ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกทักษะการเขียน ภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับ

ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกทักษะการเขียน

ภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับ

มัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้วิจัย นางพัชรี ดีมา

ปีการศึกษา 2559

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) พัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนภาษา อังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนจากการใช้ แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยใช้การวิจัยแบบพหุวิธีโดยดำเนินการวิจัยเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพบริบท ศึกษากรอบแนวคิด สังเคราะห์และสร้างแบบฝึก ระยะที่ 2 การพัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 และระยะที่ 3 การศึกษาประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษและศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนจากการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาบริบท ได้แก่ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” จำนวน 27 คน ได้มาโดย การสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยการเขียนภาษาอังกฤษ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5/7 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 2 ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/8 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” จำนวน 34 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 3 ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” จำนวน 35 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาบริบทแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ แบบสัมภาษณ์สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการทั่วไปในการจัดการเรียนภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ชุด แบบวัดความสามารถทางการเขียนแบบอัตนัย จำนวน 1 ข้อ เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 และแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นแบบตรวจสอบรายการและแบบคำถามปลายเปิด 2) เครื่องมือการวิจัยปฏิบัติการ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน แบบบันทึกการจัดการเรียนการสอน แบบฝึกหัด แบบวัดความสามารถทางการเขียนภาษาอังกฤษ แบบวัดการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ และ 3) เครื่องมือหาประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ ได้แก่ แบบวัดความสามารถทางการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียน แบบวัดการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ และแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t (t-test)

ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษที่พัฒนาขึ้น มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 การเชื่อมโยงความรู้ ขั้นที่ 2 การวางแผนการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 การใช้กลวิธีการเรียนรู้ ขั้นที่ 4 การตรวจสอบกำกับติดตามการเรียนรู้ ขั้นที่ 5 การประเมินผล การเรียนรู้

2. ผลการพัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธี การกำกับตนเองในการเรียนรู้ นักเรียนทุกคนที่ผ่านการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.21/83.59 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้

3. ผลการประเมินประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธี การกำกับตนเองในการเรียนรู้นี้ พบว่า นักเรียนทุกคนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนภาษาอังกฤษสูงกว่าร้อยละ 60 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าคะแนน ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีค่าเฉลี่ยการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ผลจากการศึกษาความพึงพอใจจากการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษนักเรียน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย หมอก : [3 ก.ย. 2561 เวลา 06:47 น.]
อ่าน [103061] ไอพี : 103.14.10.179
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 38,163 ครั้ง
เอกภพสัมพัทธ์ (Relative Universe)
เอกภพสัมพัทธ์ (Relative Universe)

เปิดอ่าน 10,665 ครั้ง
มติ ครม. เห็นชอบลงทะเบียนซิมเติมเงิน-ฟรี Wi-Fi เป็นวาระแห่งชาติ
มติ ครม. เห็นชอบลงทะเบียนซิมเติมเงิน-ฟรี Wi-Fi เป็นวาระแห่งชาติ

เปิดอ่าน 20,670 ครั้ง
มโนทัศน์ของเทคโนโลยีการศึกษา
มโนทัศน์ของเทคโนโลยีการศึกษา

เปิดอ่าน 12,008 ครั้ง
ขาดเกลืออาจทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้
ขาดเกลืออาจทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้

เปิดอ่าน 22,290 ครั้ง
สีเสียด
สีเสียด

เปิดอ่าน 13,631 ครั้ง
9 หนทางสู่การลดน้ำหนักแบบทันใจ
9 หนทางสู่การลดน้ำหนักแบบทันใจ

เปิดอ่าน 31,390 ครั้ง
โหมดสี
โหมดสี

เปิดอ่าน 23,320 ครั้ง
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ พ.ศ.2561
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ พ.ศ.2561

เปิดอ่าน 24,888 ครั้ง
ฝรั่งสายพันธุ์ใหม่ "พิจิตร3" ทรงผลยาวคล้ายลูกแพร์
ฝรั่งสายพันธุ์ใหม่ "พิจิตร3" ทรงผลยาวคล้ายลูกแพร์

เปิดอ่าน 7,747 ครั้ง
เครียดลงกระเพาะ โรคยอดฮิตที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัย
เครียดลงกระเพาะ โรคยอดฮิตที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัย

เปิดอ่าน 16,171 ครั้ง
ชม MV เพลง "ชีวิตยังคงสวยงาม" ของ บอดี้แสลม เชียร์นักกีฬาวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทย
ชม MV เพลง "ชีวิตยังคงสวยงาม" ของ บอดี้แสลม เชียร์นักกีฬาวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทย

เปิดอ่าน 20,094 ครั้ง
ผักสุกมีคุณค่าอาหารสูงกว่าดิบ
ผักสุกมีคุณค่าอาหารสูงกว่าดิบ

เปิดอ่าน 26,707 ครั้ง
จุดที่เย็นที่สุดในโลก
จุดที่เย็นที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 12,846 ครั้ง
คำเรียกชื่อฤดูต่าง ๆ
คำเรียกชื่อฤดูต่าง ๆ

เปิดอ่าน 69,771 ครั้ง
เทคนิคจำศัพท์ภาษาอังกฤษ
เทคนิคจำศัพท์ภาษาอังกฤษ

เปิดอ่าน 433,073 ครั้ง
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้
เปิดอ่าน 30,178 ครั้ง
ทำความเข้าใจ เกณฑ์ย้ายครู ว16/2558 เริ่มใช้เดือนมกราคม 2559
ทำความเข้าใจ เกณฑ์ย้ายครู ว16/2558 เริ่มใช้เดือนมกราคม 2559
เปิดอ่าน 40,575 ครั้ง
3 วิธีแกะกล่องพัสดุให้ปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-19
3 วิธีแกะกล่องพัสดุให้ปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-19
เปิดอ่าน 33,525 ครั้ง
"โมสาร์ท เอฟเฟกต์" เรื่องจริงหรือแค่อิงวิจัย
"โมสาร์ท เอฟเฟกต์" เรื่องจริงหรือแค่อิงวิจัย
เปิดอ่าน 19,791 ครั้ง
ระบบการศึกษา กุญแจความสำเร็จของเกาหลี
ระบบการศึกษา กุญแจความสำเร็จของเกาหลี

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ