัฒนาการจัดการเรียนการสอน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนผ่านระบบการเรียนรู้ของสถานศึกษา โดยผู้บริหารและคณะครูมีส่วนร่วมในกระบวนการคิดและปฏิบัติร่วมกัน ทั้งนี้ การนิเทศการสอนถือเป็นกระบวนการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน เนื่องจากครูผู้สอนมีภาระงานด้านการสอนเป็นภารกิจหลัก อีกทั้งยังประสบปัญหาด้านการจัดการเรียนการสอนและ มีความต้องการได้รับคำแนะนำจาก ผู้มีความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนความต้องการเรียนรู้เทคนิควิธีการสอนใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 47 กำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในทุกระดับ ประกอบกับกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ซึ่งมุ่งเน้นให้สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถสะท้อนผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายของการประกันคุณภาพการศึกษามิได้อาศัยเพียงการจัดทำรายงานหรือการรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ในช่วงปลายปีการศึกษาเท่านั้น หากแต่จำเป็นต้องอาศัยกลไกการขับเคลื่อนที่มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยกระบวนการที่มีความสำคัญสูงสุดในการเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ คือ การนิเทศภายในสถานศึกษา ทั้งนี้ สภาพการณ์การจัดการศึกษาในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายและความผันแปรทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาหลายแห่งประสบภาวะชะงักงัน เนื่องจากการนิเทศภายในยังคงยึดติดกับรูปแบบการกำกับติดตามในลักษณะการตรวจสอบเชิงอำนาจ มากกว่าการส่งเสริมศักยภาพของครูผู้สอน ประกอบกับกระบวนการประกันคุณภาพมักถูกดำเนินการแยกส่วนออกจากการปฏิบัติงานตามปกติ ก่อให้เกิดภาระงานที่ซับซ้อนและขาดความต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพการศึกษาขาดเอกภาพและไม่อาจธำรงรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์
ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ผู้พัฒนาจึงได้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาภายใต้รูปแบบ INSPIRE MODEL แรงบันดาลใจแห่งการเรียนรู้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การนิเทศจากรูปแบบเชิงตรวจสอบไปสู่การนิเทศเชิงสร้างสรรค์ที่ใช้การเรียนรู้เป็นฐาน นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาอย่างเป็นพลวัต การนำ INSPIRE MODEL มาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนการนิเทศภายในจะส่งผลให้กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษามีความสอดคล้องและหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับการบริหารจัดการสถานศึกษา (Seamless Integration) โดยการดำเนินงานในลักษณะเครือข่ายและกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่าสถานศึกษาสามารถธำรงรักษามาตรฐานคุณภาพไว้ได้อย่างมั่นคง แม้ในสภาวะวิกฤต ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คุณภาพครู และคุณภาพการบริหารจัดการ อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความยั่งยืนในการจัดการศึกษาที่มีเอกภาพและ มีประสิทธิภาพสูง พร้อมรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดประสงค์
๑. เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้การนิเทศภายในผ่านนวัตกรรม INSPIRE MODEL เป็นกลไกหลักใน การขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและเป็นเอกภาพ
2. เพื่อยกระดับสมรรถนะครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมและการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษา
3. เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการนิเทศเชิงกัลยาณมิตรใน การสร้างขวัญกำลังใจและพลังความร่วมมือของบุคลากร เพื่อความมั่นคงยั่งยืนของระบบประกันคุณภาพในทุกสถานการณ์
4. เพื่อสร้าง สถานศึกษาแห่งแรงบันดาลใจ (Inspirational School) ที่ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานชาติอย่างเป็นรูปธรรม
5. เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นในระบบประกันคุณภาพภายในที่สามารถรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกและสะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จของสถานศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง
เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
1. สถานศึกษามีระบบการนิเทศภายในที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมครบถ้วนร้อยละ 100
2. ครูผู้สอนร้อยละ 100 ได้รับการนิเทศภายในผ่านกระบวนการ INSPIRE MODEL อย่างน้อยภาคเรียนละ 2 ครั้ง และมีผลการประเมินการจัดการเรียนรู้ในระดับดีขึ้นไป
3. ครูผู้สอนร้อยละ 100 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศการประกันคุณภาพ
4. ครูผู้สอนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จัดทำวิจัยในชั้นเรียน นวัตกรรม หรือสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและนำไปใช้พัฒนาผู้เรียนได้จริง
5. สถานศึกษามีผลการประเมินคุณภาพภายใน (IQA) ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาพรวมอยู่ในระดับ ดีเยี่ยม
6. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
7. ผู้เรียนมีผลการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานชาติเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปีการศึกษาที่ผ่านมา
8. บุคลากรในสถานศึกษาร้อยละ 100 มีส่วนร่วมในกิจกรรมเสริมสร้างขวัญกำลังใจและกิจกรรม สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร
เชิงคุณภาพ
1. สถานศึกษามีกลไกการบริหารจัดการระบบประกันคุณภาพที่มีความเป็นเอกภาพ และยั่งยืน โดยใช้การนิเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลักตามแนวคิดการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด
2. ครูผู้สอนเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ที่สามารถสร้างห้องเรียนแห่งแรงบันดาลใจและจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เกิดวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพ (PLC) ที่มีความเข้มแข็งและต่อเนื่อง
4. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพและทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน การศึกษาชาติและพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
5. สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่มีความยืดหยุ่น มั่นคง และสามารถรักษามาตรฐานคุณภาพการศึกษาได้ในทุกสถานการณ์ 6. บุคลากรมีความสุขในการปฏิบัติงาน มีทัศนคติเชิงบวกต่อการนิเทศแบบกัลยาณมิตร และมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จร่วมกันของสถานศึกษา