ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์

เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ก.ย. 2560 เปิดอ่าน : 4,873 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์

Advertisement

เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2560 เมื่อ พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัตร ผู้ช่วยโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี นำข้อความจากการประชุม ครม. ออกมาเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้นำนิทานเรื่อง มดน้อย มาเล่าให้ที่ประชุม ครม.ฟัง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลทุกคนได้กลับไปทบทวนปรับใช้ในการทำงานในกระทรวงของตนเอง นิทานที่นายกฯนำมาเล่านี้หนังสือพิมพ์มติชนและอีกหลายฉบับได้นำออกเผยแพร่แล้ว แต่อยากนำเสนอเป็นแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษาและต้องยกเครดิตให้แก่ท่านนายกรัฐมนตรีลุงตู่ ที่เอานิทานมาเป็นบทเรียน

ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการกำลัง “ปิ๊งไอเดีย” รื้อโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ทุกวันนี้ ช่างละม้ายคล้ายกับนิทานเรื่องนี้อย่างแท้จริง ปัญหายิ่งใหญ่ที่ยังแก้ไขไม่ตกของกระทรวงศึกษาธิการคือ การปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลผลิตสอดคล้องกับบริบทของสังคมในยุคดิจิทัล ให้สามารถผลิตทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในยุคคน Millenniam หรือคน Jen Y ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันนี้ดูแล้วคุณภาพของผลผลิตยังห่างไกลไปจากเป้าหมาย ไปไม่ทันยุคทันสมัย ตกยุคไปแล้ว ทั้งๆ ที่กลไกทุกส่วนขององค์กรทำงานอย่างเต็มกำลัง แต่ไม่เกิดผลผลิตตามที่ต้องการ ดูแล้วเหมือนคนโง่ขยัน เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศชาติ

กระทรวงศึกษาธิการคือหน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อผลผลิต โดยมีโรงเรียน คือสถาบันการศึกษาคือครูบาอาจารย์ทั่วประเทศเป็นเครื่องมือ มีหน้าที่สร้างเยาวชนคนรุนใหม่ให้มีคุณภาพ กระทรวงศึกษาธิการก็เปรียบเสมือนสิงโต มีหน้าที่เป็นหัวหน้างาน ส่วนโรงเรียนและครูก็คือมดน้อย ที่จะต้องทำงานให้เกิดผลผลิตอย่างสนุกสนาน ส่วนเจ้าหน้าที่ในสำนักงานต่างๆ ที่อยู่ในตำแหน่งที่เหนือโรงเรียนขึ้นไปก็มีหน้าที่ติดตามควบคุมตรวจสอบกำกับการทำงานของโรงเรียน แต่ไม่ได้สร้างผลผลิตได้เอง ในนิทานก็คือ แมลงสาบ ควาย เห็บหมา หอยทาก ตัวเงินตัวทอง (ตัวเหี้ย)

โจทย์คำถามที่ควรจะเป็นโจทย์ของประเทศหรือของสังคมคือ ทำไมโรงเรียน (โรงงานอุตสาหกรรมสร้างคุณภาพมนุษย์) ในประเทศนี้ จึงผลิตสินค้าไม่มีคุณภาพออกมาสู่ตลาดได้ตลอดเวลา ทำไมไม่ปล่อยให้มดน้อยได้ทำงานได้อย่างสนุกสนานเหมือนเดิม เพื่อให้สามารถเพิ่มคุณภาพของผลผลิตได้ด้วยตัวของเขาเอง ไอเดียที่รัฐบาลหรือเจ้ากระทรวง “ปิ๊ง” ออกมาแต่ละครั้ง มันกลายเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับมดน้อย ทำให้ครูต้องห่างจากนักเรียนออกไกลไปเรื่อยๆ

น่าคิดนะครับ

ถ้ารัฐบาลกล้า “ปิ๊งไอเดีย” ตัดนายบางตำแหน่งออกไปแล้วทำให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล ปล่อยให้โรงเรียนมีส่วนในการตัดสินใจเองแก้ปัญหาได้เอง หรือให้สามารถควบคุมดูแลกันเองโดยตรง จะไม่ดีกว่าหรือครับ ปัจจุบันนี้ นายบางตำแหน่งมีแต่หน้าที่แต่ไม่มีอำนาจ บางตำแหน่งมีอำนาจแต่ไม่มีหน้าที่ เช่น ศึกษาธิการจังหวัดเกิดขึ้นมามีอำนาจบริหารงานบุคคล แต่เข้าไปดูแลได้ไม่ถึงโรงเรียน เพราะมีสำนักงานเขตพื้นที่ดูแลอยู่ ส่วนสำนักงานเขตพื้นที่มีหน้าที่ดูแลโรงเรียน แต่ไม่มีอำนาจจะบังคับบัญชา หรือไม่มีอำนาจ “บังคับ” และไม่มีอำนาจ “บัญชา” ไม่สามารถ “ให้คุณ ให้โทษ” ได้แล้วจะเดินเข้าไปในโรงเรียนได้อย่างไร ส่วนครูและโรงเรียนที่เป็นมดน้อยก็ขาดแรงบันดาลใจ ไร้แรงขับเคลื่อน เพราะยังสับสนกับ โครงสร้างใหม่นี้อยู่
แรงขับแรงบันดาลใจในการทำงานมักจะเกิดขึ้นจากแรงขับภายในของแต่ละบุคคลแต่ละองค์กร แต่จะให้เกิดขึ้นจากอิทธิพลภายนอกนั้นจะเกิดได้ยาก ปัจจัยที่จะผลักดันให้แรงบันดาลใจเกิดขึ้นจากภายในจะเป็นแรงปรารถนาของพวกเขาเอง งานจึงจะเดินต่อได้ต่อเนื่อง ประณีต ละเอียด มีคุณภาพ ส่วนปัจจัยจากภายนอก ถ้าหยุดกระตุ้นหยุดแรงส่งงานก็จะหยุดลงทันทีเหมือนเราลากเข็นรถ ถ้าเราหยุดลากเข็นรถ รถมันก็จะหยุดเคลื่อนที่ แต่แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นภายในนั้นจะเปรียบเสมือนพลังที่เกิดขึ้นในตัวเอง เหมือนเราปล่อยนกให้บินไปในท้องฟ้า พอเราโยนมันขึ้นไปในอากาศแล้วนกมันก็จะสามารถบินต่อไปได้ด้วยตัวของมันเอง

ขอยกเอานิทานเรื่อง มดน้อย ของนายกฯลุงตู่ กลับมาเล่าสู่ท่านที่ยังไม่ได้ฟังหรือฟังแล้วได้ฟังอีกครั้งดังนี้ครับ …

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วยังมีมดน้อย (มดงานตัวน้อย) มาทำงานแต่เช้าทุกวัน เมื่อมาถึงหน้างานก็ลงมือทำงานทันทีโดยไม่รอช้า มดน้อยสร้างผลงานได้มากมายและก็มีความสุขกับการทำงานมาก สิงโตซึ่งเป็นหัวหน้างานก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมมดน้อยจึงทำงานได้ผลงานที่มีคุณภาพอย่างมากมายโดยไม่ต้องมีหัวหน้ามาควบคุมการทำงานได้เช่นนี้ และคิดต่อไปว่าถ้ามดน้อยมีหัวหน้างานมากำกับดูแลงานจะทำให้ผลงานมีคุณภาพยอดเยี่ยมขนาดไหน

แล้ววันหนึ่งสิงโตก็เกิด “ปิ๊งไอเดีย” ขึ้นมา “คิดใหม่ทำใหม่” โดยอาศัยสมมุติฐานที่ว่า ขนาดมดน้อยไม่มีหัวหน้ามาดูแลยังทำงานได้ขนาดนี้ ถ้ามดน้อยมีหัวหน้าขึ้นมาควบคุมดูแลให้คำปรึกษา มดน้อยต้องทำงานได้อย่างมากมายโดยไม่ต้องสงสัย คิดได้แล้วลงมือทำเลย สิงโตจึงไปจ้างแมลงสาบมาเป็นหัวหน้างานของมดน้อย แมลงสาบเป็นหัวหน้างานที่มีความสามารถในด้านการเขียนรายงานอย่างยอดเยี่ยมมาก เมื่อมาถึง แมลงสาบจึงเริ่มต้นปรับปรุงการทำงานใหม่ด้วยการติดตั้งระบบการลงเวลาทำงานของมดน้อย ติดตั้งเครื่องตอกบัตร มดน้อยจะไปไหนมาไหน จะลา มาสาย หรือไปธุระส่วนตัว ไปกินอาหารกลางวัน จะต้องทำบันทึกขออนุญาต งานเริ่มเพิ่มความสลับซับซ้อนยุ่งยากมากขึ้น แมลงสาบจึงต้องการผู้ช่วย เพื่อให้มาช่วยพิมพ์งาน ชงกาแฟ เดินเอกสาร ส่งจดหมาย และคอยควบคุม (จับผิด) การทำงานมดน้อย

เมื่อมีการเขียนรายงานเพิ่มมากขึ้น แมลงสาบจึงไปขอสิงโตให้จ้างควายมาเป็นเลขาฯส่วนตัว สิงโตปลื้มกับการทำรายงานของแมลงสาบมาก ที่ได้รายงานถึงแนวโน้มต่างๆ ขององค์กรไปให้พิจารณา จนทำให้แมลงสาบได้หน้า

เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน แมลงสาบจึงขอซื้อคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อนำมาบันทึกข้อมูลทำรายงานให้สิงโต แน่นอนต้องมีแผนกไอทีตามมา แมลงสาบจึงขอจ้างตัวเห็บหมามาเป็น IT Manager ตัวเห็บหมาเองก็ต้องจ้างลูกมือและจัดซื้ออุปกรณ์ซ่อมบำรุงมาพร้อม

หลังจากนั้นมามดน้อยเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้กับการทำงานในระบบใหม่ที่มัวแต่ทำรายงานเอกสารมากมาย และมัวแต่ทำรายงานการประชุม เสียเวลาไปโดยผลงานไม่เกิด

แมลงสาบสังเกตเห็นมดน้อยทำงานช้ากว่าเดิม เพราะต้องทั้งประชุมและเขียนรายงาน จึงได้ขอสิงโตให้ช่วยจัดหาหัวหน้าแผนกมาคอยดูแลและจดรายงาน สิงโตจึงไปจ้างเอาตัวทากมาเป็นหัวหน้าแผนกงานของมดน้อย ตัวทากทำงานเชื่องช้ามาก แต่ดูเหมือนว่าทำงานละเอียด แต่ความจริงแล้วคือทำงานช้าๆๆ มากๆๆ ตัวทากออกกฎใหม่ ห้ามมดงานพูดคุยหัวเราะกันในขณะที่ทำงาน ให้มุ่งทำงานอย่างเดียว

จากนั้นมามดน้อยก็ทำงานไร้เสียงหัวเราะ ไร้แรงบันดาลใจ ไร้ทัศนคติ รู้สึกเบื่อหน่าย ทั้งต้องรายงาน ทั้งต้องประชุมทุกวัน แผนกของมดน้อยจึงทำงานได้น้อยลง ตัวทากเห็นปัญหาจึงได้ของบประมาณสำรวจสภาพการทำงานที่เหมาะสมจากสิงโต จึงไปจ้างตัวเหี้ย (ตัวเงินตัวทอง) มาเป็นที่ปรึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมดน้อย ตัวเหี้ยสรุปได้โดยทันทีว่า ที่แผนกของมดน้อยมีการจ้างคน (มด) มากเกินไป ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดี สินค้าไม่มีคุณภาพ สาเหตุเกิดจากปัญหาในแผนกของตัวมดน้อยนั่นเอง

ตัวทากสรุปว่า มดน้อยเป็นมดงานที่ไร้แรงจูงใจและมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการทำงาน สมควรลงโทษ มดน้อยจึงเป็นเหยื่อที่จะต้องถูกปลดออกจากงานเป็นตัวคนแรก ลาก่อนมดน้อย

กระทรวงศึกษาธิการมีความเห็นขณะนี้คือ การปฏิรูปการศึกษาจะต้องปฏิรูปที่ตัวครูก่อน แล้วท่านจึงเกิด “ปิ๊ง” ไอเดียใหม่ คือ จัดคูปองการศึกษาอบรมให้ครู ให้ครูไปแสวงหาความรู้เข้ารับการอบรมทักษะใหม่ๆ ได้เองในช่วงของการหยุดเรียน เสาร์-อาทิตย์ หรือปิดภาคเรียน ไม่ให้เขตพื้นที่หรือกระทรวงศึกษาธิการจัดอบรมครูอีก บัดนี้ได้เกิดหลักสูตรการจัดอบรมครูในสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ หลักสูตรได้รับการอนุมัติแล้วกว่า 4,000 หลักสูตร มีข่าวว่ามีบางหลักสูตรมีเงินทอนด้วย จริงไม่จริงยังไม่ทราบ ผลการฝึกอบรมตามคูปองต้องรอดูผลในปีหน้า

วิธีปฏิรูปการทำงานดูแล้วก็คล้ายๆ กับในนิทานเรื่องมดน้อย คิดใหม่ทำใหม่ โดยเอาปัญหาจากหน้างานมาคิดการมาวางแผน คงจะต้องแก้ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าจะหาคนผิดพบ

ครับ.. การสร้างบ้านคงไม่ต้องหวังพึ่งนายช่างก่อสร้างบ้านเพียงอย่างเดียวนะครับ เจ้าของบ้านต้องมีเป้าหมายก่อนว่าจะสร้างบ้านแบบไหน แบบบ้านชาวเขา แบบบ้านญี่ปุ่น แบบบ้านจีน แบบบ้านสเปน หรือแบบบ้านฝรั่ง หรือแบบบ้านที่ล้ำหน้าอนาคต เมื่อหาได้ได้แบบที่เหมาะสมแล้วจึงจะคิดหาช่างก่อสร้างที่มีความชำนาญตามแบบบ้านมาลงมือก่อสร้าง (ปกติช่างก่อสร้างก็มีอยู่ในสังคมอยู่แล้ว) ได้แบบบ้าน ได้ช่างก่อสร้างแล้ว จึงไปหาคนมาคอยควบคุมงานก่อสร้าง มาตรวจสอบกำกับและประเมินผลการทำงาน

แบบบ้านก็เปรียบได้กับหลักสูตรการศึกษา นายช่างก่อสร้างก็เปรียบได้กับครูอาจารย์ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ควบคุมงานก็คือ กระทรวงศึกษาธิการหรือเขตพื้นที่การศึกษาหรือศึกษาธิการจังหวัด ส่วนจะออกแบบวางแผนการควบคุมอย่างไรก็ต้องดูว่าจะใช้ผู้ควบคุมกี่คน จะตรวจสอบติดตามการทำงานก่อสร้างอย่างไรจึงจะอำนวยความสะดวกให้ช่างก่อสร้าง จะใช้สัดส่วนคนควบคุมงานต่อนายช่างเป็นสัดส่วนเท่าใด กี่คนจึงจะควบคุมถึง หรือจะได้ไม่เป็นอุปสรรคหรือเป็นการเพิ่มภาระให้กับช่าง

ครับอ่านแล้วฟังแล้ว อย่าให้นิทานของท่าน นายกฯลุงตู่ ต้องเสียของ

เพชร เหมือนพันธุ์

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 27 กันยายน 2560 - 13:45 น.

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์ , , เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย , ของลุงตู่ , ต่อการปฏิรูปการศึกษา , : , โดย , เพชร , เหมือนพันธุ์ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
โรงเรียนยุคมิลเลนเนียล

โรงเรียนยุคมิลเลนเนียล
เปิดอ่าน 3,998 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์☕ คลิกอ่านเลย
จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
เปิดอ่าน 14,989 ครั้ง
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561) ☕ คลิกอ่านเลย
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
เปิดอ่าน 13,027 ครั้ง
‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง☕ คลิกอ่านเลย
‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
เปิดอ่าน 21,252 ครั้ง
การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
เปิดอ่าน 25,507 ครั้ง
การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร☕ คลิกอ่านเลย
การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร
เปิดอ่าน 22,919 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คุณครูที่กำลังมองหาวิธีเพิ่มความน่าสนใจของนักเรียนในห้องเรียน ลองใช้วิธีนี้ดูสิคุณครูที่กำลังมองหาวิธีเพิ่มความน่าสนใจของนักเรียนในห้องเรียน ลองใช้วิธีนี้ดูสิ
เปิดอ่าน 13,886 ครั้ง
สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2556-2557สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2556-2557
เปิดอ่าน 6,810 ครั้ง
1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่
เปิดอ่าน 12,118 ครั้ง
ภาษาเขียนและตัวอักษรภาษาเขียนและตัวอักษร
เปิดอ่าน 16,284 ครั้ง
ย้อนรอยสายราชสกุล…ในพระบรมราชจักรีวงศ์ (จบ)ย้อนรอยสายราชสกุล…ในพระบรมราชจักรีวงศ์ (จบ)
เปิดอ่าน 19,289 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม