ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ๑ ทศวรรษ สพฐ. "ฐานพลังการศึกษาของปวงชน"

๑ ทศวรรษ สพฐ. "ฐานพลังการศึกษาของปวงชน"

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ก.ค. 2556 เปิดอ่าน : 5,807 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ เป็นกฎหมายแม่บทด้านการศึกษาฉบับแรกของประเทศไทย มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดสิทธิและเสรีภาพ ที่สนองต่อรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งมีการกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบัน กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานหลัก รับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปี โดยการขยายการศึกษาภาคบังคับจาก ๖ ปี เป็น ๙ ปี ตามมาตรา ๑๐ ที่บัญญัติไว้ว่า "การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษา ขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๑๒ ปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บ ค่าใช้จ่าย"

เพื่อให้การบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ ขึ้น ซึ่งเป็นการกำหนดขอบเขตอำนวจหน้าที่ของส่วนราชการต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการให้ชัดเจน มิให้เกิด การปฏิบัติงานซึ่งซ้อนทับกันระหว่าง ส่วนราชการของกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทั้งเป็นการจัดระบบบริหารราชการในระดับต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการให้มีเอกภาพ สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

จากการที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ มีการบังคับใช้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือ การควบรวมหน่วยงานสำคัญ ๑๔ กรม กลายมาเป็น ๕ องค์กรหลัก ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน จึงถือเอาวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖ เป็นวันสถาปนา สพฐ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็น ๑ ใน ๕ องค์กรหลัก เกิดจากการควบรวมหน่วยงานระดับกรม ๓ กรม ได้แก่ กรมวิชาการ (วก.) กรมสามัญศึกษา (สศ.) และ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) เข้าไว้ด้วยกัน มีพันธกิจในการพัฒนาและส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานให้ประชากรวัยเรียนทุกคน ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีความรู้คู่คุณธรรม มีความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพระดับสากล

สพฐ.เป็นองค์กรขนาดใหญ่ แบ่งการบริหารราชการในส่วนกลางระดับสำนักและเทียบเท่าสำนัก ๑๙ สำนัก และ ส่วนภูมิภาคครอบคลุม ๗๗ จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) จำนวน ๑๘๓ เขตพื้นที่การศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) ๔๒ เขตพื้นที่การศึกษา มีสถานศึกษาในสังกัดที่รับผิดชอบ ๓๑,๑๑๖ แห่ง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ๔๒๒,๕๑๘ คน

ซึ่งทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นพลังสำคัญในการวางแผน กำหนดนโยบาย วางยุทธศาสตร์ และการปฏิบัติที่เป็น รูปธรรมเพื่อจัดการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนไทยกว่าเจ็ดล้านสามแสนคน

นับแต่เริ่มก่อตั้ง สพฐ.จวบจนปัจจุบันมีผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ กพฐ. ตามลำดับ ดังนี้

๑. นายไพฑูรย์ จัยสิน ดำรงตำแหน่งระหว่าง กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๔๖
๒. ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยาดำรงตำแหน่งระหว่างปี พ.ศ.๒๕๔๖ - ๒๕๔๗
๓. ดร.พรนิภา ลิมปพยอม ดำรงตำแหน่งระหว่างปี พ.ศ.๒๕๔๗ - ๒๕๔๙
๔. ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยาดำรงตำแหน่ง ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๔๙ - ๒๕๕๒
๕. ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน ดำรงตำแหน่งระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๒ - ปัจจุบัน

๑ ทศวรรษ สพฐ.
ในโอกาสการสถาปนาครบรอบ ๑ ทศวรรษ สพฐ. จึงจัดให้มีการประชุมสัมมนาทางวิชาการ ระหว่างวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ โดยการเชื่อมโยง บูรณาการงานประชุมสัมมนาทางวิชาการของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด สพฐ.ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคตลอดช่วงเวลาดังกล่าว มีการระดมความคิดของทุกภาคส่วนของสังคม ในการปรับเปลี่ยนทิศทางการศึกษาขั้นพื้นฐานในการสร้างฐานรากของสังคมอนาคต และกำหนดประเด็นการพัฒนาที่สำคัญในทศวรรษต่อไปเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย เกิดประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์

อีกทั้งยังได้เชิญผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารโรงเรียน ครู แขกผู้มีเกียรติ และ คณะทำงานจำนวนประมาณ ๗,๕๐๒ คน เข้าร่วมประชุมสัมมนาทางวิชาการในวาระครบรอบ ๑ทศวรรษ สพฐ. ระหว่างวันที่ ๘-๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น วิภาวดีรังสิตหลักสี่กรุงเทพมหานคร

ในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ จะมีการถ่ายทอดสด พิธีเปิดตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๕ - ๑๑.๐๐ น. โดย ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะกล่าวรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมร่วมรับฟังปาฐกถาพิเศษ จากรัฐมนตรี ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBTจากนั้น ศ.นพ.วิจารณ์พานิช จะบรรยายพิเศษในหัวข้อ "มองไปข้างหน้า: การศึกษาขั้นพื้นฐานในทศวรรษที่ ๒"

ส่วนภาคบ่ายจะเป็นการเสวนา "มองอดีตเพื่อกำหนดอนาคต" โดยจัดกิจกรรม ออกเป็น ๒ กลุ่มผู้ฟัง ได้แก่ ห้องที่ ๑ หัวข้อ"ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ซึ่งจะเป็นการเสวนา วิพากษ์ การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อกำหนดอนาคต และการมองในเชิงสารสนเทศผลการดำเนินงาน ที่ผ่านมา และผลกระทบรวมทั้งแนวทางสำคัญของการบริหารจัดการงบประมาณ บุคลากร ฯลฯ สำหรับมุมมองของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาในอนาคตวิทยากรประกอบด้วย รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ และ รศ.ดร.สุธรรม วาณิชเสนี

ห้องที่ ๒ "การให้วัคซีนกับ Generation Z" หรือ วัคซีนที่จำเป็นสำหรับ Gen Z ซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ ที่เกิดในช่วงกลางทศวรรษ ที่ ๑๙๙๐s จนถึงปัจุบัน โดยการมองในเชิงกระบวนการเรียนรู้ เกี่ยวกับเด็กและการดูแลเด็ก การดูแลช่วยเหลือนักเรียน การป้องกัน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กรุ่นใหม่ เติมในด้านจิตใจและความคิด นำมาสู่กระบวน การพัฒนาครูและการนิเทศ สำหรับกลุ่มผู้ฟัง คือผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล การจัดการศึกษา โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ และ ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เป็นวิทยากรร่วมเสวนาภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพใน การพัฒนา สู่ความสามารถของเด็กไทย ภายใต้การจัดการศึกษาที่เป็นรูปธรรมของ สพฐ.ในรอบ ๑ ทศวรรษ แบ่งเป็น ๕ โซน ได้แก่

โซน ๑ : "ก้าวย่าง...บนเส้นทางการพัฒนา"ที่ผู้ชมจะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการ รวมถึงการบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆ ของ สพฐ.ซึ่งจะนำเสนอในลักษณะTime Line

โซนที่ ๒ : "ก้าวกล้า...พัฒนาคน" ที่จะแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของการศึกษาที่เน้นทางด้านโอกาส ในการ เตรียมความพร้อมและความรู้ให้กับเด็กปกติที่ได้รับ การพัฒนาเต็มตามศักยภาพ และเด็กด้อยโอกาส ที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง

โซน ๓ : "ก้าวล้ำ...ผู้นำวิชาการ"เป็นการแสดงความหลากหลายในการพัฒนาครูและนักเรียน โดยเฉพาะการพัฒนาครู อาทิ บันได ๕ ขั้น การปรับเปลี่ยนการเรียนการสอน Independent Study รวมถึงความพยายามในการปฏิรูปหลักสูตร เพื่อให้เกิดความพร้อม และการนิเทศเต็มพิกัด พร้อมทั้งการสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพเด็ก ทั้งเด็กพิการ และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ

โซน ๔ : "ก้าวมั่น...ด้วยประกันคุณภาพ" นำเสนอการบริหารจัดการโรงเรียนในหลายรูปแบบ อาทิ โรงเรียนในฝัน โรงเรียนดี ประจำตำบล โรงเรียนดีศรีตำบล โรงเรียนมาตรฐานสากล ฯลฯ ที่มีความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน ในด้านความพร้อมด้านทรัพยากร รวมไปถึงการประเมินผลและการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนเหล่านั้น และโซน ๕ : "ก้าวไกล...สู่ศตวรรษใหม่ ICT"ที่จะแสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน เช่น การถ่ายทอดสดโรงเรียนทางไกล ไกลกังวล การจัด OBECChannel ที่มีการบรรจุกิจกรรมหลากหลายไว้ในช่องรายการ รวมถึงการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ Tablet เป็นสื่อในการเรียนการสอนนับตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๖ เป็นต้นมาจวบจนวันนี้ ครบหนึ่งทศวรรษที่ สพฐ.ไม่เคยหยุดนิ่ง มุ่งนำนวัตกรรมทาง การศึกษา มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมและทันสมัยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ คิด วิเคราะห์และ การสร้างคุณลักษณะที่ดี เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเพื่อ นำไปสู่เป้าหมายให้เด็กไทยเติบโตและพัฒนาอย่างมีศักยภาพและมีคุณภาพ

หนึ่งทศวรรษแห่งความมุ่งมั่น สพฐ.พร้อมรับความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างขุมพลังการมีส่วนร่วมจัดการศึกษา ขับเคลื่อน และพัฒนาคุณภาพเด็กไทย ให้เป็น "ฐานพลังการศึกษาของ ปวงชน"..

"ขอแสดงความยินดีในโอกาสที่ สพฐ.ดำเนินงานมาครบ ๑ ทศวรรษ ขอให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของชาติสืบไป"
นายจาตุรนต์ ฉายแสง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ๑ ทศวรรษ สพฐ. "ฐานพลังการศึกษาของปวงชน" , , , ทศวรรษ , สพฐ. , , ฐานพลังการศึกษาของปวงชน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 16 ราย (8 ม.ค.2563)☕ 18 ม.ค. 2563
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 16 ราย (8 ม.ค.2563)
เปิดอ่าน 1,729 ครั้ง
สมศ. แนะครูยุคใหม่ให้ผันตัวเป็น "ไลฟ์โค้ช" พร้อมเผยทักษะ 4 ด้าน ที่ต้องเติมให้เด็ก☕ 16 ม.ค. 2563
สมศ. แนะครูยุคใหม่ให้ผันตัวเป็น "ไลฟ์โค้ช" พร้อมเผยทักษะ 4 ด้าน ที่ต้องเติมให้เด็ก
เปิดอ่าน 4,854 ครั้ง
แนะครูปรับตัวให้ทันลูกศิษย์ยุคเจเนอเรชั่นแซด☕ 16 ม.ค. 2563
แนะครูปรับตัวให้ทันลูกศิษย์ยุคเจเนอเรชั่นแซด
เปิดอ่าน 1,717 ครั้ง
สวนดุสิตโพล เผย ความเชื่อมั่น “ครูไทย” ปี 2562 ที่ผ่านมา☕ 16 ม.ค. 2563
สวนดุสิตโพล เผย ความเชื่อมั่น “ครูไทย” ปี 2562 ที่ผ่านมา
เปิดอ่าน 1,483 ครั้ง
รวมพลังศึกษานิเทศก์ แต่งชุดดำบุก ศธ. ค้านรวมไปอยู่สป.ศธ.☕ 16 ม.ค. 2563
รวมพลังศึกษานิเทศก์ แต่งชุดดำบุก ศธ. ค้านรวมไปอยู่สป.ศธ.
เปิดอ่าน 4,058 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ไข้เลือดออก ฉบับการ์ตูนเข้าใจง่าย สไตล์หมอหมึกดุ๋ยไข้เลือดออก ฉบับการ์ตูนเข้าใจง่าย สไตล์หมอหมึกดุ๋ย
เปิดอ่าน 10,406 ครั้ง
วิธีล้างคราบน้ำชาที่ติดแก้ววิธีล้างคราบน้ำชาที่ติดแก้ว
เปิดอ่าน 10,727 ครั้ง
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาสั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาสั้น
เปิดอ่าน 9,887 ครั้ง
4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย 4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย
เปิดอ่าน 12,592 ครั้ง
เทคนิคการพับกล่องแบบมีฝา จากกระดาษไว้สอนนักเรียนครับเทคนิคการพับกล่องแบบมีฝา จากกระดาษไว้สอนนักเรียนครับ
เปิดอ่าน 33,361 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ