ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมือง

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการ

ร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่

ของพลเมืองดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้วิจัย อุดร สายสิงห์

ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4) เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านโกตาบารู ตำบลโกตาบารู อำเภอรามัน จังหวัดยะลา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 จำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) รูปแบบการสอนสังคมศึกษา ตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ 2) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองดี จำนวน 5 ชุด 3) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 20 แผน 4) แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 ข้อ 5) แบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ และ 6) แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 1 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ค่าร้อยละ ค่าประสิทธิภาพ และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยพบว่า

1. ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) นโยบายการพัฒนาประเทศ เน้นการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา 2) นโยบายการพัฒนา การศึกษา เน้นให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 กำหนดเป้าหมายด้านผู้เรียน คือ มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ทักษะด้านการคิด การแก้ปัญหา ความร่วมมือและการทำงานเป็นทีม การสร้างสรรค์และนวัตกรรม การสื่อสาร ทักษะคอมพิวเตอร์ ทักษะอาชีพและการเรียนรู้ รวมทั้งความมีเมตตา กรุณา มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม ขณะที่เป้าหมายของการจัดการศึกษามุ่งเน้นการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ มีความทั่วถึงและความเท่าเทียม ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษามี 6 ยุทธศาสตร์หลัก โดยยุทธศาสตร์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการวิจัยครั้งนี้ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ เป้าหมายที่ 2 คนทุกช่วงวัย ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 3) การเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการดำรงชีวิต การอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวให้เข้ากับบริบทสภาพแวดล้อม การเข้าใจและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เป็นพลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ มีคุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม 4) แนวคิดการจัด การเรียนการสอนของครูสังคมศึกษา ครูมีบทบาทหน้าที่ คือ การช่วยเตรียมให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการปรับตัว ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้สูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ จัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ฝึกให้ผู้เรียนรักการเรียนรู้ เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และสอนวิธีเรียนมากกว่าสอนเนื้อหา โดยครูต้องมีการเสริมแรง ให้กำลังใจ และสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมในการเรียน 5) การจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม (Constructivism Theory) ครูผู้สอนเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เผชิญกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหาที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน จากนั้นนักเรียนแก้ปัญหาจากสถานการณ์นั้น ๆ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อภิปราย หาข้อสรุป โดยนำความรู้เดิมมาเชื่อมโยงความรู้ใหม่ ซึ่งเป็นการสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง 6) การจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้ (Group Investigation: GI) เริ่มจากการจัดกลุ่มผู้เรียนแบบคละความสามารถ ย่อยเนื้อหาสาระวิชาสังคมศึกษาให้เป็นหัวข้อย่อย ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อที่สนใจ จากนั้นให้ร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบภายในกลุ่ม ร่วมกันกำหนดวิธีการดำเนินงาน วิธีการสืบค้นข้อมูล การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์และสรุปข้อมูล และการนำเสนอผลงาน โดยเน้นให้ทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และ 7) การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แยกได้เป็น 2 ประเด็นใหญ่ ๆ คือ 7.1) ปัญหาที่เกิดจากผู้อื่นและสภาพแวดล้อม ได้แก่ ปัญหาด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม การใช้ภาษาถิ่นเป็นภาษาหลักเพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้นักเรียนอ่านภาษาไทยไม่ออก เขียนไม่ได้ ปัญหาด้านความยากจน ปัญหาครอบครัวแตกแยก ปัญหาด้านผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องไปทำงานต่างถิ่นหรือต่างประเทศ และ 7.2) ปัญหาที่เกิดจากตัวนักเรียนเอง ได้แก่ ปัญหานักเรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และทักษะการทำงานเป็นทีม รวมทั้งไม่กล้าแสดงออก ซึ่งจากสภาพปัญหาที่กล่าวมาจึงส่งผลกระทบให้นักเรียนขาดเรียนบ่อยและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ สำหรับแนวทางแก้ไขควรได้รับการส่งเสริมและแก้ปัญหาร่วมกันจากทุกภาคส่วนทั้งจากโรงเรียน ชุมชนองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การส่งเสริมด้านอาชีพของผู้ปกครอง ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับการสร้างความตระหนักให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษา การส่งเสริมให้นักเรียนมีการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น เน้นให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่ม การใช้สื่อการเรียนการสอน การออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เป็นต้น

2. รูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีชื่อว่า “3PLFE Model” (3พีแอลเอฟอี โมเดล) องค์ประกอบของรูปแบบมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ โดยขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นตอนที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจเรียนรู้ (Provide Motivational Anticipatory : P) 2) ขั้นตอนที่ 2 ขั้นนำเสนอบทเรียนและทักษะ (Providing Knowledge and Skills : P) 3) ขั้นตอนที่ 3 ขั้นกิจกรรมร่วมมือกันเรียนรู้ (Learning Together Activity : L) 4) ขั้นตอนที่ 4 ขั้นนำเสนอและอภิปรายผล (Presentation and Discussion : P) 5) ขั้นตอนที่ 5 ขั้นบูรณาการความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ (Functional Integration : F) และ 6) ขั้นตอนที่ 6 ขั้นประเมินผลและนำไปใช้ (Evaluation and Extension : E) และผลการหาประสิทธิภาพของรูปแบบ พบว่า รูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ แบบ “3PLFE Model” มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.30/83.46 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า หลังเรียนด้วยรูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนว

คอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ แบบ “3PLFE Model” ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สูงขึ้นกว่าก่อนเรียน ร้อยละ 20.87

4. ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ แบบ “3PLFE Model” พบว่า

4.1 ผลการประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการใช้รูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ แบบ “3PLFE Model” พบว่า ในภาพรวม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แสดงพฤติกรรมการทำงานกลุ่มอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แสดงพฤติกรรมการทำงานกลุ่มมากที่สุด คือ ด้านการสร้างความคุ้นเคย ไว้วางใจ ยอมรับซึ่งกันและกัน รองลงมา คือ ด้านการช่วยเหลือสนับสนุน ยกย่องให้กำลังใจซึ่งกันและ ด้านการสื่อสาร สื่อ และด้านการขจัดข้อขัดแย้ง ตามลำดับ

4.2 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบการสอนสังคมศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับการร่วมมือกันเรียนรู้ แบบ “3PLFE Model” พบว่า ในภาพรวม นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะนักเรียนชอบที่ได้ค้นหาความรู้และเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มกับเพื่อน และเนื้อหาที่เรียนเป็นเรื่องใกล้ตัว นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

โพสต์โดย kratai : [2 มิ.ย. 2564 เวลา 07:56 น.]
อ่าน [103175] ไอพี : 118.172.217.131
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,875 ครั้ง
6 ท่าฟิต&เฟิร์ม ระบบประสาท สมอง
6 ท่าฟิต&เฟิร์ม ระบบประสาท สมอง

เปิดอ่าน 20,147 ครั้ง
5 กิจวัตรที่คนประสบความสำเร็จมักทำก่อน 8 โมงเช้า
5 กิจวัตรที่คนประสบความสำเร็จมักทำก่อน 8 โมงเช้า

เปิดอ่าน 13,649 ครั้ง
เกมลับสมองกับการศึกษาและความสำเร็จอื่น ๆ
เกมลับสมองกับการศึกษาและความสำเร็จอื่น ๆ

เปิดอ่าน 11,117 ครั้ง
เปิดศักราช 2559 ต้อนรับ "AEC" จุดเปลี่ยนอาเซียนสู่ก้าวใหม่ "ค้าบริการ-นวัตกรรม"มาแรง
เปิดศักราช 2559 ต้อนรับ "AEC" จุดเปลี่ยนอาเซียนสู่ก้าวใหม่ "ค้าบริการ-นวัตกรรม"มาแรง

เปิดอ่าน 28,278 ครั้ง
นานาสาระ เกี่ยวกับความเชื่อ แก้เคล็ด ถือเคล็ด
นานาสาระ เกี่ยวกับความเชื่อ แก้เคล็ด ถือเคล็ด

เปิดอ่าน 20,127 ครั้ง
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ

เปิดอ่าน 12,394 ครั้ง
จะเลือกแปรงสีฟันแบบไหนดี ?
จะเลือกแปรงสีฟันแบบไหนดี ?

เปิดอ่าน 23,910 ครั้ง
มรดกโลกของไทย
มรดกโลกของไทย

เปิดอ่าน 19,938 ครั้ง
11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ
11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ

เปิดอ่าน 46,909 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 11 การนับประตู
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 11 การนับประตู

เปิดอ่าน 11,855 ครั้ง
ทำไมเราถึงหาว รู้ไหม?
ทำไมเราถึงหาว รู้ไหม?

เปิดอ่าน 18,217 ครั้ง
มนัส บุญจำนงค์
มนัส บุญจำนงค์

เปิดอ่าน 13,256 ครั้ง
ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เป็นเบาหวาน กินอย่างไรดี
ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เป็นเบาหวาน กินอย่างไรดี

เปิดอ่าน 15,996 ครั้ง
16 กันยายน วันโอโซนโลก
16 กันยายน วันโอโซนโลก

เปิดอ่าน 11,041 ครั้ง
อะไรอยู่ในเครื่องสำอางค์
อะไรอยู่ในเครื่องสำอางค์

เปิดอ่าน 16,305 ครั้ง
ฟื้นฟูผิวหลังถูกแดดเผา
ฟื้นฟูผิวหลังถูกแดดเผา
เปิดอ่าน 5,332 ครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการ ปลดล็อคการศึกษาไทย พลิกฟื้นวิกฤติด้วยนโยบาย "ซ่อม สร้าง ป้องกัน"
กระทรวงศึกษาธิการ ปลดล็อคการศึกษาไทย พลิกฟื้นวิกฤติด้วยนโยบาย "ซ่อม สร้าง ป้องกัน"
เปิดอ่าน 22,191 ครั้ง
การศึกษาในอนาคต
การศึกษาในอนาคต
เปิดอ่าน 13,809 ครั้ง
"ข้าวหลามดง" ไม่ใช่อาหาร แต่มันคืออะไร?
"ข้าวหลามดง" ไม่ใช่อาหาร แต่มันคืออะไร?
เปิดอ่าน 86,840 ครั้ง
ประชาธิปไตย คืออะไร
ประชาธิปไตย คืออะไร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ