การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 พัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวมบนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ ทั้งนี้สาระการเรียนรู้ประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการและคุณลักษณะ คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งไม่เน้นเนื้อหา การท่องจำ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะหรือกระบวนการที่สำคัญและจำเป็นสำหรับเด็ก เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม ทักษะการคิด ทักษะการใช้ภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น รวมทั้งการจัดประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญา ได้แก่ การคิด การใช้ภาษา การสังเกต การจำแนก การเปรียบเทียบ จำนวน มิติความสัมพันธ์ เวลา เป็นต้น การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็ก ปฐมวัยให้ได้รับการเรียนรู้ในรูปแบบของการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการผ่านการเล่นโดยมุ่งเน้นให้เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรงเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ทักษะสมองส่วนหน้า(Executive Functions : EF) แบ่งออกเป็นทั้งหมด 9 ด้าน ด้วยกัน ได้แก่ ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) เป็นทักษะหรือความสามารถในการ จดจำและดึงข้อมูลออกมาใช้ได้ในสถานการณ์ที่ต้องการ ยั้งคิด ไตร่ตรอง (Inhibitory Control) เป็นทักษะหรือความสามารถในการ หยุดหรือยับยั้งตนเองทั้งในแง่ของความคิด และการแสดงออก Shifting หรือ ยืดหยุ่นความคิด (Cognitive Flexibility) เป็นทักษะพื้นฐานในการแก้ปัญหา คือ การรู้จักปรับเปลี่ยนความคิด ไม่ยึดติด รู้จักพลิกแพลง Focus หรือจดจ่อใส่ใจ (Attention) เป็นทักษะในการใส่ใจ จดจ่อ มีสมาธิอยู่กับ กิจกรรมหรืองานที่ทำอยู่หรือได้รับมอบหมายได้ตั้งแต่ต้นจนสำเร็จลุล่วง ควบคุมอารมณ์ (Emotional Control) เป็นทักษะ ในการรู้จักอารมณ์ตนเอง และสามารถควบคุมให้แสดงออกในระดับที่เหมาะสม ได้ติดตาม ประเมินตนเอง (SelfMonitoring) เป็นทักษะในการเข้าใจและเรียนรู้ตนเองตามความเป็น ริง สามารถ ใช้การประเมินนี้ในการพัฒนาและปรับปรุง
ตนเองได้ริเริ่มและลงมือทำ ( Initiating) เป็นทักษะในการริเริ่มปฏิบัติลงมือทำในสิ่งที่คิดหรือวางแผนไว้ไม่เลื่อน ไม่ผัดผ่อน วางแผน จัดระบบ ดำเนินการ (Planning and Organizing) เป็นทักษะในการคิดอย่างเป็น ขั้นตอน รู้จักวางแผน รู้จักการเรียงลำดับความสำคัญ ความยากง่าย ทำงานเป็นระบบได้ มุ่งเป้าหมาย ( GoalDirected Persistence) เป็นทักษะที่สำคัญ เพราะเป็นการรวบรวมเอาทุกทักษะมาทำให้เกิดเป็นผลงานหรือ ความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคหรือปัญหาในแต่ละด้านต่างก็สนับสนุนการพัฒนาและเติบโตของอีกด้าน จึงจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนควบคู่กันไป
การเรียนรู้ผ่านเกม (Game-Based Learning หรือ GBL) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ได้รับความนิยม อย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน เป็นการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นสื่อ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิด การเรียนรู้โดยผสมผสานความสนุกสนานจากการเล่นเกมไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจของผู้เรียน เป็นเพราะการที่ผู้เรียนเกิดมาในยุคที่เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ และเครื่องมือสื่อสารที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จึงมีผลทำให้ความชอบ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนต่อรูปแบบการเรียนรู้และการที่ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจะทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการเรียนรู้ ซึ่งเกมการศึกษาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ทั้งเกมการศึกษาออนไลน์และเกมการศึกษาที่ครูผลิตขึ้นมา เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ จากการเล่นและการลงมือทำ และสำหรับเด็กปฐมวัยนั้น เกมการศึกษาเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการฝึกทักษะ เพราะการเล่นเกมการศึกษามีกติกาที่เรียบง่ายแต่ต้องใช้การคิดซับซ้อน เช่น การจับคู่ การต่อภาพให้สมบูรณ์ โดมิโน การเรียงลำดับ การจัดหมวดหมู่ การศึกษารายละเอียดของภาพ เกมพื้นฐานการบวก และการหาความสัมพันธ์
จากการสังเกตพัฒนาการของเด็กในระดับชั้นอนุบาล 2 พบว่า ปัจจุบันเด็กไม่มีสมาธิในการทำ กิจกรรมขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมได้นาน ขาดความสามารถในการควบคุมตนเองหรือวางแผนในการทำกิจกรรมให้สำเร็จ จากปัญหาข้างต้น ทําให้เด็กมีพัฒนาการถดถอย ไม่มีสมาธิ คุณครูต้องคอยกระตุ้นช่วยเหลือเด็กในการทำกิจกรรมอยู่เสมอ คุณครูจึงเล็งเห็นว่าการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะสมอง (Executive Functions : EF) จะเป็นตัวช่วยส่งเสริมพัฒนาเด็กนักเรียนได้ดี จึงนำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการเรียนรู้ผ่านเกม GBL มาจัดกิจกรรมในห้องเรียน เพื่อฝึกให้เด็กทำกิจกรรมที่เป็นลำดับ ขั้นตอน สอนให้ เด็กรู้จักเป้าหมายที่เหมาะสมให้ชัดเจน จากการวางแผนและลงมือทำ สอนให้เด็กลองคิดหาทางออกในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย สอนให้เด็กรู้จักการประเมิน ตนเองว่าผลที่ออกมาดีหรือไม่ สาเหตุเกิดจากอะไรจะปรับปรุงอย่างไร ดังนั้นในการเลือกเล่นเกมควรมีลักษณะที่ส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกการคิด ความจำ การวางแผน การใช้กลยุทธ์ การคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้น ฝึกการแก้ปัญหา การจินตนาการ ก็มีส่วน ช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะการคิดอย่างมีระบบ, การแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นตอน, และการคิดเชิงตรรกะ เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมทักษะ (Executive Functions : EF) ผ่านการเล่นเกมและการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหา การคิดอย่างเป็นระบบ และการทำงานเป็นขั้นตอน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ สำหรับการเรียนรู้ในอนาคต
จุดประสงค์
1 เพื่อพัฒนาทักษะทางสมอง (Executive Functions : EF) ในเด็กปฐมวัย
2 เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือปฏิบัติ
3 เพื่อให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้
ผลการดำเนินการ เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ พัฒนาทักษะทางสมอง (Executive Functions : EF) เด็กปฐมวัยโดยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านเกม GBL จากผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการประเมินพัฒนาทักษะทางสมอง (Executive Functions : EF) เด็กปฐมวัย พบว่า เด็กมีทักษะทางสมอง (Executive Functions : EF) ได้แก่ ทักษะความจำที่นำมาใช้งาน (Working Memory) ทักษะการยับยั้งชั่งใจ-คิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) ทักษะการยืดหยุ่นความคิด (Shift Cognitive Flexibility) ทักษะการใส่ใจจดจ่อ (Focus/Attention) การควบคุมอารมณ์ (Emotion Control) การประเมินตัวเอง (Self-Monitoring) การริเริ่มและลงมือทำ (Initiating) การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการ (Planning and Organizing) การมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) พบว่า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาทักษะทางสมอง (Executive Functions : EF) ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี