ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ปีการศึกษา 2563 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1

การประเมินครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการและผลผลิตของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนและเพื่อศึกษานิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ผู้ประเมินได้ใช้วิธีการประเมินตามแนวคิดรูปแบบการประเมินแบบซิปป์โมเดล (CIPP Model) ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) นำมาใช้ในการประเมินกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน รวมทั้งสิ้น จำนวน 125 คน ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินครั้งนี้เป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (α-Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ได้ค่าความเชื่อมั่น ที่ 0.96วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการประเมินพบว่า 1) การประเมินบริบทของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีความเหมาะสม ความสอดคล้องอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละข้อพบว่าเป้าหมายของโครงการมีความสอดคล้องกับนโยบายและวิสัยทัศน์ของโรงเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือวัตถุประสงค์ของโครงการมีความสอดคล้องกับนโยบาย วัตถุประสงค์และเป้าหมายของโรงเรียน และการดำเนินงานของโครงการ/กิจกรรมมีความเหมาะสมกับสภาพ/บริบทของโรงเรียน ส่วนหลักการและเหตุผลของโครงการมีความสอดคล้องกับนโยบายวิสัยทัศน์และเป้าหมายของโรงเรียนมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 2) การประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีการดำเนินโครงการอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละข้อพบว่า โรงเรียนมีการกำกับ ติดตามและประเมินผลการใช้งบประมาณตามแผนปฏิบัติการของโครงการ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือการดำเนินการกิจกรรมแต่ละกิจกรรมมีระยะเวลาที่เหมาะสมและผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบเข้าใจวัตถุประสงค์และการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมรักการอ่านเป็นอย่างดี ส่วนมีการจัดป้ายนิเทศ นิทรรศการต่างๆ ที่ส่งเสริมการอ่าน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 3) การประเมินกระบวนการของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีการดำเนินโครงการอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละข้อพบว่า มีการนิเทศติดตามการดำเนินโครงการด้วยวิธีการที่หลากหลายครบทุกกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ การดำเนินการนิเทศ ติดตามโครงการเป็นไปตามแผนและปฏิทินที่กำหนดและมีการตรวจสอบประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ส่วนโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านได้กำหนดบทบาทหน้าที่และผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานชัดเจน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 4) การประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ปีการศึกษา 2563 ด้านการประเมินผลสำเร็จตามเป้าหมายของโครงการ โดยภาพรวมมีความสำเร็จตามเป้าหมายของโครงการอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละข้อพบว่า การดำเนินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ โครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน ทำให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และนักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ส่วนนักเรียนรู้จักการใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือมากขึ้น มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 5) การประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ปีการศึกษา 2563 ด้านความพึงพอใจต่อผลการโดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละข้อพบว่า ความพึงพอใจต่อโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านและพฤติกรรมการอ่าน การเขียนดีขึ้นและประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ส่วนการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการดำเนินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 6) การประเมินพฤติกรรมลักษณะนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีเกิดพฤติกรรมการอ่านอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในแต่ละข้อพบว่า ฉันพิจารณาสาระเนื้อหาเรื่องที่อ่านอย่างละเอียด มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ ฉันอ่านแล้วมักได้ใช้ประโยชน์เสมอและฉันมีสมาธิดีในการอ่าน ส่วนฉันพูดเชิญชวนผู้อื่นอ่านผลงานของนักเขียนที่ฉันชอบ มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้

จากผลการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนวัดคงคาล้อม ปีการศึกษา 2563 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ควรดำเนินการต่อไปโดยนำผลการประเมินไปปรับใช้และสรุปเป็นข้อเสนอแนะได้ดังนี้

1. จากผลการประเมินด้านบริบท พบว่าหลักการและเหตุผลของโครงการมีความสอดคล้องกับนโยบาย วิสัยทัศน์และเป้าหมายของโรงเรียน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้น โรงเรียนควรกำหนดหลักการและเหตุผลของโครงการโดยคำนึงถึงนโยบาย วิสัยทัศน์และเป้าหมายของโรงเรียนเป็นหลัก เพื่อให้การดำเนินโครงการบรรลุตามหลักการและเป้าหมายที่วางไว้

2. จากผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า พบว่ามีการจัดป้ายนิเทศ นิทรรศการต่างๆ ที่ส่งเสริมการอ่าน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้นโรงเรียนควรดำเนินการจัดป้ายนิเทศ นิทรรศการที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านอย่างทั่วถึง เพื่อให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน

3. จากผลการประเมินด้านกระบวนการ พบว่าโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านได้กำหนดบทบาทหน้าที่และผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานชัดเจน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้นโรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโดยกำหนดผู้รับผิดชอบและบทบาทหน้าที่ไว้ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้รับผิดชอบสามารถดำเนินโครงการได้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้

4. จากผลการประเมินด้านผลผลิต พบว่านักเรียนรู้จักการใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือมากขึ้น มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้น โรงเรียนควรจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้นักเรียนมีความสุขกับกิจกรรม เห็นคุณค่าของการอ่านและใช้เวลาว่างสำหรับการอ่านมากขึ้น

5. จากผลการประเมินด้านผลผลิต พบว่าการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการดำเนินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้นโรงเรียนควรให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดกิจกรรมของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เพื่อให้นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมที่หลากหลายและเกิดคุณค่ากับนักเรียนสูงสุด

6. จากการประเมินพฤติกรรมลักษณะนิสัยรักการอ่านของนักเรียน พบว่า นักเรียนพูดเชิญชวนผู้อื่นอ่านผลงานของนักเขียนที่ฉันชอบ มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้น โรงเรียนควรจัดกิจกรรมและส่งเสริมด้านการพูดให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำประสบการณ์ไปใช้เผยแพร่ เชิญชวนให้ผู้อื่นรักการอ่านมากขึ้น

ข้อเสนอแนะสำหรับการประเมินครั้งต่อไป

1. ควรมีการเก็บข้อมูลการดำเนินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านเชิงประจักษ์ในรูปแบบอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การสัมภาษณ์ การสังเกต เพื่อให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมในเชิงลึก

2. ควรมีการประเมินโครงการอื่นๆ ของโรงเรียนด้วยรูปแบบ CIPP โดยเฉพาะโครงการที่สำคัญ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

3. ควรมีการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โดยใช้รูปแบบการประเมินอื่นๆ เช่น รูปแบบการประเมินของสเต็ก (Stake) รูปแบบการประเมินอง สคริฟเวน (Scriven)

โพสต์โดย นายจีระศักดิ์ นิธิพัฒนานนท์ : [9 ก.ค. 2564 เวลา 06:16 น.]
อ่าน [101886] ไอพี : 171.6.247.200
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,409 ครั้ง
"การศึกษาหันหลัง" คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์
"การศึกษาหันหลัง" คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

เปิดอ่าน 12,571 ครั้ง
คำเรียกชื่อฤดูต่าง ๆ
คำเรียกชื่อฤดูต่าง ๆ

เปิดอ่าน 22,992 ครั้ง
การพัฒนาการศึกษาภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษที่ 21
การพัฒนาการศึกษาภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษที่ 21

เปิดอ่าน 7,809 ครั้ง
เด็กไทยเรียนฟรี เมื่อไหร่?เป็นจริง
เด็กไทยเรียนฟรี เมื่อไหร่?เป็นจริง

เปิดอ่าน 30,078 ครั้ง
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน

เปิดอ่าน 25,161 ครั้ง
บรรยากาศ (ATMOSPHERE)
บรรยากาศ (ATMOSPHERE)

เปิดอ่าน 103,191 ครั้ง
เพลงลูกเสือ เพลงประกอบท่าทาง
เพลงลูกเสือ เพลงประกอบท่าทาง

เปิดอ่าน 18,475 ครั้ง
รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้
รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้

เปิดอ่าน 1,204 ครั้ง
แนะนำ 4  ซีรีส์ยางขอบ 17 ที่คนขับ Civic / Altis / Mazda 3 เลือกใช้
แนะนำ 4 ซีรีส์ยางขอบ 17 ที่คนขับ Civic / Altis / Mazda 3 เลือกใช้

เปิดอ่าน 7,626 ครั้ง
อาหารและโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ
อาหารและโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

เปิดอ่าน 19,552 ครั้ง
การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา

เปิดอ่าน 11,132 ครั้ง
แก๊สโซฮอล์ปล่อยสารก่อมะเร็ง
แก๊สโซฮอล์ปล่อยสารก่อมะเร็ง

เปิดอ่าน 22,966 ครั้ง
เปลือกผลไม้ ไม่ไร้ค่า
เปลือกผลไม้ ไม่ไร้ค่า

เปิดอ่าน 29,569 ครั้ง
เอกสารแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2559
เอกสารแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2559

เปิดอ่าน 12,035 ครั้ง
คลิปแชร์ต่อเมื่อพ่อต้องโกหกลูก (ชมคลิป)
คลิปแชร์ต่อเมื่อพ่อต้องโกหกลูก (ชมคลิป)

เปิดอ่าน 26,677 ครั้ง
"คาวตอง"สมุนไพรไทยยาปราบไข้หวัด 2009
"คาวตอง"สมุนไพรไทยยาปราบไข้หวัด 2009
เปิดอ่าน 83,500 ครั้ง
"โมเต็ล"แตกต่างจาก "โฮเต็ล" (Hotel) อย่างไร
"โมเต็ล"แตกต่างจาก "โฮเต็ล" (Hotel) อย่างไร
เปิดอ่าน 19,795 ครั้ง
พระพรหม (พระธาดา)
พระพรหม (พระธาดา)
เปิดอ่าน 1,022 ครั้ง
 แอปกู้เงิน ตัวช่วยแก้ปัญหาฉุกเฉินที่คนรายได้น้อยยุคใหม่ต้องรู้!
แอปกู้เงิน ตัวช่วยแก้ปัญหาฉุกเฉินที่คนรายได้น้อยยุคใหม่ต้องรู้!
เปิดอ่าน 17,183 ครั้ง
ฮือฮา! ครูสาวสุดทุ่ม ตัดชุดบอดี้สูททั้งตัวสกรีนภาพเหมือนอวัยวะภายในร่างกายสอนวิชากายวิภาค
ฮือฮา! ครูสาวสุดทุ่ม ตัดชุดบอดี้สูททั้งตัวสกรีนภาพเหมือนอวัยวะภายในร่างกายสอนวิชากายวิภาค

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ