|
Advertisement
|
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารแบบดุลยภาพ สำหรับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาด้วยการบริหารแบบดุลยภาพ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบกับโรงเรียนขนาดเล็ก และ 4) ประเมินประสิทธิผลและปรับปรุงรูปแบบ ดำเนินการวิจัยและพัฒนา 4 ระยะ ตามวงจร R1D1R2D2 กลุ่มตัวอย่างในระยะที่ 1 ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 92 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ระยะที่ 2 ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี จำนวน 7 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ โรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด จำนวน 57 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลรวม 285 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามชนิดตอบสนองคู่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบตรวจสอบยืนยันรูปแบบ แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ แบบประเมินประสิทธิผล และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI modified) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพปัจจุบันของการบริหารแบบดุลยภาพโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X-bar = 3.34,S.D. = 0.84) สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.60, S.D. = 0.48) ความต้องการจำเป็นเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านงบประมาณและทรัพยากร (PNI modified = 0.498) ด้านผู้เรียน (0.370) ด้านการเรียนรู้และการพัฒนา (0.339) และด้านกระบวนการภายใน (0.322)
2. รูปแบบที่พัฒนาขึ้น เรียกว่า BALANCE Model ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการ การประเมิน และเงื่อนไขความสำเร็จ โดยกระบวนการมี 7 ขั้นตอน คือ BBasis Analysis, AAim Setting, LLinking and Cascading, AAction in Four Perspectives, NNetworking and Nurturing, CChecking and Monitoring และ EEnhancement and Extension ผลการตรวจสอบยืนยันรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.62, S.D. = 0.49) และผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบกับโรงเรียนขนาดเล็ก พบว่า ระดับการปฏิบัติตามขั้นตอนของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.57, S.D. = 0.49) ระดับการปฏิบัติในการบริหารจัดการศึกษาหลังการใช้รูปแบบ (X-bar = 4.25, S.D. = 0.25) สูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ (X-bar = 3.34, S.D. = 0.84) และค่าดัชนีความต้องการจำเป็นโดยรวมลดลงจาก 0.376 เหลือ 0.082 คิดเป็นการลดลงร้อยละ 78.19 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
4. ประสิทธิผลของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.56, S.D. = 0.19) และความพึงพอใจ ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูที่มีต่อการใช้รูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.56, S.D. = 0.14)
|
โพสต์โดย ครูอ๋อย : [27 ส.ค. 2569 (21:11 น.)] อ่าน [47] ไอพี : 110.168.69.174
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 27,826 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,492 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 50,775 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,225 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,418 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 78,203 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,915 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,768 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,010 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,493 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,377 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,350 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,406 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 25,444 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,388 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 19,515 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,611 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,176 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 120,514 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,354 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|