ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการพัฒนาการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทาน หรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เพื

ชื่อเรื่อง : รายงานผลการพัฒนาการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทาน

หรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เพื่อเพิ่มทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำตาม

มาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้น

ประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านป่าหมากวิทยา อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัด

แม่ฮ่องสอน

ชื่อผู้ศึกษา : นางสาวฟ้าหงษ์ ธรรมขันธ์

หน่วยงานที่สังกัด : โรงเรียนบ้านป่าหมากวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

แม่ฮ่องสอน เขต ๒

ปีที่ศึกษา : ๒๕๕๙

บทคัดย่อ

รายงานผลการพัฒนาการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เพื่อเพิ่มทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำตามมาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านป่าหมากวิทยา อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ หาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก รวมทั้งเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก ระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก ประชากรในการศึกษาครั้งนี้คือ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ โรงเรียนบ้านป่าหมากวิทยา จำนวนนักเรียน ๓ คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย ๑) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๒๔ แผน ๒) หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๘ ชุด ๓) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบอิงเกณฑ์ แบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จำนวน ๓๐ ข้อ มีค่าความยากง่าย (p) ๐.๔๐ -๐.๗๕ และมีค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ ๐.๔๐ - ๐.๗๐ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ เท่ากับ ๐.๙๕ และ ๔) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ๕ ระดับ จำนวน ๑๐ ข้อ ค่าอำนาจจำแนก (rxy) ตั้งแต่ ๐.๕๘ ถึง ๐.๘๘ ค่าความเชื่อมั่น (Cronbach) เท่ากับ ๐.๙๑ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม E๑ และ E๒ หาค่าคะแนนที่เพิ่มขึ้นด้วยค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I) เปรียบเทียบผลต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนแต่ละคนด้วยค่าเฉลี่ย ( ) และร้อยละ การวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนโดยใช้ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( )

ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้

๑. หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เพื่อเพิ่มทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำตามมาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีประสิทธิภาพ เท่ากับ ๘๙.๑๖/๘๘.๓๓

๒. ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เพื่อเพิ่มทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำตามมาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่พัฒนาขึ้น มีค่าเท่ากับ ๐.๕๖๕๒ แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียน เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ ๕๖.๕๒

๓. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ สูงกว่าก่อนการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เพื่อเพิ่มทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำตามมาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๕.๑๓

๔. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความพึงพอใจต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เพื่อเพิ่มทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำตามมาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = ๔.๖๐)

จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด : นิทานหรรษา เสริมปัญญา พาสนุก เพื่อเพิ่มทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำตามมาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ส่งผลให้หนังสือส่งเสริมการอ่านประเภทนิทาน ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุดและสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง

โพสต์โดย หงษ์ : [18 ส.ค. 2560 เวลา 22:02 น.]
อ่าน [104080] ไอพี : 118.172.116.68
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 31,895 ครั้ง
การนำ e - Learning ไปใช้ประกอบกับการเรียนการสอน
การนำ e - Learning ไปใช้ประกอบกับการเรียนการสอน

เปิดอ่าน 21,883 ครั้ง
ร่าง พรฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ....
ร่าง พรฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ....

เปิดอ่าน 13,715 ครั้ง
การศึกษา...จากแนวราบ กลับสู่แนวดิ่ง
การศึกษา...จากแนวราบ กลับสู่แนวดิ่ง

เปิดอ่าน 31,813 ครั้ง
สอนให้เก่งพีชคณิต ต้องออกท่าออกทาง
สอนให้เก่งพีชคณิต ต้องออกท่าออกทาง

เปิดอ่าน 9,973 ครั้ง
โรคสมองเสื่อมกับมะเร็งกลายเป็นคู่กัดกันเองต่างปราบกันและกัน
โรคสมองเสื่อมกับมะเร็งกลายเป็นคู่กัดกันเองต่างปราบกันและกัน

เปิดอ่าน 28,188 ครั้ง
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล

เปิดอ่าน 19,696 ครั้ง
10 วิธีบำบัดเด็กสมาธิสั้น
10 วิธีบำบัดเด็กสมาธิสั้น

เปิดอ่าน 16,590 ครั้ง
ว่ากันว่าดนตรี ไม่มีกำแพงด้านภาษา คลิปนี้ใช่เลย ฟังไม่ออก แต่ดูเด็ก 3 คนนี้ร้องแล้วได้ฟิลลิ่งมาก
ว่ากันว่าดนตรี ไม่มีกำแพงด้านภาษา คลิปนี้ใช่เลย ฟังไม่ออก แต่ดูเด็ก 3 คนนี้ร้องแล้วได้ฟิลลิ่งมาก

เปิดอ่าน 34,237 ครั้ง
ประโยชน์ของ e-Learning
ประโยชน์ของ e-Learning

เปิดอ่าน 85,451 ครั้ง
รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่ได้ผล
รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่ได้ผล

เปิดอ่าน 19,654 ครั้ง
ตอบทุกข้อสงสัยชาวโซเซียล ปรับตัวอย่างไร..ในกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่
ตอบทุกข้อสงสัยชาวโซเซียล ปรับตัวอย่างไร..ในกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่

เปิดอ่าน 2,752 ครั้ง
การอาบน้ำเกิน 10 นาที สามารถทำลายเกราะป้องกันผิวหนังได้
การอาบน้ำเกิน 10 นาที สามารถทำลายเกราะป้องกันผิวหนังได้

เปิดอ่าน 72,553 ครั้ง
เครื่องแบบข้าราชการ
เครื่องแบบข้าราชการ

เปิดอ่าน 23,038 ครั้ง
คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่ชอบจอดรถใต้ต้นไม้ เพื่อไม่ให้รถร้อน ลองอ่านบทความนี้ดู !!
คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่ชอบจอดรถใต้ต้นไม้ เพื่อไม่ให้รถร้อน ลองอ่านบทความนี้ดู !!

เปิดอ่าน 10,534 ครั้ง
ฮิตทะลุโลก เผยยอดผู้ใช้เฟซบุ๊คมีจำนวนกว่าครึงพันล้านคน ใหญ่เท่ากับปท.อันดับสามของโลก
ฮิตทะลุโลก เผยยอดผู้ใช้เฟซบุ๊คมีจำนวนกว่าครึงพันล้านคน ใหญ่เท่ากับปท.อันดับสามของโลก

เปิดอ่าน 1,126 ครั้ง
บริการรับทำเว็บไซต์ติดหน้าแรก Google ดีต่อธุรกิจอย่างไร
บริการรับทำเว็บไซต์ติดหน้าแรก Google ดีต่อธุรกิจอย่างไร
เปิดอ่าน 18,462 ครั้ง
หลัก4อ. ป้องกันตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
หลัก4อ. ป้องกันตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เปิดอ่าน 17,124 ครั้ง
Flash Drive ปัญหาไวรัสเรื่องใหญ่
Flash Drive ปัญหาไวรัสเรื่องใหญ่
เปิดอ่าน 29,673 ครั้ง
เทคโนโลยีมัลติมีเดีย
เทคโนโลยีมัลติมีเดีย
เปิดอ่าน 25,823 ครั้ง
ทำไมเบอร์โทรศัพท์เลข 2 ถึงอ่านว่า "โท"
ทำไมเบอร์โทรศัพท์เลข 2 ถึงอ่านว่า "โท"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ