ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > การผลิตครู "ระบบปิด" ฟื้นคืนคุรุทายาท

การผลิตครู "ระบบปิด" ฟื้นคืนคุรุทายาท

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 6 มี.ค. 2558 เปิดอ่าน : 13,316 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน


สุรวาท ทองบุ
คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ในระหว่างที่มีการปฏิรูปประเทศไทย โดยแม่น้ำทั้ง 5 สาย ได้แก่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.)

องค์การ สถาบัน เครือข่ายและหน่วยงาน หลายหน่วยงานได้ทำการเสวนา ศึกษา ประชุมสัมมนาเพื่อหาแนวทางปฏิรูปประเทศ ให้หลุดพ้นกับการขัดแย้ง ให้เกิดความปรองดอง ลดความเหลื่อมล้ำ สมานฉันท์ มีความมั่นคง ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ มีความเข้มแข็ง มีขีดความสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในอาเซียนหรือนานาประเทศ ในระยะยาวที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านประเทศ การจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยคุณภาพของคนในชาติ และคุณภาพของคน โดยต้องอาศัยเครื่องมือสำคัญ ก็คือ การศึกษา จึงต้องทำการปฏิรูปการศึกษา อย่างเร่งด่วนหรือทำทันทีและสิ่งสำคัญที่จะทำให้ การปฏิรูปสำเร็จได้นั้น ก็คือครู

มีการกล่าวถึงและเรียกร้องกันมากในแทบทุกเวทีว่าจะต้องปฏิรูประบบการผลิตครู ให้ได้คนดีคนเก่งมาเรียนครู มีสถาบันการผลิตที่มีความเข้มแข็ง มีกระบวนการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะ คุณลักษณะและจิตวิญญาณของความเป็นครู ให้มีความสามารถและทักษะที่จะทำให้ผู้เรียนมีทักษะที่จะอยู่ในโลกศตวรรษที่ 21 นี้ได้ และนำคุณภาพมาสู่ผู้เรียน อันจะนำไปสู่การเป็นพลเมืองไทยที่ดี หรือพลโลกที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะเดียวกันนี้ก็พบปัญหาหนึ่งของการผลิตครูคือ การผลิตที่ยังไม่สอดคล้องกันทั้งปริมาณและคุณภาพของการผลิตกับความต้องการใช้ บางสาขาเกินอย่างมากแต่ยังมีสาขาที่ขาดแคลนอยู่ไม่น้อย และจากข้อมูลครูที่จะเกษียณอายุราชการในรอบ 10 ปีข้างหน้าประมาณ 200,000 คน (สองแสนคน) ทำให้มีผู้สนใจจำนวนมาก เพราะเชื่อว่าจะมีการบรรจุทดแทนจำนวนไม่น้อย ในจำนวนนี้มีแนวโน้มว่าเป็นคนดีคนเก่งมากขึ้นกว่าเดิมจากความสนใจเข้าเรียนจำนวนมากนั้น ทำให้สถาบันฝ่ายผลิต ทานกระแสความต้องการเรียนไม่ได้ จำต้องรับเข้าเรียนจำนวนมาก เป็นเหตุสำคัญทำให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพให้เข้มข้นได้ เชื่อว่าจำนวนผู้เรียนจะมีมากกว่าความต้องการแน่นอนและจะมีบัณฑิตครูล้นงานจำนวนมาก จึงมีผู้เสนอว่าควรจะมีการผลิตครูในระบบปิด ที่เคยมีมาก่อนตามโครงการ "คุรุทายาท" หรือ "ครูพันธุ์ใหม่ พ.ศ.2547" หรือ "เพชรในตม"

มีหลายคนยังไม่เข้าใจว่าจะเป็นเช่นไร มีผลกระทบกับใคร อย่างไร จึงขอสร้างความเข้าใจต่อไปนี้

1. การผลิตครู "ระบบปิด" หมายถึง การรับบุคคลเข้าศึกษาชั้นปีที่ 1 ตามหลักสูตรการผลิตครู 5 ปีหรือหลักสูตรอื่นๆ ที่คุรุสภาให้การรับรอง ตามจำนวนความต้องการใช้ครูของสถานศึกษาภาครัฐ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะมีอัตราข้าราชการครูรองรับและจะได้รับการบรรจุทันที ในระหว่างศึกษาอาจได้รับเงินทุนการศึกษา เป็นค่าธรรมเนียมการศึกษาที่สถาบันการผลิตเรียกเก็บ ค่าอุปกรณ์การศึกษาและค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ สถานศึกษาเอกชน อาจทำความตกลงร่วมมือกับสถาบันฝ่ายผลิต ดำเนินการเช่นเดียวกับภาครัฐได้

2. การผลิตครู "ระบบเปิด" หมายถึง การรับบุคคลเข้าศึกษาชั้นปีที่ 1 ตามหลักสูตรการผลิตครู 5 ปีหรือหลักสูตรอื่นๆ ที่คุรุสภาให้การรับรอง ตามศักยภาพของสถาบันและความต้องการของผู้เรียน เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วผู้เรียนจะต้องไปหางานทำหรือสอบบรรจุเข้าประกอบวิชาชีพครู ในสถานศึกษาของภาครัฐที่มีความต้องการครูเพิ่มเติมหรือเอกชน หรือประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเอง โดยให้ถือว่าเป็นความรับผิดชอบต่อการมีงานทำของผู้เรียนและสถาบันการผลิต

3. การคัดเลือกบุคคลเข้าเรียน จะคัดเลือกจากบุคคลที่มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู มีคุณธรรม จริยธรรม และมีบุคลิกภาพเหมาะสมกับการจะเป็นครู มีผลการเรียนหรือคะแนนจากการทดสอบสูง ทำการคัดเลือกร่วมกันของหน่วยงานผู้ใช้ครูและสถาบันฝ่ายผลิต ทั้งนี้ จะมีวิธีการและเครื่องมือที่เชื่อถือได้ในการคัดเลือกและดำเนินการด้วยความสุจริต บริสุทธิ์ และยุติธรรม

4. สถาบันฝ่ายผลิตครูในระบบปิด ได้แก่

4.1 สถาบันที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่ทำให้ได้สถาบันผลิตที่มีคุณภาพที่สูง ซึ่งให้พิจารณาจากการจัดการเรียนการสอน คณาจารย์ ห้องปฏิบัติการ ทรัพยากร นวัตกรรมและเทคโนโลยี กระบวนการพัฒนาคุณลักษณะความเป็นครู การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เป็นต้น หรือ

4.2 เป็นสถาบันในพื้นที่ของสถานศึกษาที่จะรับบรรจุแต่งตั้งหลังสำเร็จการศึกษา ที่มีการพัฒนาจนถึงเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพขั้นสูงตามที่กำหนดเช่นเดียวกับข้อ 4.1 ทั้งนี้ จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลในการพัฒนาด้วย

5. สถาบันฝ่ายผลิต จะได้รับการสนับสนุนจัดสรรงบประมาณในการจัดการเรียนการสอน การพัฒนากิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตลอดทั้งงบประมาณในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันฝ่ายผลิต เป็นกรณีพิเศษ

6. หน่วยงานหรือสถานศึกษาผู้ใช้ครูจะต้องจัดทำข้อมูลความต้องการและจัดเตรียมอัตราไว้รองรับ เป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 ปี ในแต่ละรุ่น

7. สามารถเริ่มดำเนินการรุ่นแรกได้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 โดยผู้เรียนจะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2562 และบรรจุเข้าประกอบวิชาชีพได้ในปี พ.ศ.2562 และให้ดำเนินการเช่นนี้ไปอีก จนถึงปีการศึกษา 2568 รวม 10 รุ่น และรวมระยะเวลา 10 ปี

8. ผลกระทบต่อสังคม สถาบัน คณาจารย์ผู้สอน ผู้สำเร็จหรือผู้ที่กำลังเรียนอยู่ก่อนในปัจจุบัน ดังนี้

8.1 สังคมจะได้ครูดีครูเก่งเข้าไปในระบบ ทดแทนครูที่จะเกษียณอายุราชการหรืออายุงาน โดยเริ่มได้ในปี 2562-2571 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 200,000 คน ทั้งนี้ จะมีความต้องการครูลดลงจากจำนวนดังกล่าว อันจะส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนและจะได้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติสืบต่อไป

8.2 ผลดีต่อสถาบันฝ่ายผลิต เนื่องจากจะต้องได้รับผู้เรียนน้อยลง จะได้รับผลกระทบทางบวก ได้แก่ รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณต่อหัวมากขึ้น เป็นกรณีพิเศษ

ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้มีการพัฒนา จะได้รับค่าการผลิตสูงขึ้นต่อคนต่อปี ภาระงานสอนที่มากอยู่เดิมจะลดลง สามารถเพิ่มคุณภาพการผลิตได้อย่างเต็มที่ แต่หากต้องรับผู้เรียนน้อยลงและรัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด จะกระทบกับงบประมาณรายรับไม่พอกับรายจ่ายที่มี สถาบันอาจรับผู้เรียนในระบบเปิดเพิ่มได้ หรือหันไปรับผู้เรียนเข้าศึกษาในการผลิตบัณฑิตด้านอื่นแทน

8.3 คณาจารย์ผู้สอนจะสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมภารกิจอื่น เมื่อมีการนำระบบปิดมาใช้ สำหรับผู้สอนวิชาเอก ภาระงานสอนอาจน้อยลง หากไม่สามารถรับผู้เรียนด้านอื่นมาทดแทน ส่วนผู้สอนในรายวิชาชีพครู จะเป็นโอกาสดีที่คณาจารย์จะได้ทำหน้าที่ในการพัฒนาครู โดยเฉพาะระบบ Browser Inservices แบบ Coaching and Mentoring มาใช้ในการพัฒนา แต่ทั้งนี้ จะต้องได้รับมอบหมายและจัดตั้งงบประมาณในการพัฒนาครูในพื้นที่เขตบริการจากรัฐบาลด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ยังมีผู้เรียนอยู่จำนวนมากซึ่งสถาบันยังมีเวลาในการรองรับปัญหาหรือปรับตัวได้ในเวลาที่มีอยู่อีก 4-5 ปี

8.4 บัณฑิตและผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในปัจจุบัน สามารถสอบบรรจุและหางานทำได้ต่อไปตามปกติอย่างน้อย 5 ปี หลังจากนั้น ยังสามารถสอบบรรจุหรือหางานได้ต่อไปในภาครัฐและเอกชน แต่นับแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไปตำแหน่งครูภาครัฐจะมีน้อยลงอย่างมาก เพราะภาครัฐจะมีเพียงการรับสมัครสอบบรรจุกรณีที่ระบบปิดไม่เพียงพอหรือต้องการเพิ่มภายหลัง

8.5 ผู้เข้าเรียนในระบบปิดจะมีความมั่นใจในการประกอบวิชาชีพ อันจะเป็นการจูงใจให้คนดี คนเก่งเข้ามาสมัครเรียนครู และประกอบวิชาชีพครู มีขวัญและกำลังใจ รักษาระดับคะแนนให้สูง สร้างอุดมการณ์ มุ่งมั่น บ่มเพาะการเป็นครูที่ดี

8.6 จะเป็นการลดปัญหา การทุจริตหรือการโกงในการสอบแข่งขันหรือคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการครู ที่ปัจจุบันพบว่า มีการทุจริตอย่างมากแทบทุกครั้งที่มีการสอบ

8.7 จะเป็นการเพิ่มคุณภาพของบัณฑิตครู ลดปัญหาครูล้นตลาด มีความสอดคล้องกันทั้งปริมาณและคุณภาพของการผลิตและความต้องการใช้

โดยสรุป การนำระบบปิดมาใช้ผลิตครูดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่ามีผลกระทบทางบวก ทั้งนี้ จะต้องป้องกันและแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นที่ได้เสนอไว้นี้ อย่างไรก็ตาม ระบบจะดีอย่างไร หากไร้การสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ขาดข้อมูลและขาดการประสานงานที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานผู้ใช้ครูทั้งในและนอกกระทรวง สภาวิชาชีพ และสถาบันฝ่ายผลิตแล้วคงจะสำเร็จได้ยาก

 

ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 6 - 12 มี.ค. 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การผลิตครู "ระบบปิด" ฟื้นคืนคุรุทายาท , , การผลิตครู , , ระบบปิด , , ฟื้นคืนคุรุทายาท , , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
เผย ไทยมีเด็กช้างเผือก ยากจน-เรียนเก่ง มากกว่าค่าเฉลี่ย OECD  เอาชนะข้อจำกัดทางฐานะ ทำคะแนนPISA  2018  ติดอันดับสูง 25% แรกของประเทศ☕ 20 ม.ค. 2563
เผย ไทยมีเด็กช้างเผือก ยากจน-เรียนเก่ง มากกว่าค่าเฉลี่ย OECD เอาชนะข้อจำกัดทางฐานะ ทำคะแนนPISA 2018 ติดอันดับสูง 25% แรกของประเทศ
เปิดอ่าน 970 ครั้ง
เตรียมชงร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติให้กฤษฎีกาพิจารณาภายในเดือนม.ค.นี้ แนบทุกความเห็น-ค้านเรียกครูใหญ่ไปด้วย☕ 20 ม.ค. 2563
เตรียมชงร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติให้กฤษฎีกาพิจารณาภายในเดือนม.ค.นี้ แนบทุกความเห็น-ค้านเรียกครูใหญ่ไปด้วย
เปิดอ่าน 2,824 ครั้ง
การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเช่าใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ระยะเวลา 5 เดือน (เดือนพ.ค. - ก.ย. 2563)☕ 19 ม.ค. 2563
การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเช่าใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ระยะเวลา 5 เดือน (เดือนพ.ค. - ก.ย. 2563)
เปิดอ่าน 6,215 ครั้ง
กสศ. รับสมัครนักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2563 นี้☕ 19 ม.ค. 2563
กสศ. รับสมัครนักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2563 นี้
เปิดอ่าน 1,438 ครั้ง
การทดแทนชั่วโมงการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ของหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 21/2560☕ 19 ม.ค. 2563
การทดแทนชั่วโมงการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ของหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 21/2560
เปิดอ่าน 2,999 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เวลาที่ไม่ควรแปรงฟัน  เวลาที่ไม่ควรแปรงฟัน
เปิดอ่าน 10,648 ครั้ง
นวดศีรษะและต้นคอก่อให้เกิดอันตรายจริงหรือ?นวดศีรษะและต้นคอก่อให้เกิดอันตรายจริงหรือ?
เปิดอ่าน 19,929 ครั้ง
ใช้ร้านเน็ตให้ปลอดภัยใช้ร้านเน็ตให้ปลอดภัย
เปิดอ่าน 6,062 ครั้ง
รวมคลิปผาดโผนที่ Fail ประจำเดือน กันยายน 2555รวมคลิปผาดโผนที่ Fail ประจำเดือน กันยายน 2555
เปิดอ่าน 6,366 ครั้ง
คู่มือการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ กศจ.(เอกสารประกอบการประชุม VDO Conference)คู่มือการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ กศจ.(เอกสารประกอบการประชุม VDO Conference)
เปิดอ่าน 19,781 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ