ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > มอบนโยบายรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

มอบนโยบายรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ส.ค. 2556 เปิดอ่าน : 9,656 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
มอบนโยบายรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

Advertisement

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการพัฒนาเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสมาคมนักพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร สพฐ. รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขต นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้อง รวม 300 คน เข้าร่วมการประชุมสัมมนา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2556 ที่ห้องประชุมบุณยเกตุ โดยให้แนวคิดและนโยบายในประเด็นต่างๆ ดังนี้

- การทดสอบ O-Net

ในระยะหลังได้มีการวัดการจัดการศึกษาด้วยการทดสอบ O-Net ซึ่งผลการสอบยังไม่เป็นที่พึงพอใจ เพราะมีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งบางพื้นที่ก็สามารถทำคะแนนสอบได้ดี แต่บางพื้นที่ที่มีปัญหา ก็พยายามแก้ไข รวมทั้งยังมีข้อถกเถียงว่า O-Net เป็นการทดสอบที่ตรงกับหลักสูตรหรือไม่ แต่ไม่มีใครหาสาเหตุว่า ทำไมเด็กจึงทำคะแนนไม่ได้ เป็นเพราะข้อสอบไม่ตรงกับที่เรียน หรือเด็กไม่สนใจสอบเพราะสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หรือเด็กอ่อนจริงๆ จึงทำข้อสอบไม่ได้ ส่วนการทดสอบ National Test (NT) ผลล่าสุดพบว่า นักเรียน ป.3 ยังอ่อนในหลายวิชา โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย

- การประเมินผลการทดสอบ PISA

ผลการทดสอบล่าสุด เด็กไทยอยู่ในอันดับ 50 ซึ่ง ศธ.ต้องการจะยกระดับอันดับให้สูงขึ้น จึงต้องขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ ซึ่งในบางประเทศก็ไม่ได้ให้ความสนใจ แต่พอเริ่มทำอย่างจริงจังในปีแรกก็สามารถติดอันดับ 1 ได้ เช่น ฟินแลนด์ ส่วนบางประเทศที่ให้ความสำคัญ มีการวางระบบที่ดี เมื่อวัดแล้วได้อันดับที่ดีก็มี ในส่วนของ ศธ. จะเลื่อนอันดับให้ได้ โดยประกาศเป็นเป้าหมายหลังจากการประกาศผลในเดือนธันวาคม 2556 อย่างไรก็ตาม การยกระดับการทดสอบ PISA เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษา ที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมของนักเรียนตั้งแต่อายุ 13 ปี เพื่อวัดหรือทดสอบในขณะที่อายุ 15 ปี





- การจัดอาชีวศึกษา

ต้องการยกระดับคุณภาพของอาชีวศึกษา เพิ่มและขยายการพัฒนาและจัดการศึกษาร่วมกับเอกชนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การกำหนดคุณลักษณ์ หลักสูตร การเรียนระหว่างฝึกงานในสถานประกอบการ เพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวะต่อสายสามัญเป็น 50 : 50 และเพิ่มรายได้สายอาชีพให้สูงขึ้น รวมทั้งให้มีรายได้มากกว่าผู้จบปริญญาทั่วไป

จึงขอให้ สพฐ.ช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กได้เรียนสายอาชีวะเพิ่มขึ้น ไม่ปิดโอกาสหรือดึงเด็กไว้เพื่อให้ได้รับเงินอุดหนุนรายหัว เพราะขณะนี้พบว่าตลาดแรงงาน โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ มีความต้องการแรงงานจำนวนมาก เพียงนิคมอุตสาหกรรมนิคมเดียวต้องการคนถึง 1 แสนคน และต้องการเพิ่มเป็น 5 แสนคนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันมีผู้จบชั้น ม.3 เป็นแรงงานในระบบแรงงานปีละ 1 แสนคนอยู่แล้ว แต่เป็นผู้ที่จบ ม.3 ที่ไม่ได้เรียนสายอาชีพ ศธ.จึงต้องการเพิ่มสัดส่วนของผู้เรียนอาชีวะให้มากๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาของประเทศ

- การปฏิรูปการเรียนรู้

ศธ.มีแนวคิดมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยมีการทดสอบ ประเมินผลที่เชื่อถือได้ เป็นมาตรฐาน นำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะต้องมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน รวมทั้งเชื่อมโยงกับระบบทดสอบ ไม่ว่าจะเป็น O-Net หรือ NT หรือการสอบของโรงเรียน จะต้องไม่มีแนวคิดที่ว่า ไม่ตกไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีการประเมินครูที่ต้องพัฒนาให้เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ การเรียนการสอน การเกลี่ยครู เพื่อแก้ปัญหาครูขาดแคลน และการขาดครูที่สอนตรงกับวิชาเอก






- การจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา

ขอให้เขตพื้นที่การศึกษาบริหารจัดการในระดับเขตพื้นที่ ทั้งระบบการดูแลตำแหน่ง ความดีความชอบ ที่เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา นำผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษามาวิเคราะห์เป็นรายโรงเรียน เพื่อให้ทราบถึงสภาพการจัดการศึกษาว่า โรงเรียนใดอ่อนหรือเก่ง โดยให้เชื่อมโยงไปถึงเรื่องครูด้วย เช่น บางเขตพื้นที่มีโรงเรียนประจำจังหวัด และนักเรียนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จำนวนมาก แต่ปล่อยให้โรงเรียนอีกกว่า 40% มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องดูแลให้เกิดความเท่าเทียมกันมากขึ้น

- สนับสนุนอัตรากำลังแก่กลุ่มงานส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาเอกชน

ขอให้เขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุนอัตรากำลังให้มีความสอดคล้องกับภารกิจในหน้าที่และเพียงพอกับจำนวนนักเรียนเอกชนและ กศน.ในพื้นที่นั้น

- ส่งเสริมการเรียนวิชาภาษาไทย

ได้รับเสียงสะท้อนจากครูและผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาหลายแห่งว่า เด็กไทยอ่อนภาษาไทย ซึ่งบางเขตพื้นที่ได้มีการสำรวจเด็กเหล่านี้ จากนั้นแยกออกมาเรียนรวมกัน โดยเน้นสอนวิชาภาษาไทยเป็นหลักอย่างเข้มข้น เมื่อสามารถแก้ไขได้แล้วก็จะส่งเด็กกลับห้องเรียนเดิม ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ศธ.ได้ประชุมหารือเรื่องการเรียนการสอนภาษาไทยกับผู้บริหาร สพฐ. ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และครูที่ประสบความสำเร็จด้านการสอนภาษาไทย พบว่า เรื่องของภาษา ต้องจัดการเรียนการสอนแบบเข้มข้นจริงจัง จึงจะได้ผล ซึ่งต้องมีการฝึกให้เด็กอ่านอย่างเข้มข้น และต้องอ่านด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ออกเสียงถูกเพียงอย่างเดียว โดย สพฐ.จะประกาศนโยบายและโครงการที่จะทำให้เด็กไทยต้องอ่านออกเขียนได้ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะเริ่มต้นทดสอบภาษาไทยนักเรียน ป.3 และ ป.6 ทุกคนทั่วประเทศในสังกัด สพฐ. เพื่อแก้ไขปัญหานี้ในช่วงระยะเวลาเร่งด่วน โดยจะไม่เน้นไวยากรณ์ แต่ทำอย่างไรให้เด็กอ่านแล้วเข้าใจ เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนวิชาอื่นๆ จากนั้นจะมีการประเมินผลเพื่อจัดทำแผนระยะยาวในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาทั้งระบบ




รมว.ศธ.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมสัมมนาว่า ในอดีตที่ผ่านมา ช่วงปี 2546 มีการปฏิรูปโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ และการจัดองค์กรของ ศธ. มีผลทำให้ผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาไม่มีตำแหน่งที่จะลง ทั้งที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และทำงานสำคัญๆ ซึ่งในขณะนั้นตนเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้มีมติดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการเยียวยาบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากการจัดโครงสร้าง ทำให้มีการเพิ่มตำแหน่งรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาหลายพันคน ซึ่งทุกฝ่ายทั้งสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานข้าราชการพลเรือน ต่างเห็นชอบและยอมรับร่วมกันในการดำเนินการ แต่การจะโยกย้ายหรือกระจายตำแหน่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงทำให้มีรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามากเป็นพิเศษ แต่ขณะนี้ทราบว่าจำนวนรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาลดลงตามการเกษียณอายุราชการ

อย่างไรก็ตาม จะต้องให้รอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ร่วมกันสนับสนุนและขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาอย่างจริงจัง โดยจะจัดทำข้อตกลงระหว่าง สพฐ. กับเขตพื้นที่การศึกษา เช่น การแก้ไขปัญหาเด็กอ่านไม่ออก ส่วนงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลโรงเรียน การดูแลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และดูแลการทำงานของศึกษานิเทศก์ รวมทั้งการประสานงานระหว่าง สพฐ.กับองค์กรที่ทำหน้าที่เชิงนโยบาย งานวิชาการ และสื่อสารไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ก็จะเป็นหน้าที่ของรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาด้วย เพราะมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ อยู่และคุ้นเคยกับพื้นที่นั้นๆ ทำให้มีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีที่จะช่วยให้การทำงานเกิดประโยชน์สูงสุดได้

 

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2013/aug/271.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> มอบนโยบายรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ , , มอบนโยบายรอง , ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ครม.เห็นชอบปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
ครม.เห็นชอบปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เปิดอ่าน 41,809 ครั้ง
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา
เปิดอ่าน 7,320 ครั้ง
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (5 กันยายน2555)☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (5 กันยายน2555)
เปิดอ่าน 9,388 ครั้ง
ขอเรียนเชิญเข้ารับการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ขั้นหัวหน้าผู้ให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ☕ คลิกอ่านเลย
ขอเรียนเชิญเข้ารับการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ขั้นหัวหน้าผู้ให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ
เปิดอ่าน 9,957 ครั้ง
สรุปผลการดำเนินงานตาม 31 นโยบายหลักด้านการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
สรุปผลการดำเนินงานตาม 31 นโยบายหลักด้านการศึกษา
เปิดอ่าน 11,871 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การศึกษาและเปรียบเทียบสาเหตุการย้ายของข้าราชการครูการศึกษาและเปรียบเทียบสาเหตุการย้ายของข้าราชการครู
เปิดอ่าน 15,042 ครั้ง
ความสวยยังเพิ่มได้ แล้วความสูงเพิ่มได้ไหม ?!ความสวยยังเพิ่มได้ แล้วความสูงเพิ่มได้ไหม ?!
เปิดอ่าน 7,758 ครั้ง
เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูกเป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก
เปิดอ่าน 6,421 ครั้ง
ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับภูมิภาค สะท้อนความล้มเหลวของใคร หรือจะหนีเสือปะจระเข้ โดย ณรงค์ ขุ้มทองปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับภูมิภาค สะท้อนความล้มเหลวของใคร หรือจะหนีเสือปะจระเข้ โดย ณรงค์ ขุ้มทอง
เปิดอ่าน 8,197 ครั้ง
เจ๋ง! วิธีทำหน้าจอคอมฯ ให้มีแต่คนที่ใส่แว่นเท่านั้นที่เห็นเจ๋ง! วิธีทำหน้าจอคอมฯ ให้มีแต่คนที่ใส่แว่นเท่านั้นที่เห็น
เปิดอ่าน 8,152 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ