1.เริ่มจากฉีดน้ำให้แรงที่สุด เพื่อให้คราบฝุ่น ขี้ดิน และสิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด
2.โดยปกติแล้ว การล้างรถด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวก็สะอาดเพียงพอแล้ว แต่อาจต้องใช้แรงในการขัดถูมากหน่อย ถ้าอยากให้ล้างง่ายขึ้น สะอาดใสปิ๊ง ก็ให้ใช้แชมพูล้างรถร่วมด้วย
3.รถก็เหมือนบ้าน เวลาทำความสะอาดต้องเริ่มจากด้านบนก่อน แล้วค่อยๆ ล้างจากส่วนบนลงล่าง
4.แนะนำให้ใช้ผ้านุ่มๆ เช่น ผ้าสำลีในการล้างรถ ไม่ควรใช้ฟองน้ำล้างรถ เพราะเม็ดทรายหรือฝุ่น จะติดอยู่ในรูพรุนของฟองน้ำ เมื่อถูไปกับผิวสีรถ จะทำให้เกิดรอยขีดข่วน และถ้าทำได้ควรจะนำผ้าไปแช่น้ำไว้ก่อน ยิ่งถ้าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยจะดีมาก และในขณะที่ล้างรถก็ต้องหมั่นซักและขยี้ผ้าบ่อยๆ ด้วย
5.โดยทั่วไปส่วนบนของรถจะมีฝุ่นน้อย ในขณะที่ด้านล่างจะสกปรกและมีฝุ่นมาก จึงแนะนำให้แยกใช้ผ้า 3 ผืน ผืนแรกใช้สำหรับล้างส่วนบน หลังคา ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง และกระจกรถ ผืนที่สองใช้ล้างด้านล่างของตัวรถ ตั้งแต่ขอบกระจก ด้านล่างลงมา ผืนสุดท้ายใช้สำหรับทำความสะอาดล้อ และส่วนอื่นที่สกปรกมาก ถ้ามีผ้าผืนเดียว ก็แนะนำให้ซักผ้าบ่อยๆ เพื่อเอาเศษฝุ่น โคลน ออกจากผ้า
6.ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมด ใช้ผ้าแห้งนุ่มเช็ดรถให้แห้งทันที จะได้ไม่มีฝุ่นเกาะ และไม่เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถ
หมายเหตุ : ถ้าล้างเองคนเดียวที่บ้าน แนะนำให้ทำการล้างล้อก่อน เพราะถ้าเราล้างตัวรถก่อน แล้วมาล้างล้อทีหลัง จะทำให้คราบน้ำ คราบแชมพูแห้ง และทำให้เกิดปัญหาคราบน้ำได้
ล้างแทบแย่ แต่ถ้าเช็ดไม่ดีก็จบกัน
1.ควรใช้ผ้านุ่มๆ ในการเช็ดรถ เนื่องจากผ้าเหล่านี้จะไม่ทำให้รถเป็นรอย การเช็ดรถที่ถูกต้องก็เหมือนกับการล้าง คือ ควรเช็ดจากด้านบนไล่ลงมาด้านล่างของรถ เพื่อให้น้ำหยดลงด้านล่างให้หมด จะได้ไม่ต้องทำงานสองต่อ
2.ส่วนของรถที่ต้องระวัง คือ ด้านในขอบประตูทั้งหมด ด้านในกระโปรงหลัง ด้านในฝาถังน้ำมัน กระจกหน้ารถ ควรเช็ดให้แห้งที่สุด อย่ามองข้ามเป็นอันขาด
3.ล้อแม็กซ์ ก็ควรจะเช็ดให้แห้งด้วย เพราะถ้าไม่เช็ดจะเกิดเป็นคราบน้ำขึ้น ถ้าปล่อยไว้นานๆ คราบน้ำเหล่านั้นจะเช็ดออกยากจนถึงเช็ดไม่ออก
ข้อควรระวัง
1.ไม่ควรล้างรถเองในตอนเย็น เพราะหากล้างแล้วจอดทิ้งไว้ อาจทำให้เกิดสนิมในจุดที่เราเช็ดไม่แห้ง เว้นเสียแต่ว่าจะมีเครื่องเป่าน้ำให้แห้ง หรือไม่ก็ต้องยอมเปลืองน้ำมันเอารถออกไปขับไกลๆ ให้ลมช่วยทำให้ทุกซอยทุกมุมแห้งสนิท
2.ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะนอกจากคนล้างอาจไม่สบายได้แล้ว แสงแดดจะทำให้น้ำแห้งเร็วจนเช็ดไม่ทัน อาจทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถได้
3.ไม่ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรถแทนการล้างรถ เพราะจะเป็นการทำลายสภาพสี ผงฝุ่นต่างๆ ที่ติดบนผ้าจะทำให้เกิดรอยขนแมวยิ่งเช็ดรถมากครั้งขึ้นเท่าไหร่ การเกิดรอยก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
4.ไม่ควรใช้ไม้ขนไก่ หรือแปรงปัดฝุ่นทุกชนิด ปัดฝุ่นเพื่อทำความสะอาด เพราะมันเหมือนกับการใช้กระดาษทรายเช็ดรถเลยทีเดียว ในขณะที่ปัดฝุ่น ไม้ปัดฝุ่นจะลากถูฝุ่นหรือเม็ดทรายไปตามผิวสีรถ ทำให้เกิดริ้วรอยได้
ที่มา http://www.carlack68ratanathibet.com/news/detail_news.php?id=457
วันที่ 12 ก.ย. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 9,080 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,077 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,082 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,105 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,072 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,100 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,113 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,101 ครั้ง  เปิดอ่าน 11,867 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,059 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,111 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,140 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,066 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,100 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,108 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,037 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 9,109 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 9,088 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,082 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,180 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,139 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,068 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,070 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 31,781 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 11,662 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 273 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 17,496 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 56,670 ครั้ง |
|
|