ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ เรื่อง Weather and Clothes โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาของการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ในการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่่ 5 ก่อนและหลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 21 คน โรงเรียนบ้านป่าบง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา การหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละความก้าวหน้า ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพและปัญหาของการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ที่มีปัญหาในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ทำให้การเรียนรู้ล่าช้า สาเหตุเกิดจากขาดความมั่นใจ ไม่กล้าแสดงออก และไม่มีโอกาสใช้ภาษาในชีวิตประจำวันการเรียนรู้ที่เน้นทฤษฎีมากเกินไปทำให้ขาดการฝึกปฏิบัติ ทักษะที่มีความสำคัญและจำเป็นในการพัฒนา คือ การสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model และจากการสอบถามความคิดเห็น พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X-bar = 4.66, S.D. = 0.48) 2) ผลการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ที่ได้รับการพัฒนามีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ( X-bar = 4.68, S.D. = 0.43) 3) ผลการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่่ 5 สูงขึ้นหลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model

คำสำคัญ

แผนการจัดการเรียนรู้, การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model , ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ

วิธีการวิจัย

1. กลุ่มเป้าหมาย

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 21 คน โรงเรียนบ้านป่าบง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569

2. เครื่องมือในการวิจัยครั้งนี้ได้ใช้เครื่องมือ 4 ชนิด ดังนี้

2.1 แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นของครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา

2.2 แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

2.3 แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน

2.4 แบบทดสอบวัดความสามารถทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ

3. การเก็บรวบรวมข้อมูล

การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการตามลักษณะของกระบวนการวิจัย เริ่มตั้งแต่เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ถึง กรกฎาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้

3.1 ผู้วิจัยศึกษาทฤษฎี หลักการ แนวคิด และเอกสารที่เกี่ยวข้องในการสร้างแบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นของครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา โดยดำเนินการสร้างแบบสัมภาษณ์เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ แล้วปรับปรุงตามคำแนะนำ วิเคราะห์หาค่า IOC จากนั้นพิจารณาเลือกข้อคำถามที่มีคุณภาพ นำแบบสัมภาษณ์ไปสัมภาษณ์ครู จำนวน 5 คน และนำผลมาวิเคราะห์หาประเด็นปัญหา

3.2 ผู้วิจัยศึกษาเอกสาร ตำรา แนวคิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางและวิธีในการสร้างแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยดำเนินการสร้างแบบสอบถาม จำนวน 15 ข้อ โดยแบ่งเป็น 3 องค์ประกอบ คือ ด้านการจัดกิจกรรม ด้านบรรยากาศในห้องเรียน และด้านประโยชน์ที่ได้รับ เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ แล้วปรับปรุงตามคำแนะนำ วิเคราะห์หาค่า IOC และพิจารณาเลือกข้อคำถามที่มีคุณภาพ คัดเลือกข้อคำถามของแบบสอบถามที่มีความเหมาะสมที่สุด จำนวน 10 ข้อ จากนั้นนำไปสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน จำนวน 21 คน และนำผลมาวิเคราะห์หาประเด็นปัญหา

3.3 ผู้วิจัยศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 เอกสาร แนวคิดและเอกสารงานวิจัยที่สอดคล้องกับการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน จำนวน 4 แผน เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความเหมาะสม ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ แล้วนำไปทดลองใช้ ปรับปรุงแก้ไข และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับจริง และนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป

3.4 ผู้วิจัยศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ วิเคราะห์เนื้อหา วิธีการที่เกี่ยวกับการวัดและประเมินผล และดำเนินการสร้างแบบทดสอบ วิเคราะห์ ตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบ และสร้างเกณฑ์การประเมิน จากนั้นนำแบบทดสอบเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาตรวจสอบความความสอดคล้อง โดยใช้ดัชนีวัดความสอดคล้อง (IOC) นำแบบทดสอบไปทดลองใช้ เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของการนำไปใช้ ปรับปรุงแก้ไขและจัดทำแบบทดสอบฉบับจริง และนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป โดยดำเนินการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) และหลังเรียน (Post-test)

4.การวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้

1. วิเคราะห์คุณภาพแบบสัมภาษณ์ครูภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาและแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยผลการสัมภาษณ์ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis) และผลจาการสอบถามโดยการวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (X-bar) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

2. วิเคราะห์คุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน โดยการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย (X-bar) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

3. เปรียบเทียบผลการพัฒนาความสามารถทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model โดยการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย (X-bar) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าร้อยละความก้าวหน้า

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X-bar) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

1.1 ค่าร้อยละ (Percentage)

1.2 ค่าเฉลี่ย (Mean)

1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของคะแนนทดสอบก่อนและหลังเรียน

2. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล

2.1 ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC)

2.2 ค่าเฉลี่ย (Mean)

2.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

2.4 ค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สูตรดังนี้

2.5 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดความสามารถทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ โดยใช้สูตร KR-20 หาค่า r_tt

สรุป

จากการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ เรื่อง Weather and Clothes โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านป่าบง สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น สามารถช่วยให้นักเรียนเกิดความสนใจและกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนเป็นอย่างมาก นักเรียนสามารถเข้าใจ ตีความ แปลความหมายในสิ่งที่ได้ยิน และแสดงออกโดยการปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ยิน อีกทั้งมีความกล้าแสดงออกในการพูดโต้ตอบตามความคิดและความรู้สึกด้วยความมั่นใจ มีการเน้นระดับเสียงสูงต่ำของคำและประโยคเพื่อสื่อความหมาย ใช้กิริยาท่าทาง สีหน้า และการเคลื่อนไหวของร่างกายประกอบการสนทนา การจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน จึงมีความเหมาะสมกับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาเป็นอย่างมาก เนื่องจากนักเรียนเป็นเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-12 ปี สมองจะมีความยืดหยุ่นได้มากที่สุด มีความสามารถพิเศษเกี่ยวกับการพูด ชอบในการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมแปลกใหม่ สนุกสนาน การไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถส่งผลต่อแรงจูงใจและเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ อีกทั้งช่วยเสริมความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นพื้นฐานต่อความสามารถทางภาษาด้านอื่น ๆ ต่อไป ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะจาการวิจัยและข้อเสนอแนะสำหรับการทำวิจัยในครั้งต่อไป

ข้อเสนอแนะจากการวิจัย

1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ควรมีการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น ลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง เพื่อกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจมากขึ้น

2. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ควรคำนึงถึงเวลาในการจัดกิจกรรมเป็นสำคัญ เนื่องจากการจัดกิจกรรมแต่ละหน่วยการเรียนรู้ใช้เวลาจำนวนมาก ดังนั้นครูผู้สอนจึงควรควบคุมเวลาในแต่ละขั้นตอนให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้

3. ครูผู้สอนควรจะมีผู้ช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเฉพาะหากนักเรียนในห้องมีจำนวนมาก ผู้สอนอาจไม่สามารถควบคุมและสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนได้ทั่วถึง

ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยในครั้งต่อไป

1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ควรนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถทักษะการอ่านและการเขียน

2. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ควรนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้บูรณาการร่วมกับรายวิชาอื่น ๆ

3. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) ร่วมกับ WEAR Model ควรเลือกเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัยผู้เรียน อาจเป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน หรือเรื่องแปลกใหม่ที่เหมาะสมกับวัยผู้เรียน

โพสต์โดย กะตอย : [28 ก.ค. 2569 (13:39 น.)]
อ่าน [201] ไอพี : 182.232.115.227
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,812 ครั้ง
ฝึกหายใจให้หายง่วง
ฝึกหายใจให้หายง่วง

เปิดอ่าน 4,348 ครั้ง
เปิดทริกเพิ่ม "ไอคิว" ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์-กินนมแม่-เล่นอิสระ
เปิดทริกเพิ่ม "ไอคิว" ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์-กินนมแม่-เล่นอิสระ

เปิดอ่าน 10,123 ครั้ง
ตอนนี้สามารถรับประทานเนื้อหมู ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
ตอนนี้สามารถรับประทานเนื้อหมู ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

เปิดอ่าน 1,100 ครั้ง
ออมทองให้นักเรียนรู้จักคุณค่าของเงิน เริ่มต้นง่าย ๆ ที่บ้าน
ออมทองให้นักเรียนรู้จักคุณค่าของเงิน เริ่มต้นง่าย ๆ ที่บ้าน

เปิดอ่าน 18,407 ครั้ง
แบ่งเกรดมหาลัย ความรวดร้าวของบัณฑิตจบใหม่
แบ่งเกรดมหาลัย ความรวดร้าวของบัณฑิตจบใหม่

เปิดอ่าน 22,907 ครั้ง
เพราะเหตุใดขณะที่ต้มไข่ จึงมีฟองอากาศลอยออกมา
เพราะเหตุใดขณะที่ต้มไข่ จึงมีฟองอากาศลอยออกมา

เปิดอ่าน 23,399 ครั้ง
"ผักชี" ผักพิฆาตอธรรม
"ผักชี" ผักพิฆาตอธรรม

เปิดอ่าน 13,170 ครั้ง
ลีลาตำรวจโบกรถ เชียงใหม่ ช่วยผู้ขับขี่คลายเครียดได้เยอะ
ลีลาตำรวจโบกรถ เชียงใหม่ ช่วยผู้ขับขี่คลายเครียดได้เยอะ

เปิดอ่าน 27,841 ครั้ง
ขนมถังแตก
ขนมถังแตก

เปิดอ่าน 60,633 ครั้ง
ผลสัมฤทธิ์การปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (The Achievement of Education Reform)
ผลสัมฤทธิ์การปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (The Achievement of Education Reform)

เปิดอ่าน 11,360 ครั้ง
ปัญหา คือ การเรียนรู้ ?
ปัญหา คือ การเรียนรู้ ?

เปิดอ่าน 10,135 ครั้ง
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?

เปิดอ่าน 13,645 ครั้ง
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?

เปิดอ่าน 20,026 ครั้ง
ด้วยหน้าที่ ด้วยหัวใจ "ชีวิตครูบนดอย" โรงเรียนแม่สะเต เชียงใหม่ เรือจ้างผู้ไม่ท้อถอย
ด้วยหน้าที่ ด้วยหัวใจ "ชีวิตครูบนดอย" โรงเรียนแม่สะเต เชียงใหม่ เรือจ้างผู้ไม่ท้อถอย

เปิดอ่าน 11,264 ครั้ง
คนไทย80% กินอาหารเกินจำเป็นร่างกาย
คนไทย80% กินอาหารเกินจำเป็นร่างกาย

เปิดอ่าน 15,272 ครั้ง
คลิป การจอดรถสุดเกรียน ชนิดเทพอยากเอามือปิดหน้า
คลิป การจอดรถสุดเกรียน ชนิดเทพอยากเอามือปิดหน้า
เปิดอ่าน 18,282 ครั้ง
เส้นทางรัก ... เพชรา มาถึงวันนี้ที่มีแต่ ชรินทร์
เส้นทางรัก ... เพชรา มาถึงวันนี้ที่มีแต่ ชรินทร์
เปิดอ่าน 13,661 ครั้ง
"แอพฟรี"สูบแบตเตอรี่กว่าแอพเสียเงินจริงหรือ?
"แอพฟรี"สูบแบตเตอรี่กว่าแอพเสียเงินจริงหรือ?
เปิดอ่าน 14,905 ครั้ง
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
เปิดอ่าน 29,929 ครั้ง
เรื่องของเหรียญบาท
เรื่องของเหรียญบาท

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ