ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) จัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่านบูรณาการท้องถิ่น

ชุดของดีที่คำตากล้าให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาอัตราพัฒนาการในการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่สอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอน 3) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่สอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอนกับวิธีการสอนแบบปกติ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการสอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอน 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการสอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอน

การวิจัยใช้แบบแผนการวิจัยเชิงทดลองแบบที่มีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง และมีกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนบ้านหนองพอกน้อย อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 จำนวน 2 ห้องเรียน ซึ่งได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ หนังสือส่งเสริมการอ่านบูรณาการท้องถิ่น ชุดของดีที่คำตากล้า จำนวน 8 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอน จำนวน 25 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการอ่านและการเขียนแบบปรนัยและแบบอัตนัย จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งเป็นแบบทดสอบคู่ขนาน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ แบบอัตนัย 3 ข้อ ฉบับที่ 1 มีค่าความยากรายข้อระหว่าง 0.46 – 0.61 ค่าอำนาจจำแนกรายข้อระหว่าง 0.36 – 0.68 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.87 ฉบับที่ 2 มีค่าความยากรายข้อระหว่าง 0.48 – 0.59 ค่าอำนาจจำแนกรายข้อระหว่าง 0.36 – 0.68 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.87 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอน แบบมาตราส่วนประมาณค่า จำนวน 1 ฉบับ ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนกรายข้อระหว่าง .271 - .797 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .836 และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อการเรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอน แบบมาตราส่วนประมาณค่า จำนวน 1 ฉบับ ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนกรายข้อระหว่าง .810 - .902 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .986

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

และการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม

ผลการวิจัย พบว่า

1. หนังสือส่งเสริมการอ่าน มีประสิทธิภาพ (E1) : (E2) เท่ากับ 86.42/83.57 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ E1 : E2 เท่ากับ 80/80

2. อัตราพัฒนาการทักษะการอ่านภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ใช้การสอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอนมีค่าเท่ากับ 5.62 หรือร้อยละ 28.10 ของคะแนนเต็ม

3. อัตราพัฒนาการทักษะการเขียนภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ใช้การสอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอนมีค่าเท่ากับ8.26 หรือร้อยละ 41.31 ของคะแนนเต็ม

4. ความสามารถการอ่านของนักเรียนที่สอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอนและวิธีการสอนแบบปกติ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนที่สอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอนสูงกว่าวิธีการสอนแบบปกติ

5. ความสามารถการเขียนของนักเรียนที่สอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอนและวิธีการสอนแบบปกติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยความสามารถด้านการเขียนของนักเรียนที่สอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอนสูงกว่าวิธีการสอนแบบปกติ

6. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต่อการสอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอน โดยรวมอยู่ในระดับมาก

7. ความพึงพอใจของผู้ปกครองชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต่อการสอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบการจัดการเรียนรู้แบบให้บ้านช่วยสอน โดยรวมอยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย นก : [23 ก.ค. 2559 เวลา 00:26 น.]
อ่าน [3722] ไอพี : 1.10.253.25
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โพสต์โดย

คุณ -

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,935 ครั้ง
3 เทคนิควิเศษ ที่จะเสกให้คุณพูดอังกฤษเก่งเหมือนเจ้าของภาษา
3 เทคนิควิเศษ ที่จะเสกให้คุณพูดอังกฤษเก่งเหมือนเจ้าของภาษา

เปิดอ่าน 15,494 ครั้ง
"ลูกชายคนกวาดขยะ" โฆษณาขยี้ใจ น้ำตาไหลอิ่มใจไม่รู้ตัว
"ลูกชายคนกวาดขยะ" โฆษณาขยี้ใจ น้ำตาไหลอิ่มใจไม่รู้ตัว

เปิดอ่าน 12,230 ครั้ง
6 วิธีแก้เครียด
6 วิธีแก้เครียด

เปิดอ่าน 128,784 ครั้ง
องค์ประกอบของระบบ
องค์ประกอบของระบบ

เปิดอ่าน 13,276 ครั้ง
เหรียญราชนิยม
เหรียญราชนิยม

เปิดอ่าน 96,091 ครั้ง
อย่างเทพ! มาดูคลิปที่ใครดูต้องอมยิ้ม เมื่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ลูกตอนเช้า
อย่างเทพ! มาดูคลิปที่ใครดูต้องอมยิ้ม เมื่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ลูกตอนเช้า

เปิดอ่าน 23,068 ครั้ง
ปลา สัตว์มงคลนำโชคลาภ
ปลา สัตว์มงคลนำโชคลาภ

เปิดอ่าน 23,178 ครั้ง
เกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติ
เกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติ

เปิดอ่าน 7,364 ครั้ง
กรมอนามัยเตือนตรุษจีนเลี่ยงควันธูปเสี่ยงมะเร็ง แนะจุดธูปเผากระดาษในที่โล่ง
กรมอนามัยเตือนตรุษจีนเลี่ยงควันธูปเสี่ยงมะเร็ง แนะจุดธูปเผากระดาษในที่โล่ง

เปิดอ่าน 35,425 ครั้ง
ชุดประจำชาติต่างๆ ในอาเซียน
ชุดประจำชาติต่างๆ ในอาเซียน

เปิดอ่าน 9,086 ครั้ง
ฮิตทะลุโลก เผยยอดผู้ใช้เฟซบุ๊คมีจำนวนกว่าครึงพันล้านคน ใหญ่เท่ากับปท.อันดับสามของโลก
ฮิตทะลุโลก เผยยอดผู้ใช้เฟซบุ๊คมีจำนวนกว่าครึงพันล้านคน ใหญ่เท่ากับปท.อันดับสามของโลก

เปิดอ่าน 11,859 ครั้ง
เคี้ยวมาก สุขภาพดี
เคี้ยวมาก สุขภาพดี

เปิดอ่าน 20,979 ครั้ง
"ปลูกมะนาวแป้นดกพิเศษบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า"
"ปลูกมะนาวแป้นดกพิเศษบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า"

เปิดอ่าน 21,032 ครั้ง
หลักสูตรการผลิตครู ควรเป็น 4 หรือ 5 ปีดี โดย : ดิเรก พรสีมา
หลักสูตรการผลิตครู ควรเป็น 4 หรือ 5 ปีดี โดย : ดิเรก พรสีมา

เปิดอ่าน 886 ครั้ง
เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเพิ่ม Multi-skill ให้ตัวเองด้วย
เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเพิ่ม Multi-skill ให้ตัวเองด้วย

เปิดอ่าน 14,402 ครั้ง
เชื้อรา และผื่นเรื่องต้องระวังเมื่อถึงหน้าร้อน
เชื้อรา และผื่นเรื่องต้องระวังเมื่อถึงหน้าร้อน
เปิดอ่าน 10,951 ครั้ง
ผลวิจัยใหม่ระบุ "ความสุข" ไม่ทำให้อายุยืน
ผลวิจัยใหม่ระบุ "ความสุข" ไม่ทำให้อายุยืน
เปิดอ่าน 55,795 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น
เปิดอ่าน 13,267 ครั้ง
"อัญชัน"..ผมงามและช่วยในการมองเห็น - ดินดีสม เป็นนาสวน
"อัญชัน"..ผมงามและช่วยในการมองเห็น - ดินดีสม เป็นนาสวน
เปิดอ่าน 26,404 ครั้ง
เคล็ดลับสำหรับบ้านไม้ ทำอย่างไรให้ไร้ปลวก
เคล็ดลับสำหรับบ้านไม้ ทำอย่างไรให้ไร้ปลวก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ