ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
ศรัณย์ภรณ์ สวัสดิผล : การศึกษาผลการใช้กิจกรรมเพื่อสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (ค่านิยม 5+1) ตามนโยบายเทศบาลนครขอนแก่น ของนั

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมเพื่อสร้างเสริมคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ (ค่านิยม 5+1) ตามนโยบายเทศบาลนครขอนแก่น ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย เทศบาลนครขอนแก่น ผู้วิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีลักษณะเป็นงานวิจัยในชั้นเรียน ใช้เครื่องมือวิจัยคือ แบบบันทึกการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน และแบบประเมินคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา 5 ระดับ (ปรับปรุง/พอใช้/ดี/ดีมาก/ดีเยี่ยม) กำหนดกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5/3 ทุกคน จำนวน 28 คน ซึ่งผู้วิจัยทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นเรียนตลอดปีการศึกษา 2563 ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ตัวแปรต้น คือ นักเรียนเพศชายและเพศหญิง ตัวแปรตาม คือ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ (ค่านิยม 5+1) ของนักเรียนตามนโยบายเทศบาลนครขอนแก่น ประกอบด้วย 1) มีวินัย 2) อดทน 3) รับผิดชอบ 4) เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 5) กตัญญู และ 6) สำนึกรักท้องถิ่น อยู่ในระดับ ดีมากขึ้นไปในแต่ละด้าน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทุกคนในห้องเรียน และ ใช้ระยะเวลาการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 เป็นเวลา 5 สัปดาห์ ผู้วิจัยได้ศึกษาผลการใช้กิจกรรมในแต่ละสัปดาห์อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ปรากฏผลการศึกษาวิจัย ดังนี้

1. กิจกรรมในสัปดาห์ที่ 1 คือ 1) ครูชี้แจงการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ (ค่านิยม 5+1) จำนวน 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมโรงเรียนเราต้องสะอาด และกิจกรรมนักลงทุนรุ่นเยาว์ (การออมและการลงทุน) ให้นักเรียนทุกคนได้รับทราบและเข้าใจการปฏิบัติร่วมกัน และ 2) ครูจัดกลุ่มนักเรียนเข้าทำหน้าที่ปฏิบัติกิจกรรมเป็นเวรประจำวัน (จันทร์-ศุกร์) ในแต่ละสัปดาห์ จำนวน 5 กลุ่ม ๆ ละ 6 คน จำนวน 3 กลุ่ม และกลุ่มละ 5 คน จำนวน 2 กลุ่ม โดยใช้เวลาปฏิบัติกิจกรรมโรงเรียนเราต้องสะอาดในช่วงเช้าประมาณ 30 นาที (07.20-07.50 น.) และปฏิบัติกิจกรรม นักลงทุนรุ่นเยาว์ช่วงหลังเลิกเรียนประมาณ 1 ชั่วโมง (15.30-16.30 น.) ผลการใช้กิจกรรมในสัปดาห์ ที่ 1 พบว่า นักเรียนมีความเข้าใจ เห็นความสำคัญ และตระหนักในการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม จากการสังเกตพฤติกรรมนักเรียนตลอดทั้งสัปดาห์ ปรากฏว่านักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (ค่านิยม 5+1) ทุกด้านในภาพรวมระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 89 ของนักเรียนทั้งหมด

2. กิจกรรมในสัปดาห์ที่ 2-4 คือ 1) นักเรียนรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมในสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ครูทราบและร่วมกันวางแผนปฏิบัติกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ต่อไป 2) นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกการปฏิบัติในแบบบันทึกตามเวรประจำวัน 3) ครูกำกับ ติดตาม ดูแลช่วยเหลือ ให้คำแนะนำนักเรียนเวรประจำวันในระหว่างทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกวัน และบันทึกพฤติกรรมนักเรียนในแบบสังเกตตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (ค่านิยม 5+1) ในแต่ละด้านเป็นรายบุคคล ผลการใช้กิจกรรมในสัปดาห์ที่ 2-4 พบว่า ภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับดีมากคิดเป็นร้อยละ 85 ของนักเรียนทั้งหมด สามารถจำแนกเป็นรายด้านเรียงลำดับตามระดับคุณภาพสูงสุดไปต่ำสุด คือ นักเรียนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 89 มีความอดทนในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 87 มีความสำนึกรักท้องถิ่น คิดเป็นร้อยละ 86 มีความกตัญญู คิดเป็นร้อยละ 84 มี ความรับผิดชอบ คิดเป็นร้อยละ 83 และมีวินัย คิดเป็นร้อยละ 82 ของนักเรียนทั้งหมด

3. กิจกรรมในสัปดาห์ที่ 5 คือ 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปสะท้อนผลการปฏิบัติกิจกรรม และ 2) นักเรียนนำเสนอผลการเรียนรู้จากการปฏิบัติกิจกรรมในชั่วโมงเรียนวิชาบูรณาการให้เพื่อน ๆ และครูประจำชั้น ป.5/1-2 เพื่อให้ทุกคนได้นำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป ผลการใช้กิจกรรมในสัปดาห์ที่ 5 พบว่า ภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 88 ของนักเรียนทั้งหมด สามารถจำแนกเป็นรายด้านเรียงลำดับตามระดับคุณภาพสูงสุดไปต่ำสุด คือ นักเรียนมี ความอดทนในระดับดีเยี่ยม คิดเป็นร้อยละ 95 มีความสำนึกรักท้องถิ่น ในระดับดีเยี่ยม คิดเป็นร้อยละ 92 มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คิดเป็นร้อยละ 90 มีความกตัญญู คิดเป็นร้อยละ 87 มีความรับผิดชอบ คิดเป็นร้อยละ 85 และมีวินัย คิดเป็นร้อยละ 84 ของนักเรียนทั้งหมด

4. ผลการเปรียบเทียบคุณลักษณะที่พึงประสงค์จากการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียนชายกับนักเรียนหญิง พบว่า นักเรียนหญิงมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (ค่านิยม 5+1) มากกว่านักเรียนชาย ในภาพรวมทั้ง 6 ด้าน อยู่ในระดับดีเยี่ยม คิดเป็นร้อยละ 95 ของนักเรียนหญิงทั้งหมด สำหรับนักเรียนชาย ในภาพรวมทั้ง 6 ด้าน อยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 85 ของนักเรียนชายทั้งหมด

โพสต์โดย ครูฝัน : [28 มิ.ย. 2564 เวลา 11:10 น.]
อ่าน [1352] ไอพี : 180.183.17.194
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,721 ครั้ง
ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด
ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด

เปิดอ่าน 14,140 ครั้ง
คึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ชม แมงกะพรุนหลากสี จ.ตราด ห้องพักเต็ม
คึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ชม แมงกะพรุนหลากสี จ.ตราด ห้องพักเต็ม

เปิดอ่าน 13,096 ครั้ง
เพลงลอยกระทง
เพลงลอยกระทง

เปิดอ่าน 16,356 ครั้ง
จิตรกรรมและศาสนา
จิตรกรรมและศาสนา

เปิดอ่าน 14,286 ครั้ง
ชำยอดอ่อนควบแน่น เคล็ดวิชาปราชญ์ชาวบ้าน
ชำยอดอ่อนควบแน่น เคล็ดวิชาปราชญ์ชาวบ้าน

เปิดอ่าน 14,959 ครั้ง
ตัวอย่างบริษัท ที่ไม่ควรทำงานด้วย
ตัวอย่างบริษัท ที่ไม่ควรทำงานด้วย

เปิดอ่าน 12,164 ครั้ง
ทำไมไข่เยี่ยวม้าจึงมีสีดำ
ทำไมไข่เยี่ยวม้าจึงมีสีดำ

เปิดอ่าน 11,750 ครั้ง
เป็นเบาหวาน ทานวุ้นเส้น ดีจริงหรือ?
เป็นเบาหวาน ทานวุ้นเส้น ดีจริงหรือ?

เปิดอ่าน 14,293 ครั้ง
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน

เปิดอ่าน 426,195 ครั้ง
หมดยุค"ปริญญาแปะฝาบ้าน"!! "ทักษะอาชีพ-ชีวิต"สำคัญกว่า?
หมดยุค"ปริญญาแปะฝาบ้าน"!! "ทักษะอาชีพ-ชีวิต"สำคัญกว่า?

เปิดอ่าน 10,676 ครั้ง
หัวไชเท้าช่วยละลายเสมหะ
หัวไชเท้าช่วยละลายเสมหะ

เปิดอ่าน 9,197 ครั้ง
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว

เปิดอ่าน 1,242 ครั้ง
เปิดเทอม On-site ห่างไกลโควิด-19 แนะวิธีตรวจ ATK เด็ก
เปิดเทอม On-site ห่างไกลโควิด-19 แนะวิธีตรวจ ATK เด็ก

เปิดอ่าน 11,869 ครั้ง
กรมอุตุฯเตือนภัยพายุฤดูร้อนในประเทศไทย
กรมอุตุฯเตือนภัยพายุฤดูร้อนในประเทศไทย

เปิดอ่าน 9,379 ครั้ง
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
ตู้แช่ไวน์
BestKru
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 57,236 ครั้ง
วิธีการทดสอบน้ำผึ้งแท้หรือปลอม
วิธีการทดสอบน้ำผึ้งแท้หรือปลอม

เปิดอ่าน 22,045 ครั้ง
Mambo Opensource คืออะไร
Mambo Opensource คืออะไร

เปิดอ่าน 25,903 ครั้ง
ต้นคริสต์มาส
ต้นคริสต์มาส

เปิดอ่าน 12,678 ครั้ง
รับประทาน"บร็อคโคลี"ช่วยลดอาการไขข้ออักเสบได้
รับประทาน"บร็อคโคลี"ช่วยลดอาการไขข้ออักเสบได้

เปิดอ่าน 7,875 ครั้ง
ประเทศไทยได้อะไร... จากการรอใช้ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์
ประเทศไทยได้อะไร... จากการรอใช้ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ