ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผล
ร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ของนักเรียน โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก
ชื่อผู้วิจัย นางสาวมาฤดี บุญทองใหม่
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะรองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
ปีที่วิจัย 2565-2566
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผลร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผลร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผลร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก และ4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผลร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก ผู้วิจัยแบ่งระยะเวลาในการวิจัยเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการพัฒนารูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล คือ ครูผู้สอน จำนวน 65 คน ปีการศึกษา 2565 และผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ จำนวน 6 คน ได้มา โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันการบริหารงานวิชาการ และแบบสัมภาษณ์ ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ จำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง สำหรับ การสนทนากลุ่ม (Focus Group) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ และแบบประเมินความเหมาะสมของคู่มือการใช้รูปแบบ ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอน จำนวน 65 คน ปีการศึกษา 2566 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือใช้ ได้แก่ รูปแบบการบริหารงานวิชาการ คู่มือการใช้รูปแบบ และแบบประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูในยุคดิจิทัล รวมทั้งเอกสารและข้อมูลผลการดำเนินงานของสถานศึกษา และขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล คือ ครูผู้สอน จำนวน 65 คน ปีการศึกษา 2566 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบประเมินความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้อง และแบบประเมินความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์โดยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป และสถิติที่ใช้ ได้แก่ 1) ร้อยละ 2) ค่าเฉลี่ย และ 3) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผลร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พบว่า สภาพปัจจุบันการบริหารงานวิชาการโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.14, S.D.= 0.57) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ รองลงมา คือ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวัดและประเมินผล การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล และการนิเทศและพัฒนาครู ตามลำดับ ผลการสัมภาษณ์ พบว่า แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการควรดำเนินการอย่างเป็นระบบโดยใช้ข้อมูลสารสนเทศและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นฐาน มีการกำหนดเป้าหมายและวางแผน การดำเนินงานตามแผน การติดตามและประเมินผล และการนำผลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมปัจจัย ที่เอื้อต่อความสำเร็จ การส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูในยุคดิจิทัล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารงานวิชาการ ซึ่งนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการยกร่างรูปแบบ การบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
2. ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผล ร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียน บ้านสุไหงโก-ลก พบว่า มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการดำเนินงาน 4) แนวทางการประเมิน และ 5) ปัจจัยแห่งความสำเร็จ โดยกระบวนการดำเนินงานของรูปแบบ มี 4 ขั้นตอนในชื่อ พี-ไอ-พี-อี โมเดล (PIPE Model) ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 การวางแผนพัฒนางานวิชาการ (Planning) ขั้นที่ 2 การดำเนินงานตามแผน (Implementation) ขั้นที่ 3 การติดตามความก้าวหน้า (Progress Monitoring) และขั้นที่ 4 การประเมินความสำเร็จ (Evaluation of Success) ผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ โดยการสนทนากลุ่มกับผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า รูปแบบการบริหารงานวิชาการมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.56, S.D.= 0.60) และมีความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.52, S.D.= 0.62)
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผล ร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียน บ้านสุไหงโก-ลก พบว่า
3.1 ผลการประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูในยุคดิจิทัล โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.58, S.D.= 0.50)
3.2 ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับ 3 ขึ้นไป รวมทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2566 สูงกว่าปีการศึกษา 2565 ร้อยละการพัฒนา เท่ากับ 2.75
3.3 ผลการประเมินคะแนนการทดสอบระดับชาติ พบว่า นักเรียนมีผลการทดสอบ ในปีการศึกษา 2566 สูงกว่าปีการศึกษา 2565 โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ร้อยละการพัฒนา เท่ากับ 47.50 และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มีร้อยละการพัฒนา เท่ากับ 2.01
4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผลร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พบว่า
4.1 ผลการประเมินความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้อง ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผลร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.55, S.D.= 0.54)
4.2 ความพึงพอใจครูที่มีต่อรูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนที่มีประสิทธิผลร่วมกับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก โดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด (x̄= 4.57, S.D.= 0.53) 4.3 ผลที่เกิดต่อนักเรียน ครูผู้สอนและสถานศึกษา เกี่ยวกับผลงาน รางวัล พบว่า นักเรียน ครูผู้สอน และสถานศึกษาได้รับรางวัลจากการแข่งขันตั้งแต่ระดับศูนย์เครือข่ายการศึกษา ขึ้นไป ในปีการศึกษา 2566 รวม 36 รายการ