ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ

สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ม.ค. 2560 เปิดอ่าน : 7,303 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ

Advertisement

คนไทยมีวิญญาณศิลปินและทักษะทางศิลปะไม่แพ้ชาติใดในโลก ดูได้จากผลงานด้านจิตกรรม ปฏิมากรรม สถาปัตยกรรม ช่างสิบหมู่ วัดวาอาราม ภาพวาด สิ่งปลูกสร้าง เป็นที่ชื่นชมของผู้คนจากทั่วโลก

เราพบเห็นเด็กที่เก่งทางด้านศิลปะ ซึ่งเป็นการแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ ผลงานด้านการวาดภาพได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งโตขึ้น ยิ่งไปโรงเรียนนานขึ้น ความสามารถด้านศิลปะและการสร้างสรรค์ลดลง หรือว่าการศึกษาของเราทำลายพลังสร้างสรรค์เหล่านี้

วิชาการบอกว่า สมองซีกขวาเป็นพลังสร้างศิลปะ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง การเห็นภาพสามมิติ การมีจิตนาการ ทักษะด้านดนตรี ควบคุมการทำงานของมือซ้าย
สมองซีกซ้ายเป็นการใช้เหตุผล การเขียน การอ่าน การใช้ภาษา ทักษะด้านตัวเลข ด้านวิทยาศาสตร์ ควบคุมการทำงานของมือขวา

แต่สมองทั้งสองด้านก็ไม่ได้ทำงานแบบแยกส่วน มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน และมีความซับซ้อนในระบบสมองโดยรวม ความคิดสร้างสรรค์จึงไมได้มาจากสมองด้านขวาเท่านั้น คนที่มีสมองด้านซ้ายดีก็มีความคิดสร้างสรรค์และผลงานดีๆ ได้ถ้าหากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมทั้งสองด้าน

“การพัฒนาอย่างเหมาะสม” ที่ว่านี้ขึ้นอยู่กับความเข้าใจเรื่อง “ความรู้” ความเชื่อเดิมของไทยคือ ความรู้มีอยู่แล้ว (objective truth) มีคนไปค้นพบและเอามาบอกเราผ่านหนังสือตำรา ครูก็จะนำความรู้ดังกล่าวไปถ่ายทอดให้ศิษย์ ศิษย์ก็เชื่อครู เชื่ออาจารย์ ท่องจำความรู้ ส่วนใหญ่ก็ไมได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะคิดว่าท่องกันได้ จึงถ่ายทอดกันทางการบอกเล่าบอกต่อ

ความจริง ในสมัยโบราณก็มีการประยุกต์ของเก่า สร้างความรู้ใหม่ แต่ช้าและนานมากกว่าจะเกิดขึ้น พอๆ กับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ไม่ได้รวดเร็วอย่างวันนี้

วิถีชีวิตของคนยุคนี้ที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้เราเข้าสู่สังคมใหม่ แต่ยังคิดเหมือนเดิม เอาวิชาความรู้ตะวันตกมาใช้ก็คิดว่าของเขาดีแล้ว เอามาแบบท่องจำ ไม่ได้แยกแยะ ไม่ได้วิเคราะห์วิจารณ์ ไม่ได้คิดจะสร้างความรู้ใหม่หรือนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับภูมิสังคมของตน

ถ้าจะเข้าใจที่มาของการพัฒนาแบบตะวันตกที่ครอบงำโลกวันนี้ ต้องย้อนกลับไป 2,500 ปีก่อน ที่ชาวกรีกเริ่มตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับโลก เกี่ยวกับชีวิต พวกเขาหาคำตอบใหม่ที่แตกต่างจากเดิมที่มีคำตอบสำเร็จจากตำนานหรือเทพปรณัม (mythology) นั่นคือกำเนิดของ “ปรัชญา” กำเนิดของ “ความรู้ใหม่”

ปรัชญากรีกสร้างรากฐานวิธีคิดให้ตะวันตกอยู่หลายร้อยปี ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเติบโตและมีบทบาทในวิถีชีวิต วิธีคิดของคนตะวันตก ซึ่งดูเหมือนจะกลับไปสู่ยุคกรีกโบราณที่มีคำตอบทุกอย่างที่ตำนาน คน “ยุโรป” ในยุคกลางมีคำตอบทุกอย่างจากพระคัมภีร์ไบเบิล

จนถึงศตวรรษที 14-15 ที่เริ่มมี “การเกิดใหม่” (Renaissance) ของความรู้ ยุคที่มีชื่อว่า “ยุคฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม” เกิดมีการสร้างความรู้ใหม่ เกิดวิทยาศาสตร์ การปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดประชาธิปไตยและการค้นพบใหม่ๆ สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

หัวใจของการปฏิรูปหรือปฏิวัติทางสังคมในประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตกที่ครอบโลกทั้งหมดวันนี้ คือ การสร้างความรู้ใหม่ ซี่งมาจากกระบวนการตั้งคำถามใหม่ หาคำตอบใหม่ ถึงได้รู้ว่าโลกไม่ได้แบนแต่กลม ดวงอาทิตย์ไม่ได้หมุนรอบโลก แต่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ และอื่นๆ

ถึงมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างกาลิเลโอกับศาสนจักร ระหว่างทฤษฎีวิวัฒนาการอย่างชาร์ลส์ ดาร์วินเพราะคริสต์ศาสนจักรในยุคนั้นที่อ้างว่ามีคำตอบทุกอย่างแล้วในพระคัมภีร์ไบเบิล

คนไทยไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่ามีความเชื่อในวีธีคิดแบบโบราณว่า ความรู้มีอยู่แล้ว เพียงแต่เราไปเอามาถ่ายทอดให้เด็กนักเรียน แต่ในทางปฏิบัติเราก็ทำเช่นนั้น เรายังมีแต่ครูที่ “สอน” เราไม่มีครูที่ “จัดกระบวนการเรียนรู้” สถานศึกษาทั้งหลายจึง “สอนมากแต่เรียนน้อย” (ถึงพูดแบบแปลกๆ ว่า ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ แปลว่า เวลาเรียนไม่ได้รู้ ถ้าจะรู้ต้องไปฏิบัติ ?) ทำให้เราได้นักเรียนที่ถนัดแต่ท่องจำ ไม่ถนัดในการคิด การวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์

การศึกษาแบบนี้กดทับศักยภาพที่แท้จริงของเด็กไว้ โตขึ้นมาก็คิดสร้างสรรค์ไม่เป็น คิดเป็นเหตุเป็นผลไม่เป็น ใช้ความรู้สึก ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ด้านหนึ่งดูคนไทยใจดีมีเมตตา ใจบุญสุนทาน แต่อีกด้านหนึ่งก็เหมือนคนที่เก็บกด ทะลุกลางป้อง ระเบิดออกมาเป็นความรุนแรง ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ อย่างที่เป็นข่าวทุกวัน มีการตีกัน ฆ่ากัน เกิดอุบัติเหตุ และความรุนแรงสารพัดรูปแบบ รวมทั้งทางการเมือง

คนไทยมีวิญญาณศิลปินที่สะท้อนให้เห็นพลังภายในอันยิ่งใหญ่ เป็นพลังของวิญญาณเสรี แต่ถ้าไม่มีการใช้เหตุผลไปด้วย ก็จะกลายเป็นคนไม่มีวินัย ไม่เคารพกฎกติกา ทำอะไรตามใจชอบ มักง่าย ประมาท แบบโศกนาฎกรรมทั้งหลายที่เป็นข่าวทุกวัน

วันนี้เด็กไทย ต้องรู้ไม่เพียงแต่ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาไอที แต่ต้องเรียนรู้ภาษานามธรรม หรือ concept ต่างๆ (ความคิดรวบยอด มโนทัศน์) เพราะคอนแซปต์เหล่านี้ คือ เครื่องมือในการคิด การวิเคราะห์ การวิพากษ์วิจารณ์ การถกเถียง การตั้งคำถาม การหาคำตอบ การนำไปสู้การคิดใหม่ สร้างความรู้ใหม่ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง

ถ้าครูคิดเป็น รู้เรื่องการสร้างความรู้ใหม่ จัดกระบวนการเรียนรู้ ให้นักเรียนรู้วิธีการเรียน วิธีการหาข้อมูลซึ่งมีมากมายเต็มไปหมด รู้วิธีการเชื่อมโยงข้อมูลให้เป็นความรู้ การนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติและการตกผลึกทางปัญญา การศึกษาจะเปลี่ยน สังคมจะเปลี่ยน 

เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com
 

 

ขอบคุณที่มาจาก สยามรัฐออนไลน์ 18 มกราคม 2560

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ , , สร้างความรู้ใหม่ , คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา , : , เสรี , พงศ์พิศ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เคล็ดลับเรียนแล้วรวย☕ คลิกอ่านเลย
เคล็ดลับเรียนแล้วรวย
เปิดอ่าน 4,919 ครั้ง
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม
เปิดอ่าน 7,201 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ โดย จารึก อะยะวงศ์☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ โดย จารึก อะยะวงศ์
เปิดอ่าน 21,484 ครั้ง
โรงเรียนยุคมิลเลนเนียล☕ คลิกอ่านเลย
โรงเรียนยุคมิลเลนเนียล
เปิดอ่าน 5,019 ครั้ง
โอเน็ต!ยัง โอเค?☕ คลิกอ่านเลย
โอเน็ต!ยัง โอเค?
เปิดอ่าน 6,327 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เรื่องควรรู้ก่อนทาสีเรื่องควรรู้ก่อนทาสี
เปิดอ่าน 25,012 ครั้ง
ฮอร์โมนเพศชายDHT-ต้นตอศีรษะล้านฮอร์โมนเพศชายDHT-ต้นตอศีรษะล้าน
เปิดอ่าน 11,835 ครั้ง
ฟอร์บส์จัดอันดับ 50 อันดับมหาเศรษฐีเมืองไทย ใครติดอันดับปีนี้บ้างฟอร์บส์จัดอันดับ 50 อันดับมหาเศรษฐีเมืองไทย ใครติดอันดับปีนี้บ้าง
เปิดอ่าน 15,605 ครั้ง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้องเลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
เปิดอ่าน 12,032 ครั้ง
ทานผลไม้ ก็ช่วยป้องกันผมร่วงก่อนวัยได้ทานผลไม้ ก็ช่วยป้องกันผมร่วงก่อนวัยได้
เปิดอ่าน 8,680 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ