ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เสริมมงคลแบบเสือ ๆ ต้อนรับปีขาล
เสริมมงคลแบบเสือ ๆ ต้อนรับปีขาล
ความรู้ทั่วไป โพสต์เมื่อวันที่ : 5 ม.ค. 2553 เปิดอ่าน : 23,357 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

เสริมมงคลแบบเสือ ๆ ต้อนรับปีขาล
Advertisement

พระพุทธรูปในถ้ำที่วัดถ้ำเสือ
       ปีใหม่นี้ "วาไรตี้ท่องเที่ยว" ขอต้อนรับเข้าสู่ปีเสือ(ขาล)อย่างเป็นทางการ ในสัปดาห์แรกหลังจากวันพักผ่อน ท่องเที่ยวอันแสนสุขีได้ผ่านพ้นไป หลายๆคนก็คงต้องกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน โดยใช้ฤกษ์ดีปีใหม่สากลนี้เป็นจุดเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ต่างๆแก่ชีวิต
       
       และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของปีเสือที่ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของพวกเรา ขอแนะนำหลากสถานที่มงคลแบบเสือ ๆ ไว้ให้เผื่อใครสนใจอยากไปทำบุญ กราบไหว้ขอพรกัน
       
       สถานที่แรกที่จะพาไปเบิกศักราชปีขาลกันคือ ที่ "วัดพระธาตุช่อแฮ" ที่ จ.แพร่ วัดที่เป็นที่ตั้งของพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา วัดพระธาตุช่อแฮ ตั้งอยู่ที่ ถ.ช่อแฮ ต.ช่อแฮ อ.เมือง จังหวัดแพร่ จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นโบราณสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแพร่
       
       พระธาตุช่อแฮ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารอบองค์พระธาตุประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี ลักษณะองค์พระธาตุ เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสองศิลปะแบบเชียงแสนสูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 11 เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูน หุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองลงรักปิดทอง

พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่ (ภาพก่อนการบูรณะ)
       เชื่อกันว่าหากนำผ้าแพรสามสีไปถวาย จะทำให้ชีวิตมีความผาสุข มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต หน้าที่การงาน มีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรูได้ นอกจากองค์พระธาตุช่อแฮแล้วภายในวัดยังมี หลวงพ่อช่อแฮเป็นพระประธานประดิษฐานในพระอุโบสถ ศิลปะล้านนาเชียงแสน สุโขทัย อายุหลายร้อยปี พระเจ้าทันใจและไม้เสี่ยงทาย ตลอดจนธรรมมาสน์โบราณ กรุอัฐิครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ที่ได้มาเป็นประธานบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุช่อแฮเมื่อปี พ.ศ. 2467
       
       สถานที่ต่อไปตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นที่รู้จักกันดีที่ "ศาสเจ้าพ่อเสือ" บริเวณ ถ.ตะนาว ตัดกับ ถ.อุณากรรณ เขตพระนคร จัดเป็นอีกแห่งหนึ่งที่ปีเสือนี้ไม่ควรพลาดแก่การสักการะ ศาลเจ้าพ่อเสือ หรือที่คนจีนเรียกว่า "ตั่วเล่าเอี้ย" เป็นศาลเจ้าเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2377 ในสมัยรัชกาลที่3 โดยชาวจีนแต้จิ๋ว เดิมตั้งอยู่ ถ. บำรุงเมือง เมื่อมีการขยายถนนในสมัยรัชกาลที่5 จึงย้ายมาสร้างใหม่ ที่บริเวณทางสามแพร่ง ถ. ตะนาว เขตพระนคร
       
       เทพเจ้าประจำศาลคือ "เสียนเทียนซั่งตี้" หรือที่คนไทยเรียกว่า "เจ้าพ่อเสือ" นั่นเอง เป็นที่เลื่องชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ มักมีผู้นิยมมาแก้ดวง ขอบุตร และเรื่องการเงิน ตลอดจนการเสี่ยงเซียมซี ศาลเจ้าแห่งนี้ ยังมีความงามด้านสถาปัตยกรรม และ การตกแต่งภายในอีกด้วย โดยเฉพาะโบราณวัตถุที่ประดับอยู่ภายในศาลเจ้านั้น มีความเก่าแก่ร่วมร้อยปี สำหรับสิ่งโปรดปรานของเจ้าพ่อเสือที่มักมีผู้นำมาถวาย ได้แก่ ไข่สด ข้าวสาร และ หมูสามชั้นมาถวาย เป็นต้น

ศาลเจ้าพ่อเสือ ถ.ตะนาว
       อีกหนึ่งศาลคือ "ศาลเจ้าพ่อเสือย่านรามอินทรา"ตั้งอยู่ที่ บริเวณสี่แยกถนนรามอินทราซอย 5 ตัดกับพหลโยธิน 48 มักมีผู้นิยมมากราบไหว้เพื่อขอเรื่องโชคลาภ การแก้บนนิยมเอาเนื้อหมูเนื้อวัวสดๆ มาวางไว้ที่หน้าศาล รวมทั้งภาพยนตร์ และหุ่นรูปเสือมาวางไว้ หรือเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ หลายรูปแบบตามที่บนบานศาลกล่าว
       
       มีศาลเจ้าพ่อเสือแล้วก็ต้องมี "ศาลเจ้าแม่เสือ" ตั้งอยู่ที่ปากซอยรามอินทรา 67/1 เขตคันนายาว เป็นศาลเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนน ห่างจากป้ายรถเมล์ตลาดรามอินทรากม.7 (หมู่บ้านรามอินทรานิเวศน์) เพียงเล็กน้อย ภายในศาลแห่งนี้ รูปปั้นเสือไม่ใหญ่มากนัก นั่งขัดสมาธิ นุ่งผ้าสไบเฉียง บ่งบอกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่เป็นเพศหญิง ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าแม่เสือ
       
       ประวัติก็มีแตกต่างกันไป อาทิ ที่ว่าแถวนั้นในสมัยก่อนยังเป็นป่าทุ่ง เคยมีเสือปลาอาศัยอยู่ชุกชุม แล้วพอเมืองและชุมชนขยายตัวมีการทำถนนตัดผ่าน มีคนไปจับลูกเสือปลาเอาไปเลี้ยง สร้างความตื่นตระหนกให้แม่เสือยิ่งนัก ออกเดินมาตามหาลูกด้วยความห่วงใย สุดท้ายถูกรถชนตายริมถนนหลวงนั่นเอง ชาวบ้านเลยตั้งศาลให้ตั้งแต่นั้นมา
       
       อีกตำนานหนึ่งก็ระบุว่าที่เรียกว่า "ศาลเจ้าแม่เสือ" หมายถึงเป็นคู่รักของ "เจ้าพ่อเสือ"ย่านรามอินทรา ก่อนหน้านั้นทั้งคู่พลัดพรากจากกัน ชาวบ้านจึงตั้งศาลไว้เป็นอนุสรณ์ให้เคียงคู่กัน ที่ศาลเจ้าแม่เสือมักมีผู้นิยมมาขอพรเรื่องแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ ขอโชคลาภ ใครสมหวังโชคดีก็มักจะนำเครื่องเซ่นไหว้ ที่นิยมคือ รูปปั้นลูกเสือ ลูกม้าลาย มาแก้บนให้เป็นบริวารเจ้าแม่เสือ

เจ้าแม่เสือแห่งย่านรามอินทรา
       ย้ายฟากไปที่ย่าน "จอมทอง" เขตชานเมืองของกรุงเทพฯทางฝั่งธนบุรี ก่อนอื่นจะพาไปดูความเกี่ยวข้องของคลองสายสำคัญคือ "คลองสนามชัย" หรือ "คลองด่าน" ที่เรียกได้ว่าเป็นคลองสายประวัติศาสตร์ คลองสายนี้ขุดขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญที่ 8แห่งกรุงศรีอยุธยาหรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "พระเจ้าเสือ" จุดเริ่มต้นของคลองอยู่ต่อจากคลองด่าน บริเวณแยกคลองบางขุนเทียน ในเขตจอมทอง แล้วไปออกแม่น้ำท่าจีนที่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร บ้างก็เรียกคลองสายนี้ในแถบจังหวัดสมุทรสาครว่าคลองมหาชัย
       
       แล้วไล่เรียงกันไปหยุดที่ "วัดไทร" ผู้ที่มาเยือนไม่ควรพลาดชม "ตำหนักทองวัดไทร" หรือ "ตำหนักพระเจ้าเสือ" สถาปัตยกรรมไม้สมัยอยุธยาที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลัง โดยเชื่อว่าเป็นตำหนักของพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยาที่ทรงโปรดเกล้าฯให้ สร้างไว้เมื่อพระองค์เสด็จประพาสทางทะเล โดยใช้เส้นทางคลองด่านเป็นทางพระราชดำเนิน
       
       ตัวตำหนักเป็นอาคารไม้ทรงไทยขนาดสามห้อง ภายในอาคารมีการตกแต่งด้วยลวดลายเขียนสีทั้งฝาและโครงหลังคา หลังบานประตูภายในห้องบรรทมเขียนเป็นรูปทวารบาล ส่วนฝาภายนอกก็มีการลงรักเขียนลายรดน้ำไว้อย่างงดงาม และใกล้ๆกันนั้นก็มีศาลพระเจ้าเสือ ซึ่งมีพระรูปหล่อของพระเจ้าเสือ และรูปหล่อของพันท้ายนรสิงห์ไว้ภายในศาลนี้ด้วย

ตำหนักทองวัดไทร หรือ ตำหนักพระเจ้าเสือ ย่านจอมทอง
       อีกหนึ่งที่ "หลวงพ่อเสือ วัดบางแวก" วัดบางแวก ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 923 ซ.จรัญ สนิทวงศ์ 13 ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตามประวัติวัดแห่งนี้ ได้สร้างขึ้นเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย แต่เดิมชื่อว่า วัดบางแหวก เหตุที่ชื่อนี้เพราะว่าสมัยก่อนนิยมการสัญจรทางน้ำจะเข้าคลองบางแวกได้ ก็ต้องแหวกผักตบชวาเพราะมีมากจนปิดทางสัญจรไปมา
       
       เป็นวัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของย่าน ในคราวหนึ่งเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ "เสด็จเตี่ย" ได้ชลมารคผ่านมาทางคลองบางแวกพอมาถึงวัดเรือพระที่นั่งก็เกิดอุปสรรค ไม่สามารถไปต่อได้จึงขึ้นมาชมบริเวณรอบๆ วัดบางแวก เข้าไปกราบพระในพระวิหาร เห็นพระพุทธรูปองค์หนึ่ง(หลวงพ่อเสือ วัดบางแวก) ดำไม่สุกใส เหมือนองค์อื่นๆ
       
       ต่อมาจึงได้สั่งให้ทำพิธีเททองทับหลวงพ่อเสือ วัดบางแวกก็ไม่สุกดังตั้งใจ จึงสั่งให้เททองทับหลวงพ่อเสือ อีกสองครั้ง ก็ไม่สุกอีก ทรงขนานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "พระพุทธรูปหลวงพ่อเสือ" พระวิหารหลวงพ่อเสือ
       
       ปัจจุบันหลวงพ่อเสือประดิษฐานอยู่ภายใน ศาลาการเปรียญ เป็นสถาปัตยกรรมแบบทรงไทย หน้าบันเป็นลายแกะสลักทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไม้สักทองด้านบนมีรูปภาพจิตรกรรมฝาผนังทศชาติ เป็นฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในมีบุษบกยาว 12 เมตร ซึ่งกรมศิลปากรได้อนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาติ อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปศิลาแลง ซึ่งเป็นพระประธานในอุโบสถเก่ามาก่อน และมีพระพุทธรูปสมัยอยุธยาพร้อมด้วยพระพุทธรูปปางนาคปรกสมัยลพบุรี ประดิษฐานไว้ให้สักการะอีกด้วย

ที่วัดบางแวก เขตภาษีเจริญ ก็มี"หลวงพ่อเสือ" ให้ไปกราบไหว้
       ลงใต้ไปที่ จ.กระบี่ กันบ้างที่ "วัดถ้ำเสือ"(เขาแก้ว) อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 9 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ บ้านถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ ชื่อวัดนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าเนื่องจากในอดีตเคยมีเสืออาศัยอยู่ และภายในถ้ำยังปรากฏหินธรรมชาติ เป็นรูปแบบของอุ้งเท้าเสือ ภายในวัดร่มครื้มด้วยแมกไม้และถ้ำเล็ก ถ้ำน้อยอยู่มากมาย ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาทิ พระตำหนักเจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูปหยกขาว ศิลปะพม่าอายุนับร้อยปี รวมไปถึงฝูงลิงป่ามากมายภายในเขตวัด
       
       แต่ถ้าอยากทำบุญกับสัตว์แบบเสือ ๆ ก็ต้องแวะไป "วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน"อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พระอาจารย์ภูสิต (จันทร์)เจ้าอาวาส ได้ใช้พื้นที่ 30 ไร่ ในอาณาเขตของวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เพื่อจะปล่อยให้เสือที่อาศัยในวัดแห่งนี้ ได้อย่างอิสระไร้กรงขัง จากเดิมที่เริ่มต้นด้วยการรับเลี้ยงลูกเสือที่มีชาวบ้านนำมาให้ เสือในวัดเป็นเสือโคร่งอินโดจีน
       
       นำมาซึ่งจุกหักเหกลายเป็นเขตอภัยทานสัตว์ใหญ่ชนิดนี้ ด้วยวัตถุประสงค์ส่งเสริมและดำเนินการอนุรักษ์และขยายพันธุ์เสืออย่างเหมาะสม เพื่อดำเนินการคืนเสือสู่ป่าธรรมชาติหรือสถานที่ที่อนุรักษ์แหล่งต่าง ๆรวมทั้งการศึกษาวิจัยและเผยแพร่ความรู้ในเรื่องเสือและการอนุรักษ์เสือ เป็นศูนย์ช่วยเหลือ บำบัดและฟื้นฟูเสือที่บาดเจ็บหรือกำพร้า ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์ป่า สัตว์ป่าและน้ำ
       
       เลือกเสริมสิริมงคลปีเสือกับสถานที่แบบเสือๆก็แลดูเข้าทีไม่น้อย

ที่มา ::  ASTV ผู้จัดการออนไลน์


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

กิน เบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง

กิน เบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง
เปิดอ่าน 11,690 ครั้ง
ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด

ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด
เปิดอ่าน 15,899 ครั้ง
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ พระราชพิธีพระศพ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ พระราชพิธีพระศพ
เปิดอ่าน 14,755 ครั้ง
ปวดท้องแบบไหน เป็นไส้ติ่งอักเสบ

ปวดท้องแบบไหน เป็นไส้ติ่งอักเสบ
เปิดอ่าน 11,532 ครั้ง
ขอบพระคุณคอลัมน์ "คลิกเฮียร์" หนังสือพิมพ์"เดลินิวส์"

ขอบพระคุณคอลัมน์ "คลิกเฮียร์" หนังสือพิมพ์"เดลินิวส์"
เปิดอ่าน 10,195 ครั้ง
ผลวิจัยชี้ใบสาบเสือแห้งห้ามเลือดได้ดีกว่าผ้าก๊อซ

ผลวิจัยชี้ใบสาบเสือแห้งห้ามเลือดได้ดีกว่าผ้าก๊อซ
เปิดอ่าน 13,050 ครั้ง
วิธีแก้เคราะห์ สะเดาะกรรมให้ร่ำรวย

วิธีแก้เคราะห์ สะเดาะกรรมให้ร่ำรวย
เปิดอ่าน 11,775 ครั้ง
10 วิธีบำบัดเด็กสมาธิสั้น

10 วิธีบำบัดเด็กสมาธิสั้น
เปิดอ่าน 16,242 ครั้ง
คาร์ล เบนซ์ เป็นผู้ให้กำเนิดรถยนตร์คันแรกของโลก

คาร์ล เบนซ์ เป็นผู้ให้กำเนิดรถยนตร์คันแรกของโลก
เปิดอ่าน 15,564 ครั้ง
11พฤษภาคม " วันพืชมงคล "

11พฤษภาคม " วันพืชมงคล "
เปิดอ่าน 8,206 ครั้ง
เปิดประตูบ้านทิศใด เจรจาความจะสำเร็จ

เปิดประตูบ้านทิศใด เจรจาความจะสำเร็จ
เปิดอ่าน 17,780 ครั้ง
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล

12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
เปิดอ่าน 8,682 ครั้ง
ของใช้สำคัญที่ควรจัดไว้ในทุกทริปการเดินทาง

ของใช้สำคัญที่ควรจัดไว้ในทุกทริปการเดินทาง
เปิดอ่าน 8,625 ครั้ง
7 เคล็ดลับผิวสว่างใส สำหรับสาวย่าง 30

7 เคล็ดลับผิวสว่างใส สำหรับสาวย่าง 30
เปิดอ่าน 14,164 ครั้ง
เหตุผลที่กำหนดให้ 25 ธันวาคม เป็นวันคริสต์มาส

เหตุผลที่กำหนดให้ 25 ธันวาคม เป็นวันคริสต์มาส
เปิดอ่าน 8,856 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

อาการแบบไหนที่เรียกว่ากำลังขาดวิตามินซี
อาการแบบไหนที่เรียกว่ากำลังขาดวิตามินซี
เปิดอ่าน 13,323 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
อย่าแตกตื่น เสียงลือ! 22 ก.ค. ตะวันดับ สึนามิ ถล่มเอเชีย?
อย่าแตกตื่น เสียงลือ! 22 ก.ค. ตะวันดับ สึนามิ ถล่มเอเชีย?
เปิดอ่าน 8,638 ☕ คลิกอ่านเลย

เวลาที่ไม่ควรแปรงฟัน
เวลาที่ไม่ควรแปรงฟัน
เปิดอ่าน 14,872 ☕ คลิกอ่านเลย

แค่กินอาหารด้วยตะเกียบ ก็ลดน้ำหนักได้ผลชะงัด !
แค่กินอาหารด้วยตะเกียบ ก็ลดน้ำหนักได้ผลชะงัด !
เปิดอ่าน 10,401 ☕ คลิกอ่านเลย

เคล็ดลับดี ๆ ที่อยากส่งต่อ
เคล็ดลับดี ๆ ที่อยากส่งต่อ
เปิดอ่าน 9,693 ☕ คลิกอ่านเลย

ไขข้อสงสัย "หมึกชอต" ทรมานสัตว์หรือไม่?
ไขข้อสงสัย "หมึกชอต" ทรมานสัตว์หรือไม่?
เปิดอ่าน 10,235 ☕ คลิกอ่านเลย

7-11 สาขาแรกอยู่ที่ไหน
7-11 สาขาแรกอยู่ที่ไหน
เปิดอ่าน 15,172 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เหมือนอย่างกับแกะ! หุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ตัวล่าสุด (มีคลิป)
เหมือนอย่างกับแกะ! หุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ตัวล่าสุด (มีคลิป)
เปิดอ่าน 18,648 ครั้ง

ดูให้รู้ - วิธีการสอนเพื่อพัฒนาสมองทั้งซีกขวาและซ้ายในญี่ปุ่น
ดูให้รู้ - วิธีการสอนเพื่อพัฒนาสมองทั้งซีกขวาและซ้ายในญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 94,799 ครั้ง

สาวไส้ความง่อยเปลี้ยระบบศึกษาไทย ใครอยู่เบื้องหลังความเหวอะหวะซ้ำซาก?
สาวไส้ความง่อยเปลี้ยระบบศึกษาไทย ใครอยู่เบื้องหลังความเหวอะหวะซ้ำซาก?
เปิดอ่าน 17,160 ครั้ง

"ปฏิรูปการศึกษา" ทางรอด "วิกฤติเศรษฐกิจไทย"
"ปฏิรูปการศึกษา" ทางรอด "วิกฤติเศรษฐกิจไทย"
เปิดอ่าน 6,351 ครั้ง

ไดร์ผมตรงอย่างมืออาชีพ
ไดร์ผมตรงอย่างมืออาชีพ
เปิดอ่าน 15,332 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ