การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี มีวัตถุประสงค์การศึกษา คือ (1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบของการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี (2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี (3) เพื่อประเมินความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และประโยชน์ของรูปแบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี และการนำไปทดลองใช้ และ (4) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี
การศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) แบ่งการดำเนินการออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบของการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี โดยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบริหาร
สู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี โดยใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique) จำนวน 3 รอบ จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 17 คน ระยะที่ 3 การทดลองใช้และประเมินความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี โดยประเมินความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบ และระยะที่ 4 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามเทคนิคเดลฟาย และแบบประเมินรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์
ผลการศึกษาพบว่า
1. องค์ประกอบของการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) การบริหารองค์กรและระบบการจัดการ 2) การพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากร 3) การพัฒนานักเรียนและการจัดการเรียนรู้ 4) การวัดผลและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน และ 5) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาองค์กร โดยทุกองค์ประกอบมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานสากล ผ่านการบริหารจัดการเชิงระบบ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
2. ผลการพัฒนารูปแบบการบริหาร BENJAMA Style โดยใช้เทคนิคเดลฟาย พบว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นสอดคล้องกันในระดับสูง โดยเห็นด้วยกับองค์ประกอบทั้ง 50 รายการ คิดเป็นร้อยละ 100 และผลการวิเคราะห์ในรอบที่ 2 และรอบที่ 3 พบว่าค่ามัธยฐานอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์มีค่าต่ำ แสดงถึงความเห็นพ้องของผู้เชี่ยวชาญ รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ B Blueprint: การกำหนดทิศทางสู่ความเป็นเลิศ E Empowerment: การเสริมพลังการจัดการเรียนรู้ N Nurturing: การบ่มเพาะศักยภาพรายบุคคล J Judgement: การประเมินและพัฒนาอย่างแม่นยำ A Alliance: การสร้างเครือข่ายแห่งความร่วมมือ M Maximization: การยกระดับศักยภาพควบคู่คุณธรรม และ A Achievement: การสร้างความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศ
3. ผลการทดลองใช้และประเมินรูปแบบ พบว่า รูปแบบมีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านความเป็นประโยชน์มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมา ได้แก่ ความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความเข้าใจในหลักการ แนวคิด และขั้นตอนการดำเนินงานของรูปแบบในระดับมากที่สุด และมีความพร้อมในการนำรูปแบบไปใช้จริง โดยมีการพัฒนารูปแบบภายหลังการทดลองใช้ สรุปได้ดังนี้
B Blueprint: การกำหนดทิศทางสู่ความเป็นเลิศ
E Empowerment: การเสริมพลังการจัดการเรียนรู้
N Nurturing: การบ่มเพาะศักยภาพรายบุคคล
J Judgement: การประเมินและพัฒนาอย่างแม่นยำ
A Alliance: การสร้างเครือข่ายแห่งความร่วมมือ
M Maximization and Moral: การยกระดับศักยภาพควบคู่คุณธรรม
A Achievement: การสร้างความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศ
4. ผลการใช้รูปแบบ BENJAMA Style พบว่า สามารถนำไปใช้ได้จริงและส่งผลเชิงบวกต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา การพัฒนาครูและบุคลากร ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม โรงเรียนสามารถบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูมีการพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาในด้านวิชาการ คุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิต และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน มีระบบติดตามและประเมินผล
โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศอย่างเป็นระบบ มีเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศที่เข้มแข็ง รวมทั้งสามารถบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลกับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสูงขึ้น มีผลงานและรางวัลในระดับจังหวัด ระดับประเทศ และระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษามีความพึงพอใจต่อรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปได้ว่า รูปแบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศระดับสากลเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย BENJAMA Style เป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสม สามารถนำไปใช้ได้จริง มีประสิทธิผลในการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล อันจะนำไปสู่การพัฒนาสถานศึกษาอย่างยั่งยืนในอนาคต