ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปรับการเรียนแนวใหม่สู้ "โอเน็ต" ให้ได้ผล

ปรับการเรียนแนวใหม่สู้ "โอเน็ต" ให้ได้ผล

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 7,621 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ปรับการเรียนแนวใหม่สู้ "โอเน็ต" ให้ได้ผล

Advertisement

โดย...มูลนิธิสยามกัมมาจล

 

 

จากการประกาศผลการสอบการทดสอบทางการศึกษาในระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต 9 วิชาสามัญ ที่จัดขึ้นโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เมื่อวันที่ 6-7 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่า ในแต่ละวิชานักเรียนสอบได้คะแนนต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 20-30 คะแนน

อย่างไรก็ตาม มีเพียงวิชาภาษาไทยที่ได้คะแนนเกินครึ่งเพียงวิชาเดียว โดยได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 56.65 คะแนน จึงเป็นหัวที่มีข้อถกเถียงและยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ไม่ตก

ฟากหนึ่งสะท้อนภาพการออกข้อสอบที่อาจไม่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา อีกฟากหนึ่งสะท้อนภาพการวิเคราะห์ไปถึงตัวหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอน

ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันหาทางออกว่า การออกข้อสอบนี้ควรมีการวัดผลกี่แบบ และกระบวนการวัดผลที่ทำอยู่ขณะนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ ในระหว่างที่ยังไม่มีคำตอบสุดท้าย

มูลนิธิสยามกัมมาจล มีข้อเสนอแนะจาก 2 โรงเรียนตัวอย่าง ได้แก่ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา และโรงเรียนอนุบาลสตูล จากโครงการภาคีพูนพลังครู ที่ได้จัดการเรียนการสอนแนวใหม่ ส่งผลให้เด็กนักเรียนสอบโอเน็ตได้ตามมาตรฐานที่วางไว้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับโรงเรียนอื่นๆ

กรณีโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ จัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้ PBL (Problem Based Learning) เป็นหน่วยการเรียนแบบบูรณาการที่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ เกิดทักษะอันหลากหลายที่จำเป็นสำหรับศตวรรษใหม่ (21st Century Skills)

ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และการเรียนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ทักษะการสังเคราะห์ข้อมูลและการจัดการความรู้ ทักษะชีวิต (ทำกินเป็น อยู่ได้ ใช้เป็น) อาทิ ทักษะ ICT การทำงานร่วมกัน การจัดการความขัดแย้ง การสื่อสาร การคิดหลายระดับ การสร้างปัจจัยการดำเนินชีวิต การดูแลสุขภาพ การแสวงหาข้อมูล

นอกจากนี้ รวมถึงการปรับตัว การออกแบบวิถีชีวิต อุปนิสัย การชี้นำตนเอง จิตสำนึกต่อคนอื่น วัฒนธรรมอื่นและต่อโลก และนำจิตศึกษา ซึ่งเป็นรูปแบบนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 เพื่อให้เป็นแนวคิดและกระบวนการพัฒนาทั้งครูและเด็กให้เกิดการเรียนรู้และงอกงามด้านในความฉลาดทางด้านจิตวิญญาณ SQ และความฉลาดทางด้านอารมณ์ EQ อีกด้วย

ครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง จากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา แสดงความคิดเห็นต่อการสอบโอเน็ต และให้ข้อเสนอแนะการเรียนการสอนว่า ความต้องการของครูที่ต้องการ “เน้นเนื้อหา” และคิดว่าสามารถตอบโจทย์การทำข้อสอบโอเน็ตได้ ทำให้ครูต้องใช้ “วิธีติว” ให้เด็กจำเนื้อหาซึ่งไม่สามารถทำให้เด็กทำข้อสอบได้จริง

แต่ถ้าหากโรงเรียนอยากให้นักเรียนของตัวเองทำคะแนนโอเน็ตได้สูงขึ้น ก็ต้องเริ่มที่กระบวนการเรียนการสอนที่ฝึกฝนเด็ก ซึ่งทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาได้จัดกระบวนการเรียนการสอนแบบนี้ทุกๆ วัน คือ การฝึกกระบวนการคิด การแก้ปัญหา ฝึกกระบวนการ Reflection (การสะท้อนกลับ) เด็กที่โรงเรียนก็จะคิดเอง ใคร่ครวญเอง และรู้จักวิธีการแก้ปัญหาได้เอง ผลที่เกิดขึ้นทำให้เด็กนักเรียนของเรามีผลคะแนนอยู่ในระดับสูงมากทุกๆ ปี

เช่นเดียวกับที่โรงเรียนอนุบาลสตูล จ.สตูล ซึ่งเป็นโรงเรียน 1 ในจำนวน 500 แห่ง ที่ได้รับคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี 2553 ในฐานะโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย สุทธิ สายสุนีย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า โรงเรียนอนุบาลสตูลได้ปรับโครงสร้างเวลาเรียน โดยการเพิ่มเวลาเรียน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์ สำหรับเรียนรู้แบบโครงงาน การเขียนความเรียงขั้นสูง การเรียนไปสู่ความเป็นพลโลก ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ถือว่าสอดรับกับการเรียนรู้โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (Research Based Learning) ทำให้เห็นพัฒนาการของเด็กอย่างเห็นได้ชัด กระบวนการเหล่านี้ถ้าทำให้เด็กได้รู้จักตัวตน ได้เครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ เด็กจะไปแสวงหาความรู้อะไรก็ได้

ผลการปรับโครงสร้างการเรียนการสอนดังกล่าว ทำให้ผลคะแนนโอเน็ตดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในแต่ละปีมีเด็กนักเรียนที่ได้คะแนนเต็มร้อยจำนวนหลายคน และในจำนวนนี้มีนักเรียนที่สอบได้ที่ 1 ของประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะเด็กเรียนวิทยาศาสตร์มีสถิติที่เพิ่มขึ้นทุกปี เป็นผลจากที่เด็กต้องนำเสนองาน ทำรายงาน และเก็บเกี่ยวความรู้ด้วยตัวเอง

โรงเรียนอนุบาลสตูล เชื่อว่ารูปแบบการเรียนการสอนในลักษณะนี้จะตกผลึกในตัวเด็ก ถ้าทำซ้ำแล้วซ้ำอีกไปทุกๆ ปี

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของโรงเรียนที่ปรับการเรียนการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไปให้เท่าทันสถานการณ์โลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งถือเป็นการใช้วิธีการรับมือที่แยบยล และท้ายที่สุดผลประโยชน์สูงสุดกลับคืนสู่ลูกศิษย์นั่นเอง

 

ที่มา โพสต์ทูเดย์ วันที่ 16 มีนาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปรับการเรียนแนวใหม่สู้ "โอเน็ต" ให้ได้ผล , , ปรับการเรียนแนวใหม่สู้ , , โอเน็ต , , ให้ได้ผล << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย☕ คลิกอ่านเลย
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 5,357 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?☕ คลิกอ่านเลย
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?
เปิดอ่าน 3,837 ครั้ง
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย☕ คลิกอ่านเลย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
เปิดอ่าน 7,150 ครั้ง
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร☕ คลิกอ่านเลย
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร
เปิดอ่าน 11,192 ครั้ง
การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้หัวใจครู☕ คลิกอ่านเลย
การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้หัวใจครู
เปิดอ่าน 10,252 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษรายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ
เปิดอ่าน 11,751 ครั้ง
ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามากยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก
เปิดอ่าน 4,213 ครั้ง
‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
เปิดอ่าน 10,573 ครั้ง
ทานโจ๊กตอนเช้ามีประโยชน์อย่างไรทานโจ๊กตอนเช้ามีประโยชน์อย่างไร
เปิดอ่าน 24,492 ครั้ง
สดชื่นยามเช้าสำหรับคนนอนดึก สดชื่นยามเช้าสำหรับคนนอนดึก
เปิดอ่าน 10,846 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ