การบริหารจัดการโรงเรียนบ้านใหม่นาเพียง เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน มีคุณธรรมนำความรู้ ครูมืออาชีพ บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและจัดการศึกษาให้ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษา ส่งเสริมและพัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้สู่ครูมืออาชีพ พัฒนาการบริหารจัดการ การศึกษาให้มีประสิทธิภาพโดยการมีส่วนร่วม ๓ ประสาน คือ ชุมชนส่งเสริม เพิ่มประสิทธิภาพครู มุ่งสู่คุณภาพผู้เรียน ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐาน ด้วยการบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมด้วยนวัตกรรม MAI NP SMART MODEL โดยการขับเคลื่อนตามองค์ประกอบของทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 ภายใต้วิสัยทัศน์ องค์กรคุณธรรม นำคุณภาพมาตรฐาน ขับเคลื่อนงานด้วยความสุข ค่านิยมร่วม SEST บริการดี มีจริยธรรม นำสู่มาตรฐาน ทำงานเป็นทีม เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน ครู/บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 โดยดำเนินการด้วยวิธีการเชิงระบบ (System Approach) และใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) มาบูรณาการใช้ตาม บริบทของสถานศึกษา ซึ่งมีกระบวนการบริหาร ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ
1. ปัจจัยนำเข้า Input (MAI)
การบริหารจัดการโดยใช้หลัก MAI เพื่อเตรียมความพร้อมของทรัพยากรและทิศทางโรงเรียนบ้านใหม่นาเพียง
M - Management (การบริหารจัดการ): เน้นธรรมาภิบาลและการขับเคลื่อนตามนโยบายจากทุกระดับ ตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการ, สพฐ., จนถึงนโยบายเฉพาะของโรงเรียนบ้านใหม่นาเพียง
A - Accountability (ความรับผิดชอบ): การสร้างความตระหนักและรับผิดชอบร่วมกันของบุคลากรในทุกขั้นตอน
I - Innovation & ICT (นวัตกรรมและเทคโนโลยี): การใช้สื่อการสอนและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการสื่อสารและเรียนรู้
2. กระบวนการ (Process) : NP SMART MODEL
การจัดกิจกรรมเรียนรู้โดยใช้แนวคิด NP SMART MODEL ของโรงเรียนบ้านใหม่นาเพียง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 ภายใต้วงจรคุณภาพ PDCA มี กระบวนการร่วมกับอัตลักษณ์ NP SMART มีหลักการและแนวคิดจากการบริหารงานแบบมี N (Networking): สร้างภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง (บ้าน-วัด-โรงเรียน-โรงพยาบาล-สถานีตำรวจ) P (Participation): เพื่อร่วมกันเปิดโอกาสให้นักเรียน มีส่วนร่วมในการคิดและทำกิจกรรมด้วยตนเอง ทำให้เกิดความภาคภูมิใจและเป็นเจ้าของโครงการร่วมกัน ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (PLAN)
การประชุมวางแผน กำหนดนโยบายของสถานศึกษา และแผนปฏิบัติการการ กำหนดเป้าหมายร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อวิเคราะห์ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนได้ ให้มีความรู้ความเข้าใจตรงกัน
ขั้นตอนที่ 2 การลงมือปฏิบัติ (Do)
การลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนแนวคิด NP SMART MODEL ของโรงเรียนบ้านใหม่นาเพียง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 บูรณาการ คณะครูผู้สอน ครูที่ปรึกษา และการทำงานกับภาคีเครือข่ายที่มีหน้าที่สนับสนุนโรงเรียนในด้านต่าง ๆ เพื่อให้นำกิจกรรมหรือนวัตกรรมการสอนลงสู่ห้องเรียนจริงต่าง ๆ ดังนี้
S = Standard คือ ยึดมาตรฐาน การจัดการเรียนการสอนต้องอิงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนมีระดับความรู้ตามเกณฑ์ขั้นพื้นฐาน
M = Moral คือ คุณธรรม เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรม จะปลูกฝังคุณธรรมให้กับนักเรียนอันเป็นพื้นฐานสำคัญ การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงามในทุกกิจกรรม รวมไปถึงการปฏิบัติตนให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยมุ่งเน้นคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ได้แก่ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี และมีน้ำใจ
A = Activity คือ กิจกรรมส่งเสริมเชิงสร้างสรรค์ ใช้ Active Learning และกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น ค่ายภาษาไทย หรือกิจกรรมพี่สอนน้อง เพื่อกระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมนักเรียนได้เรียนรู้และมีคุณธรรมผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อปลูกฝัง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ให้กับนักเรียนด้วยการเรียนรู้จากการลงมือกระทำจากการปฏิบัติจริงของนักเรียน โดยมีครูเป็นผู้ให้การแนะนํา สั่งสอน ฝึกฝน อบรม เป็นการสร้างนิสัยให้นักเรียนมีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่ทำดีและใฝ่รักษาสุขภาพเมื่อนักเรียนมีวามรู้ มีคุณธรรมหรือคุณลักษณะที่ดีย่อมไม่นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ไม่สร้างความเดือดร้อนเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
R = Reasoning คือ ภูมิคุ้มกัน ในการทำกิจกรรมต้องสอนให้เด็กมีทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ให้รู้จักเหตุและผล การปลูกฝังกระบวนการคิดวิเคราะห์ มีเหตุมีผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ผู้เรียนตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ไม่ใช่แค่สะกดคำได้ แต่ต้องเข้าใจ "ความหมาย" และ "เหตุผล" ของเรื่องที่อ่าน ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันในการรับข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน
T - Technology คือ ทันโลกดิจิทัล ใช้สื่อ CAI, แอปพลิเคชันฝึกอ่าน หรือคลังสื่อออนไลน์ เข้ามาช่วยกระตุ้นความสนใจ ทำให้การฝึกเขียนฝึกอ่านไม่น่าเบื่อ และเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา
พลังขับเคลื่อนส่วนกลาง (Core Drivers: NP)
N = Networking คือ สร้างภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งและประสานพลังระหว่าง "บ้าน วัด โรงเรียน และส่วนราชการ" (บวร.ร) การสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อระดมทรัพยากรและองค์ความรู้มาช่วยแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
P = Participation คือ การมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้นักเรียน มีส่วนร่วมในการคิดและทำกิจกรรมด้วยตนเอง ทำการเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในการคิด วางแผน และรับผิดชอบต่อผลผลิตของผู้เรียน ไม่ใช่หน้าที่ของครูภาษาไทยเพียงอย่างเดียว
3. ผลผลิต (Output : 5 SMART)
ผลผลิตนักเรียนดี มีคุณธรรม โดยใช้แนวคิด การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมด้วยนวัตกรรม MAI NP SMART MODEL เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ (NT) สู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายสูงสุดที่ต้องการให้เกิดขึ้นใน 5 มิติ ดังนี้
๑. Smart Student นักเรียนอ่านออกเขียนได้ 100% ยกระดับผลสัมฤทธิ์ (O-NET/NT/RT) สูงขึ้น มีทักษะดิจิทัล มีคุณธรรม
๒. Smart Teacher ครูมีกระบวนการ PLC และสร้างนวัตกรรมการสอนแบบ Active Learning
๓. Smart Leader ผู้บริหารทำงานเชิงรุก เข้าถึงปัญหา และมีการนิเทศภายในสม่ำเสมอ
๔. Smart School โรงเรียนมีความปลอดภัย ห้องเรียนน่าอยู่
๕. SMART Community ชุมชนมีความรักในโรงเรียนและเข้ามาเป็น "หุ้นส่วนทางการศึกษา" อย่างแท้จริง
๔. ระบบป้อนกลับ (Feedback Loop)
การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมด้วยนวัตกรรม MAI NP SMART MODEL เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ (NT) สู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน ทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านวงจร PDCA โดยนำข้อมูลจากการนิเทศภายใน การสังเกตการสอน และกระบวนการ PLC มาป้อนกลับเพื่อยกระดับสมรรถนะครูในการสร้างสรรค์นวัตกรรม Active Learning ขณะเดียวกันก็ใช้ผลประเมินการอ่าน-เขียนของนักเรียนเป็นข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อจัดกลุ่มและออกแบบการสอนเสริมทักษะเฉพาะบุคคลได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งนำข้อเสนอแนะจากผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย มาปรับปรุงสภาพแวดล้อมและจัดมุมเรียนรู้ให้เป็นโรงเรียนที่ปลอดภัยและน่าอยู่ (Smart School) นอกจากนี้ ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ในภาพรวมยังช่วยสะท้อนกลับให้ครู ผู้บริหาร และผู้เรียนได้ทบทวนตนเอง (Self-Reflection) เพื่อตั้งเป้าหมายพัฒนาตนเองอยู่เสมอ การหมุนเวียนข้อมูลสะท้อนกลับทั้ง 4 ด้านนี้ จึงช่วยเปลี่ยนผลลัพธ์การประเมินให้กลายเป็นพลังปรับปรุงปัจจัยนำเข้าและกระบวนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างยั่งยืน