ผลงานนวัตกรน้อยแห่งบ้านดอกบัว เรียนรู้งาน สร้างอาชีพ พึ่งพาตนเองด้วยโครงงานและวิถีสหกรณ์ ด้วย DOKBUA Career Model พัฒนาขึ้นเพื่อน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านมีงานทำ มีอาชีพสู่การปฏิบัติ โดยมุ่งให้ผู้เรียนรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ มีความรู้และทักษะพื้นฐานด้านอาชีพ เข้าใจการออม การคิดต้นทุน การทำบัญชี การจำหน่าย และสามารถใช้ทรัพยากรกับภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างคุณค่าได้อย่างเหมาะสมตามวัย โรงเรียนใช้การเรียนรู้แบบโครงงาน วิธีการสหกรณ์ ฐานการเรียนรู้ และการฝึกปฏิบัติจริงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน
การพัฒนาผลงานใช้รายงานการประเมินตนเอง ปีการศึกษา ๒๕๖๗ เป็นข้อมูลฐาน พบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์รายวิชาการงานอาชีพระดับดีขึ้นไปร้อยละ ๗๙.๕๙ แสดงว่าผู้เรียนประมาณหนึ่งในห้ายังต้องได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงานและการช่วยเหลือรายบุคคล แม้โรงเรียนมีทุนด้านชุมชนเกษตรกรรม ภูมิปัญญาจักสาน ฐานการเรียนรู้ สหกรณ์ และกิจกรรมออมทรัพย์อยู่แล้ว แต่กิจกรรมบางส่วนยังดำเนินงานแยกกันและขาดกระบวนการร่วมตั้งแต่การวิเคราะห์ผู้เรียนไปจนถึงการต่อยอด โรงเรียนจึงเริ่มพัฒนาผ่านแผนงานและโครงการปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ และดำเนินการต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
กระบวนการ DOKBUA Career Model ประกอบด้วย ๖ ขั้น ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูล ศักยภาพ ความสนใจ และบริบทด้านอาชีพของผู้เรียน การเปิดโลกงานและสร้างเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต การบูรณาการความรู้ ทักษะงาน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความรู้ทางการเงิน และหลักสหกรณ์ การลงมือปฏิบัติผ่านโครงงาน การผลิต และสหกรณ์ การนำความรู้และผลงานไปใช้สร้างคุณค่า รายได้ และการพึ่งพาตนเอง และการประเมิน สะท้อนผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับการเรียนรู้ในรอบต่อไป
กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยฐานการเรียนรู้ยุวเกษตรกร สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์ออมทรัพย์ งานผลิตและสวัสดิการ การเรียนรู้แบบโครงงาน หลักสูตรท้องถิ่นด้านจักสาน ชุมนุมอาชีพ การคำนวณต้นทุนและการจัดทำบัญชี ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์บัวสานภายใต้แนวคิด Learn to Earn ผู้ปกครอง ปราชญ์ชุมชน หน่วยงานสหกรณ์ ผู้ประกอบการ และเครือข่ายอาชีพร่วมเป็นผู้ให้ความรู้ สนับสนุนทรัพยากร และให้ข้อเสนอแนะต่อผลงานของผู้เรียน
ผลการดำเนินงานจากรายงานการประเมินตนเอง ปีการศึกษา ๒๕๖๘ พบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์รายวิชาการงานอาชีพระดับดีขึ้นไปร้อยละ ๘๙.๔๗ เพิ่มขึ้นจากข้อมูลฐาน ๙.๘๘ จุดร้อยละ ผู้เรียนร้อยละ ๘๘.๖๗ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและต่อยอดเป็นทักษะอาชีพ และผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ร้อยละ ๑๐๐ ผลงานยังได้รับการยอมรับจากการประกวดโรงเรียนจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ รางวัลพระราชทาน อย่างไรก็ตาม การยอมรับดังกล่าวใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนความเข้มแข็งของระบบ มิได้กล่าวอ้างว่าเกิดจากนวัตกรรมเพียงปัจจัยเดียว
ผลการพัฒนาสะท้อนว่า DOKBUA Career Model ช่วยให้การเรียนรู้งานและอาชีพเปลี่ยนจากการทำกิจกรรมเป็นครั้งคราวไปสู่กระบวนการที่ผู้เรียนได้รู้จักตนเอง เห็นโอกาส เรียนรู้ทักษะ ลงมือทำ คิดต้นทุน รับผิดชอบผลงาน รับข้อเสนอแนะ และปรับปรุงต่อยอด ทำให้ผู้เรียนเกิดความรักงาน ความเพียร ความซื่อสัตย์ การทำงานร่วมกัน และการพึ่งพาตนเองบนพื้นฐานของอาชีพสุจริต
คำสำคัญ: DOKBUA Career Model, ทักษะอาชีพ, การเรียนรู้แบบโครงงาน, สหกรณ์โรงเรียน, Learn to Earn