ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการประเมินโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง)

ชื่อเรื่อง : รายงานผลการประเมินโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน

ของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง)

ผู้วิจัย : นางสาววิลาสินี ชุณหะชา

หน่วยงาน : โรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) สังกัดเทศบาลนครนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม * ชื่อโรงเรียนเป็นชื่อเฉพาะที่ต้องใช้เลขไทย

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

การพัฒนาการจัดการศึกษาในยุคปฏิรูปการศึกษา หัวใจสำคัญคือการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ โดยมุ่งหวังการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรมและจริยธรรม และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข มุ่งเน้นให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้และค้นพบองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งครูผู้สอนมีส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดเวลา การพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะในสิ่งที่คาดหวังได้นั้น ครูจะต้องมีการทำลำดับขั้นตอนของการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ดี มีขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบมีผลการทำงานที่เกิดจากขั้นตอนการทำงานที่น่าเชื่อถือ มีร่องรอยที่สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน กระบวนการวิจัยจึงถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนในชั้นเรียนให้มีทักษะตามที่ต้องการและใช้ในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับผู้เรียน แต่คุณครูโดยส่วนใหญ่มักขาดความรู้ความเข้าใจในการทำวิจัย ทั้งการตั้งคำถามการวิจัย การออกแบบการวิจัย การเขียนรายงานผลการวิจัยหรือแม้แต่การนำผลการวิจัยไปใช้ โดยสามารถสรุปปัญหาด้านการจัดทำวิจัยในชั้นเรียนไว้ดังนี้ 1) ผู้บริหารให้ภาระงานครูมาก ทำให้ครูไม่มีเวลาวิจัย 2) ผู้บริหารไม่จัดประชุม อบรม สัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียนให้กับครูหรือการไม่ส่งครูไปรับการอบรมจากหน่วยงานอื่นทำให้ครูขาดประสบการณ์ในการทำวิจัยในชั้นเรียนและไม่สามารถพัฒนาความรู้นี้อย่างต่อเนื่อง 3) ผู้บริหารไม่สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ในการทำวิจัยในชั้นเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ให้ครูผู้สอนทำวิจัยในชั้นเรียนควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน 4) ผู้บริหารไม่แต่งตั้งหรือจัดที่ปรึกษาหรือผู้ชำนาญการด้านวิจัยในชั้นเรียนเพื่อให้ครูที่สนใจทำการวิจัยในชั้นเรียนได้มีที่พึงในคราวที่มีปัญหาเมื่อทำวิจัยในชั้นเรียน 5) ผู้บริหารไม่มีประกาศเกียรติคุณให้แก่ครูผู้ทำวิจัยในชั้นเรียนดีเด่นหรือไม่ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงานการวิจัยในชั้นเรียนให้บุคคลทั่วไปได้รับทราบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ 6) ครูผู้สอนขาดความรู้ความเข้าใจในแนวทางการวิจัยในชั้นเรียน และคิดว่าเป็นเรื่องยากจึงไม่ทำการวิจัย 7) ครูไม่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างพอเพียงในการทำวิจัยชั้นเรียน 8) ครูมีเวลาไม่เพียงพอที่จะทำการวิจัยในชั้นเรียนเนื่องจากมีภาระงานทั้งการสอนและงานพิเศษอื่นๆ 9) ครูขาดตัวอย่างที่หลากหลายสำหรับเป็นแนวทางการทำวิจัยในชั้นเรียน 10) ครูขาดแหล่งความรู้ในการค้นคว้า เพื่อทำการวิจัยในชั้นเรียน และ11) ครูไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างจริงจังและไม่นำผลการวิจัยมาใช้ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน แต่ทำวิจัยเพื่อขอผลงานของตนเอง เมื่อเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวทำให้โรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) ได้เริ่มดำเนินการโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างจริงจังในปีการศึกษา 2558 โดยเน้นให้ครูได้ใช้กระบวนการวิจัยในการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ของนักเรียน อนึ่งการดำเนินงานตามโครงการจำเป็นต้องมีการประเมินตามโครงการเพื่อให้ทราบว่า โครงการประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่ มีปัญหา อุปสรรคอะไร ซึ่งที่ผ่านมาผู้รับผิดชอบโครงการได้มีการประเมินผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างกว้างๆไว้ แต่ยังขาดการกำหนดประเด็นการประเมินที่ชัดเจน ซึ่งในครั้งนี้ผู้วิจัยตระหนักดีว่าการประเมินผลอย่างเป็นระบบจะช่วยให้เกิดการพัฒนางานของโรงเรียนและในงานส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินงานด้านวิชาการของโรงเรียน เพื่อให้การดำเนินโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนและสามารถนำผลการดำเนินงานตามโครงการมาพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานได้อย่างทันท่วงที ผู้วิจัยจึงได้กำหนดให้มีการประเมินผลโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนขึ้น โดยกำหนดขอบข่ายของการประเมินตามรูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ของ Stufflebeam ซึ่งเป็นการประเมินที่ทำให้ผู้บริหารทราบการดำเนินโครงการทั้ง 4 ด้านอันได้แก่ การประเมินด้านบริบท (Context Evaluation) การประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) การประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความครอบคลุมและเพียงพอสำหรับใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาโครงการให้มีคุณภาพ ส่งผลถึงความยั่งยืนของโครงการ และบังเกิดผลดีต่อนักเรียนอย่างแท้จริง

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

การทำวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) ในประเด็นต่อไปนี้

1. เพื่อประเมินบริบทของโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน (Context Evaluation)

2. เพื่อประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน (Input Evaluation)

3. เพื่อประเมินกระบวนการของโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน (Process Evaluation)

4. เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน (Product Evaluation)

วิธีการศึกษา/การดำเนินการวิจัย

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

การประเมินในครั้งนี้ได้กำหนดขอบเขตของประชากรและกลุ่มตัวอย่างการประเมินไว้ดังนี้

1. ประชากร ที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ของโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) ปีการศึกษา 2558 จำนวนทั้งสิ้น 1,874 คน

2. กลุ่มตัวอย่าง ได้กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการเปิดตารางของเครจซี่และมอร์แกน และทำการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 538 คนและคณะกรรมการดำเนินการและครูผู้สอนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) จำนวน 51 คนรวมมีกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 589 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ เป็นแบบประเมินโครงการส่งเสริมการทำวิจัยใน ชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) ในด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต โดยในการประเมินครั้งนี้ใช้แบบประเมินจำนวน 2 ฉบับ อันประกอบด้วย

แบบประเมินฉบับที่ 1 แบบประเมินโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา (สมัครพลผดุง) ประเมินโดยคณะกรรมการดำเนินโครงการและครูผู้สอนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง)

แบบประเมินฉบับที่ 2 แบบประเมินความเหมาะสมของกระบวนการและผลผลิตของการดำเนินงานของโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา (สมัครพลผดุง) ประเมินโดยผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง)

ผลการศึกษา/ผลการวิจัย

1. ผลการประเมินด้านบริบทของโครงการเกี่ยวกับความเหมาะสมในการดำเนินโครงการและความสอดคล้องของวัตถุประสงค์กับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและนโยบายการศึกษาของขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ทุกข้อมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากเช่นกัน

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการเกี่ยวกับความเหมาะสม และความเพียงพอ ของบุคลากร งบประมาณ ระยะเวลาและวัสดุอุปกรณ์ โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ทุกข้อมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากเช่นกัน

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการของโครงการเกี่ยวกับการดำเนินงานตามวงจร PDCA ของเดมิ่ง (Deming) โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ทุกข้อมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด

4. ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ ผลการดำเนินการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และความพึงพอใจในการดำเนินงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะทั่วไป

จากผลการวิจัยการประเมินโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าการวิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมากเพราะครูต้องมีข้อมูลจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาทำการวิจัย เพื่อนำผลของการวิจัยนั้นมาพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เหมาะสมกับนักเรียน และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด

ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป

เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการดำเนินการโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง)ในอนาคต ผู้วิจัยจึงขอเสนอแนวทางในการวิจัยครั้งต่อไปดังนี้

1. ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนอื่นๆ โดยใช้วิธีเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งจะได้ข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่งมาประกอบการพิจารณา

2. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับการประเมินการดำเนินการโครงการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา(สมัครพลผดุง) จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายๆ กลุ่ม เช่น ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

โพสต์โดย Japanese : [9 ม.ค. 2559 เวลา 16:17 น.]
อ่าน [104342] ไอพี : 223.204.33.111
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ Japanese

  ความคิดเห็นที่ 1

ขอขอบคุณผู้ทำwebsite ดีๆไว้เพื่อการพัฒนาการศึกษาค่ะ

วันที่โพสต์ [9 ม.ค. 2559 เวลา 16:27 น.] ไอพี : [223.204.33.111] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,956 ครั้ง
อยากได้กันมั๊ย ชมคลิปโชว์ความสามารถ Google Glass แว่นตาอัจฉริยะ
อยากได้กันมั๊ย ชมคลิปโชว์ความสามารถ Google Glass แว่นตาอัจฉริยะ

เปิดอ่าน 2,852 ครั้ง
CRM คืออะไร ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่คนทำธุรกิจต้องรู้จัก!
CRM คืออะไร ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่คนทำธุรกิจต้องรู้จัก!

เปิดอ่าน 13,698 ครั้ง
นักเรียน ม.2 ประดิษฐ์ หุ่นยนต์ล้างเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ เน้นประหยัดเวลา ประหยัดเงิน
นักเรียน ม.2 ประดิษฐ์ หุ่นยนต์ล้างเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ เน้นประหยัดเวลา ประหยัดเงิน

เปิดอ่าน 4,757 ครั้ง
4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับ PDPA พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับ PDPA พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เปิดอ่าน 9,090 ครั้ง
ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย : สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา EP. 1
ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย : สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา EP. 1

เปิดอ่าน 21,963 ครั้ง
ชุดประจำชาติที่ ‘น้องไข่มุก’ ใส่ประกวดมิสยูนิเวิร์สปีนี้
ชุดประจำชาติที่ ‘น้องไข่มุก’ ใส่ประกวดมิสยูนิเวิร์สปีนี้

เปิดอ่าน 11,731 ครั้ง
คณิตศาสตร์ชุมชน : โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน, ชุติมา ชุมพงศ์
คณิตศาสตร์ชุมชน : โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน, ชุติมา ชุมพงศ์

เปิดอ่าน 242,566 ครั้ง
คำเรียกตัวเลขทั้งสิบในภาษาไทย
คำเรียกตัวเลขทั้งสิบในภาษาไทย

เปิดอ่าน 3,084 ครั้ง
PBISS | The Most Caring and Innovative International School of Koh Samui
PBISS | The Most Caring and Innovative International School of Koh Samui

เปิดอ่าน 26,215 ครั้ง
การวัดความกดอากาศ
การวัดความกดอากาศ

เปิดอ่าน 48,510 ครั้ง
คุณค่าทางโภชนาการของ "ปลาดุกนา"
คุณค่าทางโภชนาการของ "ปลาดุกนา"

เปิดอ่าน 20,407 ครั้ง
คลิปยอดฮิต ครูนกเล็ก ร้อง PPAP สอนเด็กนักเรียน
คลิปยอดฮิต ครูนกเล็ก ร้อง PPAP สอนเด็กนักเรียน

เปิดอ่าน 12,774 ครั้ง
"เจตพังคี" คืออะไร?
"เจตพังคี" คืออะไร?

เปิดอ่าน 106,691 ครั้ง
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

เปิดอ่าน 11,958 ครั้ง
1 มิถุนายน วันดื่มนมโลก
1 มิถุนายน วันดื่มนมโลก

เปิดอ่าน 12,544 ครั้ง
ฮีโร่&วายร้าย คนเด่นโลกปี 2554
ฮีโร่&วายร้าย คนเด่นโลกปี 2554
เปิดอ่าน 21,486 ครั้ง
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
เปิดอ่าน 13,695 ครั้ง
"เมตา" แนะ 5 เคล็ดลับป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพทางออนไลน์
"เมตา" แนะ 5 เคล็ดลับป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพทางออนไลน์
เปิดอ่าน 11,063 ครั้ง
เคล็ดลับกินอย่างฉลาด ปราศจากโรค
เคล็ดลับกินอย่างฉลาด ปราศจากโรค
เปิดอ่าน 55,411 ครั้ง
โกดะ ทาเคชิ ไจแอนท์ : ตัวละครจากการ์ตูนโดราเอมอน
โกดะ ทาเคชิ ไจแอนท์ : ตัวละครจากการ์ตูนโดราเอมอน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ