ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะ การวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะ การวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ

ชื่อผู้วิจัย ศศิพรรณ โพธิแท่น

ปีที่ศึกษา 2563

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและสภาพความต้องการในการจัดการศึกษาตามแนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู 2) เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการศึกษาตาม หลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ 4) เพื่อประเมินผลการทดลองและปรับปรุงรูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ กลุ่มเป้าหมายในการทดลองเป็น ครู จำนวน 30 คน กลุ่มเป้าหมายการสังเกตพฤติกรรม เป็นผู้เรียน จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ รูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ แบบรับรองความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ แบบทดสอบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู แบบประเมินทักษะการนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน แบบประเมินสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ตามหลักศาสตร์พระราชา แบบสังเกตพฤติกรรมการดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนตามหลักศาสตร์พระราชา แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน วิเคราะห์ข้อมูล ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ t – test (dependent) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)

ผลการวิจัยพบว่า

ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและสภาพความต้องการในการพัฒนาการจัดการศึกษาตามแนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู สรุปว่า โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ ควรเร่งพัฒนาการจัดการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตามนโยบายของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียน อีกทั้งความต้องการของผู้ปกครองและชุมชนมุ่งเน้นให้เด็กได้ฝึกประสบการณ์เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เด็กมีโอกาสเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กิจกรรมต่างๆ ถูกหล่อหลอมให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของเด็กและการจัดประสบการณ์โดยครูผู้จัดโดยนำเอาแนวคิดของความพอเพียงไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนและ การปฏิบัติในทุกกิจกรรมการเรียนรู้

ตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนา พบว่า องค์ประกอบรูปแบบการจัดการศึกษาตาม หลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ ใช้รูปแบบ “ATCT Model” ประกอบด้วย 1) ประเมินความต้องการ (Assessing Need : A) 2) การให้ความรู้ (Training : T) 3) การแก้ปัญหาโดยใช้การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Research : C) 4) การขยายผลสู่ชั้นเรียน (Transportability : T) ส่วนการประเมินองค์ประกอบของรูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ ภาพรวม มีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก

ตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ ผู้วิจัยได้นำทดลองใช้ครู พบว่าการทดสอบความรู้ของครูก่อนและหลังการอบรม เท่ากับ 5.50 และ 16.83 ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการอบรม พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

ตอนที่ 4 การประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเหนือ พบว่า 1) ทักษะการนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) การประเมินสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ตามหลักศาสตร์พระราชา ภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3) สังเกตพฤติกรรมการดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก 4) พฤติกรรมการดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนของครู ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 5) การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสู่ผู้เรียนภาพรวมอยู่ในระดับมาก

การถอดบทเรียนการทดลองใช้รูปแบบการจัดการศึกษาตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียน พบว่า ครู ผ่านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ ความสามารถ ในการจัดการศึกษาโดยนำหลักศาสตร์พระราชามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ในมิติ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดยฝึกให้เด็ก เข้าใจ ว่าแต่ละกิจกรรมที่ทำไปนั้น ทำไปเพื่ออะไร มีเหตุผลอะไร ไม่ใช่เป็นเพียงการทำตามคำสั่งเท่านั้น เข้าใจจากการลงมือทำจริง ควรให้เด็กทำสิ่งต่างๆ โดยทราบเหตุผล พร้อมกระตุ้นจินตนาการ และเน้นถามคำถามปลายเปิดกับเด็กๆ เข้าถึง เป็นการนำความเข้าใจที่ได้เรียนรู้ เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ เป็นการสื่อสารสองทางทั้งไปและกลับ ถ้าสามารถทำสองประการแรกได้สำเร็จ เรื่องการพัฒนาจะพัฒนาได้อย่างดี เพราะต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน ต่างฝ่ายอยากจะเข้าถึงกันแล้ว การพัฒนาจะเป็นการตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ให้และผู้รับ และ การใช้งานวิจัยในชั้นเรียนเพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนในชั้นเรียน ผู้เรียน มีทักษะ การเคลื่อนไหว มีพัฒนาการด้านสังคม พัฒนาการด้านอารมณ์ พัฒนาการด้านความคิด และสติปัญญา พัฒนาการด้านภาษา พัฒนาการด้านจริยธรรม และพัฒนาการด้านการสร้างสรรค์

โพสต์โดย ผอ.ต่าย : [22 ก.พ. 2564 เวลา 08:04 น.]
อ่าน [211] ไอพี : 1.1.185.70
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ