ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > รมว.ศธ.ให้นโยบายการทำงานวันแรก

รมว.ศธ.ให้นโยบายการทำงานวันแรก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 ส.ค. 2554 เปิดอ่าน : 9,599 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
รมว.ศธ.ให้นโยบายการทำงานวันแรก

Advertisement

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางบุญรื่น ศรีธเรศ และนายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พบผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๔


►ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ ที่เป็นความคาดหวังของประชาชน

รมว.ศธ.กล่าวภายหลังรับมอบดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการว่า ศธ.เป็นกระทรวงที่ใหญ่มาก ถือเป็นกระทรวงที่เป็นความคาดหวังของประชาชนที่จะต้องพัฒนาสิ่งที่เป็นศักยภาพของประเทศสู่ประชาชนให้มีความแข็งแรง มีงานทำ มีขีดความสามารถที่จะเปิดประเทศไทยเพื่อเชื่อมต่อระบบเศรษฐกิจของโลก ที่ผ่านมามีผู้บริหารมาจากหลายพรรคการเมืองซึ่งต่างช่วงชิงหาเสียง ต่างทำผลงานของตนเอง จนทำให้การบริหารองค์กรขนาดใหญ่อาจไม่มีประสิทธิภาพ แต่วันนี้โชคดีที่ได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรี และ รมช.ศธ.ให้เข้ามาบูรณาการการทำงานใน ศธ.อย่างเป็นระบบ และก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้มีการประชุมผู้บริหาร ศธ.ไปแล้ว ๒ ครั้งถึงรูปแบบการทำงาน เพื่อจะได้ข้อยุติที่ชัดเจน รวมทั้งให้เส้นแบ่งระหว่างองค์กรหลักเบาบางมากที่สุด พร้อมทั้งให้มีการแลกเปลี่ยนศักยภาพซึ่งกันและกันมากขึ้นด้วย

►เน้นการทำงานแบบบูรณาการ มองพื้นที่ มองตัวเอง ภายใต้ทรัพยากรที่มี

ส่วนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมีศักยภาพต่างๆ สูงมาก แต่ด้วยการบริหารงานเป็นส่วน จึงไม่เกิดการเชื่อมโยง ทั้งที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีบุคลากรที่มีศักยภาพจำนวนมาก มีผู้คนที่ไปพึ่งพิงบุคลากรในมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ทั้งด้านงานวิจัย หรือจ้างไปทำงาน ดังนั้นจึงถึงเวลาที่จะต้องขยับขับเคลื่อนการทำงานเชิง Area Based คือ ทุกองค์กรหลักต้องมองพื้นที่ มองตัวเราเป็นหลักก่อนไปแข่งขันกับโลก ว่าเรามีทรัพยากรอะไร จึงต้องการให้มหาวิทยาลัย การอาชีวศึกษา กศน. วิทยาลัยชุมชน และองค์กรหลักทางการศึกษา ได้มองแผนพัฒนาจังหวัดแต่ละจังหวัด ตามทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ศิลปวัฒนธรรมประเพณี และทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปแข่งขันกับโลกได้ โดยจะนำองค์ความรู้ทุกสาขาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ โดยเชื่อมต่อการศึกษาตั้งแต่อุดมศึกษาลงไปในระดับมัธยมศึกษา ประถมศึกษา และเด็กเล็ก นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมาตนได้มีส่วนดูแลงบประมาณด้านการวิจัย จึงได้พยายามผลักดันการวิจัยต่างๆ ออกมา ซึ่งทราบดีว่าหากผลลัพธ์ทางด้านงานวิจัยไม่ออก มหาวิทยาลัยนั้นอาจจะไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนนั้นต่อไปด้วย



►เปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน ต้องไม่พัฒนาแบบแยกส่วน

ในปี ๒๕๕๘ เราจะต้องเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน วันนั้นผืนแผ่นดินไทยจำเป็นจะต้องเปิดเสรีทางการค้า FTA ด้วย หากเรายังพัฒนาแบบแยกส่วน เราจะเสียเปรียบ เพราะไม่รู้จริง ไม่มีข้อมูลจริง ทั้งที่หลายกระทรวงควรมีงบประมาณเชิงรุกในด้านนี้ แต่กลับมีงบประมาณด้านต่างประเทศน้อยมาก และที่ผ่านมาไปเน้นเรื่องความสัมพันธ์ต่างประเทศมากกว่า ดังนั้นบุคคลที่มีศักยภาพซึ่งอยู่ใน ศธ.จึงต้องมองให้เป็นเกี่ยวกับการแปรรูปสินค้า การผลิตสินค้าที่มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด มีระบบลอจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศอย่างมีคุณภาพ

►เน้นสร้างระเบียบวินัยที่ดีให้เด็ก โดยเน้นเรียนสายอาชีพตามความต้องการ

รมว.ศธ.กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้ว่า ครูต้องมองการสอนเด็กให้มีจิตสำนึก มีวินัยในตนเอง เช่นคนญี่ปุ่นมีความรับผิดชอบดีมาก มีความเป็นระเบียบ ตัวอย่างช่วงเวลาเกิดภัยสึนามีที่ผ่านมาไม่มีความโกลาหลเกิดขึ้น จึงถือเป็นประเทศที่มีความแข็งแรงสูงมาก สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของ ศธ.ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบ โดยตนจะดูแลการบริหารแบบองค์รวม ส่วนในระดับองค์กรหลักจะต้องบริหารแบบบูรณาการ เร่งสร้างองค์ความรู้สู่ระดับมัธยมศึกษา เพราะไม่ต้องการให้เด็กเรียนจบ ๑๒ ปีเพื่อมุ่งไปสอบเอ็นทรานซ์ แต่เด็กควรจะได้เรียนในอาชีพที่ต้องการ ไม่ใช่เรียนทุกเรื่อง ซึ่งต่อจากนี้ไปคงต้องคุยกันเยอะมากในประเด็นนี้ ดังนั้นหากเราบริหารแบบบูรณาการได้ คนของเราจะมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น พูดภาษาอังกฤษได้ และเข้าไปแข่งขันใน ๕ ภูมิภาคหลักของโลก คือ อเมริกา แอฟริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชียได้อย่างมีประสิทธิภาพ




►จัดทำงบประมาณที่เน้นโครงการใหม่ให้สัมพันธ์กันทุกองค์กรหลัก

รัฐบาลได้เร่งให้ทุกกระทรวงจัดทำระบบงบประมาณปี ๒๕๕๕ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว จึงต้องการให้ทุกองค์กรหลักพิจารณาจัดส่งรายละเอียดคำของบประมาณไม่เกินสิ้นเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ โดยการเสนอของบประมาณไม่ต้องการให้เสนอโครงการเดิมๆ เข้ามา แต่ให้มองวิสัยทัศน์ข้างหน้าว่าโครงการต่างๆ สัมพันธ์กันอย่างไร องค์กรหลักมองทิศทาง เป้าหมายสัมพันธ์กันอย่างไร มองการวัดประเมินผลไปที่การมีงานทำ ถ้าสถาบันการศึกษาใดทำได้ จะได้รับการส่งเสริม แต่หากสถาบันการศึกษาผลิตเด็กออกมาตามเป้าหมายดังกล่าวไม่ได้ ก็อาจจะถูกตัดงบประมาณออกไป

►เน้นการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดห้องทำงานรัฐมนตรีตลอดเวลา

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีลักษณะความสามารถส่วนตัวสูงมาก แต่ยังขาดการทำงานเป็นทีม จึงขอให้ท่านร่วมกันทำงานเป็นทีม ถึงเวลามาระดมสมองกัน และในการทำงานของตนนั้น จะเปิดห้องทำงานตลอดเวลา สามารถเข้ามาหารือ หรือโทรศัพท์หารือได้ตลอด ไม่อยากให้ถือขอบเขตว่าเป็นรัฐมนตรี แต่อยากให้ดูเหมือนเป็นเพื่อนร่วมงาน และไม่อยากจะดูการเมืองเดิมๆ ว่าท่านอยู่พรรคไหน และจะไม่ฟังว่าท่านเคยเป็นคนของใคร แต่จะใช้ผลงานของท่านประเมินการทำงานต่อไป



►เป็นห่วงหนี้สาธารณะของไทย, ฝาก ศธ.ลุกขึ้นต่อสู้ให้ประเทศรอดจากวิกฤต

วันนี้ไทยเป็นหนี้สาธารณะมากถึง ๔.๒ ล้านล้านบาท ตนเป็นกรรมาธิการงบประมาณมาโดยตลอด จึงเห็นตัวเลขปีที่ผ่านมาเราใช้หนี้ ๑.๘ แสนล้านบาท เป็นเงินต้นเพียง ๑ หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือคือ ๑.๗ แสนล้านบาทเป็นดอกเบี้ย และเมื่อถึงเวลาครบกำหนดเราต้องใช้หนี้มหาศาลนั้น ซึ่งหากใช้หนี้เงินต้นได้ปีละ ๑ หมื่นล้านบาท คงต้องใช้เวลานานถึง ๔๐๐ ปีหนี้จึงจะหมด ซึ่งเป็นหลายช่วงชีวิตของคน และปีที่ผ่านมาไทยกู้อีกถึง ๘ แสนล้านบาท จึงต้องกู้ไปโปะตลอด แม้ตัวเลข GDP จะโต แต่เป็นตัวเลขต่างชาติที่เติบโตขึ้น ส่วนในประเทศผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย มีรายได้น้อย ขาดทุน เหนื่อย ซึ่งรัฐบาลมองเห็นและกำลังดึงกลุ่มรากหญ้า เอาข้างล่างขึ้นมา เราจึงต้องสร้างความเข้มแข็งในชนบทให้มากขึ้น สิ่งสุดท้ายคือ ศธ.ต้องผนึกกำลังลุกขึ้นต่อสู้ เพื่อเอาประเทศรอดจากวิกฤตนี้ให้ได้ ซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญในการจัดทำนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลด้วย

►พร้อมเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ในการทำงาน ต้องการให้นำกลไกทางกฎหมาย และนิติบัญญัติมาช่วยการทำงานของท่าน โดยจะแก้ไขกฎหมายต่างๆ เพื่อให้การทำงานราบรื่นและสอดคล้องกับการบริหารจัดการองค์กรหลัก รวมทั้งจะดูแลการจัดสรรงบประมาณการบูรณาการทำงาน ทั้งยังยืนยันว่าจะทำงานด้วยความเที่ยงธรรม เพราะตั้งใจมานานแล้วที่จะทำงานด้านการศึกษาอย่างเต็มความสามารถ และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่านด้วยการเปิดใจ พร้อมจะจับมือท่านอย่างฉันท์มิตร อะไรที่มีในใจให้ลืมไป และเริ่มต้นทำงานด้วยกัน จึงหวังว่าจะได้รับความกรุณาจากท่านในการทำงาน ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และบ้านเรา.


ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ
http://www.moe.go.th/websm/2011/aug/210.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> รมว.ศธ.ให้นโยบายการทำงานวันแรก , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ครม.แต่งตั้งประธานและกรรมการใน สทศ.และ สสวท.☕ คลิกอ่านเลย
ครม.แต่งตั้งประธานและกรรมการใน สทศ.และ สสวท.
เปิดอ่าน 3,355 ครั้ง
มติ ครม. 18 กันยายน 2555 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 18 กันยายน 2555 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
เปิดอ่าน 9,439 ครั้ง
รมว.ศธ.หารือกับคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ สนช.☕ คลิกอ่านเลย
รมว.ศธ.หารือกับคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ สนช.
เปิดอ่าน 3,142 ครั้ง
มติ ครม. 5 กุมภาพันธ์ 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 5 กุมภาพันธ์ 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 11,270 ครั้ง
"ณรงค์"สังคายนา3บอร์ด สั่งยุบผนวกอนุกรรมการ37ชุดให้เหลือ 11ชุดคืนอำนาจผอ.องค์การค้าฯ☕ คลิกอ่านเลย
"ณรงค์"สังคายนา3บอร์ด สั่งยุบผนวกอนุกรรมการ37ชุดให้เหลือ 11ชุดคืนอำนาจผอ.องค์การค้าฯ
เปิดอ่าน 5,382 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แชร์กระจาย ฝีมือการแต่งนิทานของเด็ก 7 ขวบ ครีเอทได้น่ารักมากแชร์กระจาย ฝีมือการแต่งนิทานของเด็ก 7 ขวบ ครีเอทได้น่ารักมาก
เปิดอ่าน 9,389 ครั้ง
ชะตากรรมผู้ให้กำเนิด"บล็อก"ชะตากรรมผู้ให้กำเนิด"บล็อก"
เปิดอ่าน 6,520 ครั้ง
วิธีการปลูกพืชผักวิธีการปลูกพืชผัก
เปิดอ่าน 77,373 ครั้ง
ทายนิสัยจากคำนาม ที่คุณเรียกแทนชื่อตัวเอง ทายนิสัยจากคำนาม ที่คุณเรียกแทนชื่อตัวเอง
เปิดอ่าน 7,730 ครั้ง
รู้เท่าทัน ก่อนทานสมุนไพร-อาหารเสริมรู้เท่าทัน ก่อนทานสมุนไพร-อาหารเสริม
เปิดอ่าน 8,866 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ