ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด 6 ใบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนเทศบาล 1 วัดแก่นเหล็ก (รัตนกะลัสอนุสรณ์)

ผู้จัดทำ : นางบุญนำ ทองเหลือ

หน่วยงาน : โรงเรียนเทศบาล 1 วัดแก่นเหล็ก (รัตนกะลัสอนุสรณ์) สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองเพชรบุรี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

ปีการศึกษา : 2558

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด 6 ใบของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด 6 ใบของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล 1 วัดแก่นเหล็ก (รัตนกะลัสอนุสรณ์) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสารแบบประเมิน แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระเศรษฐศาสตร์ แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแบบสอบถามความพึงพอใจการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย () ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่า t-test

ผลการวิจัยพบว่า

1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด 6 ใบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า บีไอซีเอไอดี(BICAID Model) มีองค์ประกอบของรูปแบบ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. หลักการ การจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนได้รับความรู้ และคิดวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 2. วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน โดยผ่านการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น 3. กระบวนการเรียนการสอน ซึ่งมี 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 Basic Skill : B การพัฒนาทักษะพื้นฐานการคิดวิเคราะห์ ขั้นที่ 2 Informing : I การศึกษาความรู้จากบทเรียน ขั้นที่ 3 Critical Thinking : C การคิดวิเคราะห์วิจารณ์ ขั้นที่ 4

Awareness : A การตระหนักในเรื่องที่เรียนรู้ ขั้นที่ 5 Intention to Act : I การตั้งใจที่จะปฏิบัติ ขั้นที่ 6 Decision Making : D การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และ 4. เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ ได้แก่ ระบบสังคม (Social System) การเรียนรู้ตามรูปแบบต้องมีระบบสังคมแห่งการเรียนรู้ ดังนี้ 1) นักเรียนต้องเป็นผู้รับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง และการเรียนรู้ของกลุ่ม 2) นักเรียนต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน กล้าพูด กล้าเสนอความคิด กล้าที่จะซักถา 3) นักเรียนต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนอย่างต่อเนื่องกล้าที่จะเสนอความคิด และกล้าที่จะซักถาม 4) นักเรียนต้องมีทักษะการตั้งคำถามตามทฤษฎีหมวกความคิดหกใบและกล้าที่จะตั้งคำถามเพื่อค้นหาคำตอบในสิ่งที่อยากรู้ ระบบสนับสนุน (Support System) การจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบผู้สอนจะต้องจัดระบบสนับสนุนดังนี้ 1) ผู้สอนเป็นผู้จัดบรรยากาศการเรียนรู้ทั้งด้านกายภาพและจิตภาพในเชิงบวก 2)ผู้สอนจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์การเรียนรู้ให้เพียงพอกับความต้องการของนักเรียน 3) ผู้สอนจัดบรรยากาศการเรียนให้อบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นกันเอง และมีจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

4) ผู้สอนต้องกระตุ้นให้นักเรียนกล้าที่จะตั้งคำถามในการคิดวิเคราะห์ตามลักษณะการคิดตามสีของหมวก 5) ผู้สอนนำเสนอสาระการเรียนรู้หรือจัดหาสถานการณ์ซึ่งมีประเด็นและมุมมองหลากหลายและเหมาะสมกับวัยของนักเรียนเพียงพอกับการศึกษาค้นคว้า คิดวิเคราะห์และตัดสินใจ

หลักการตอบสนอง การจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบต้องคำนึงถึงการตอบสนองต่อนักเรียนในระหว่างการเรียนรู้ตามรูปแบบดังต่อไปนี้ 1) ผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเรียนรู้ 2) ผู้สอนสนทนาซักถามเพื่อกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใช้คำถาม กระตุ้นการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิดหกใบ 3) ผู้สอนดูแล และติดตามให้นักเรียนเรียนรู้แบบร่วมมือกันเพื่อให้เกิดภาวะการร่วมคิดทั้งในกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่

2) ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด 6 ใบของนักเรียน พบว่า ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด 6 ใบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระเศรษฐศาสตร์ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 โดยหลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอน นักเรียนมีทักษะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระเศรษฐศาสตร์สูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด 6 ใบหลังการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนในระดับสูง มีพฤติกรรมการทำงานกลุ่มหลังการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ ในระดับดีมาก และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีหมวกความคิด 6 ใบอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย ครูบุญนำ : [4 ส.ค. 2560 เวลา 07:33 น.]
อ่าน [103279] ไอพี : 125.26.43.148
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 70,755 ครั้ง
รูปแบบการรายงานผลการวิจัยแบบเป็นทางการ
รูปแบบการรายงานผลการวิจัยแบบเป็นทางการ

เปิดอ่าน 15,091 ครั้ง
เหรียญศานติมาลา
เหรียญศานติมาลา

เปิดอ่าน 16,262 ครั้ง
วิธีการชมฝนดาวตกเจมินิดส์
วิธีการชมฝนดาวตกเจมินิดส์

เปิดอ่าน 22,172 ครั้ง
4 วิธีแก้เมาแบบฉับพลัน ด้วยตัวเอง
4 วิธีแก้เมาแบบฉับพลัน ด้วยตัวเอง

เปิดอ่าน 10,008 ครั้ง
วิธีถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์
วิธีถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 19,429 ครั้ง
อาหารบำรุงผม
อาหารบำรุงผม

เปิดอ่าน 12,076 ครั้ง
ความสุขกันมะเร็งได้ ผู้มีความสุขในชีวิตหนีโรคร้ายได้ 1 ใน 4
ความสุขกันมะเร็งได้ ผู้มีความสุขในชีวิตหนีโรคร้ายได้ 1 ใน 4

เปิดอ่าน 9,949 ครั้ง
ตำนานสงกรานต์
ตำนานสงกรานต์

เปิดอ่าน 160,926 ครั้ง
เนื้อเพลง อิ่มอุ่น
เนื้อเพลง อิ่มอุ่น

เปิดอ่าน 11,448 ครั้ง
คณิตศาสตร์ชุมชน : โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน, ชุติมา ชุมพงศ์
คณิตศาสตร์ชุมชน : โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน, ชุติมา ชุมพงศ์

เปิดอ่าน 10,006 ครั้ง
คนชอบนอนกลางวันสมองบรรเจิดจินตนาการ
คนชอบนอนกลางวันสมองบรรเจิดจินตนาการ

เปิดอ่าน 13,032 ครั้ง
เผยแพร่แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา SAR (ไฟล์ Word)
เผยแพร่แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา SAR (ไฟล์ Word)

เปิดอ่าน 98,840 ครั้ง
10 คำถามสัมภาษณ์ที่คุณควรตอบอย่างมีสติ ถ้าอยากจะเข้าเรียนคณะที่ใฝ่ฝัน
10 คำถามสัมภาษณ์ที่คุณควรตอบอย่างมีสติ ถ้าอยากจะเข้าเรียนคณะที่ใฝ่ฝัน

เปิดอ่าน 32,460 ครั้ง
การประเมินผลการเรียนโดยการสัมภาษณ์
การประเมินผลการเรียนโดยการสัมภาษณ์

เปิดอ่าน 10,896 ครั้ง
Scribble นวัตกรรมปากกา 16 ล้านสีในแท่งเดียว
Scribble นวัตกรรมปากกา 16 ล้านสีในแท่งเดียว

เปิดอ่าน 15,803 ครั้ง
5 นิสัยของคนประสบความสำเร็จ
5 นิสัยของคนประสบความสำเร็จ
เปิดอ่าน 10,538 ครั้ง
อายุขัยชายเกือบไล่ทันหญิง เพราะปรับเปลี่ยนนิสัยการกินอยู่เสียใหม่
อายุขัยชายเกือบไล่ทันหญิง เพราะปรับเปลี่ยนนิสัยการกินอยู่เสียใหม่
เปิดอ่าน 15,028 ครั้ง
เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน
เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน
เปิดอ่าน 23,151 ครั้ง
อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซ้ำร้าย "อ่านน้อย" จับประเด็นไม่ได้ วิกฤตใหญ่ที่ไทยต้องแก้
อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซ้ำร้าย "อ่านน้อย" จับประเด็นไม่ได้ วิกฤตใหญ่ที่ไทยต้องแก้
เปิดอ่าน 14,533 ครั้ง
การนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน
การนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ