ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมบทความการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก
"การศึกษาหันหลัง" คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์
บทความการศึกษา 7 ก.พ. 2560 เวลา 14:00 น. เปิดอ่าน : 10,177 ครั้ง

Advertisement

"การศึกษาหันหลัง" คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

"การศึกษาหันหลัง"
คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

จริง ๆ แล้วความสำเร็จในโลกการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ จนทำให้บุคลากรทางด้านการศึกษาจากทั่วโลกต่างเดินทางมาศึกษาดูงาน ทั้งยังนำโมเดลต้นแบบต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้กับการศึกษาในประเทศของตน

เพื่อหวังว่าจะนำไปพัฒนาปรับปรุงระบบการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

แต่กระนั้นใครจะรู้บ้างว่ากว่า"ฟินแลนด์"จะประสบความสำเร็จในวันนี้ประเทศของเขาต่างผ่านความเจ็บปวดมาก่อน ยิ่งเฉพาะในช่วงปี 1939-1945 เนื่องเพราะประเทศของเขาต้องเผชิญกับสงคราม โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

คราวนั้นมีผู้เสียชีวิตราว 90,000 คน

60,000 คนต้องกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ และอีกกว่า 25,000 คนเป็นม่าย ขณะที่เด็กกว่า 50,000 คน กลายเป็นเด็กกำพร้า

มากไปกว่านั้นฟินแลนด์ยังต้องยกดินแดน 12% ให้กับสหภาพโซเวียตในอดีต พร้อม ๆ กับต้องอพยพประชากรกว่า 450,000 คนออกจากประเทศ พร้อมกับต้องยอมให้กองทัพสหภาพโซเวียตเช่าคาบสมุทรใกล้กรุงเฮลซิงกิเพื่อตั้งฐานทัพ

จนทำให้ฐานรากของประเทศทางด้านการเมืองวัฒนธรรมและเศรษฐกิจถูกทำลายอย่างย่อยยับ

แต่ประชาชนชาว"ฟินน์" กลับไม่ยอมแพ้

เพราะประชาชนชาวฟินน์เป็นคนยอมรับความเป็นจริง อีกอย่างอาจเป็นเพราะประเทศของเขาถูกขนาบข้างไปด้วยประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหภาพโซเวียตและสวีเดน

เขาเคยชินกับการเป็นประเทศเล็กๆ

และเคยชินกับการเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่กระนั้น สวรรค์ก็ประทานความเป็นนักการทูตให้กับพวกเขา โดยเฉพาะในเรื่องของการเจรจาต่อรอง การรู้จักมองปัญหา และการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ

เพราะหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านพ้นไป "ยุโฮ กุสติ ปาสิกิวิ" อดีตประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ก็ฟื้นฟูประเทศใน 2 เรื่องหลัก ๆ ด้วยกันคือ เศรษฐกิจและการศึกษา

โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เขามองเห็นว่าการจะฟื้นฟูประเทศให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง คงไม่ใช่การกลับไปหาฐานรากทางด้านเกษตรอีกต่อไปแล้ว แต่จะทำอย่างไรให้ประชากรที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะประชากรวัยเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตของชาติจะสร้างประเทศให้รุ่งเรืองอย่างไร ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้ว

เขาไม่ได้คาดหวังเพียง 5-10 ปี

แต่เขาวาดหวังไปในระยะยาว

โดยแบ่งแนวทางการวางรากฐานการศึกษา 3 ช่วงจังหวะด้วยกันคือ

หนึ่ง ระยะของการส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน โดยอาศัยการเปลี่ยนผ่านจากชาติเกษตรกรรมในภูมิภาคยุโรปเหนือ มาเป็นสังคมอุตสาหกรรม ในช่วงระหว่างปี 1945-1970

สอง ยุคของการสร้างระบบโรงเรียนรัฐแบบผสม
 โดยอาศัยการเป็นสังคมรัฐสวัสดิการอันเป็นลักษณะโดดเด่นของประเทศกลุ่มนอร์ดิก พร้อมกับขยายตัวของภาคบริการ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ในช่วงระหว่างปี 1965-1990

สาม ยุคของการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 และการขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ใหม่ของประเทศฟินแลนด์ ในฐานะประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ และมีเทคโนโลยีขั้นสูง ในช่วงระหว่างปี 1985 จนถึงปัจจุบัน

ฉะนั้น จะเห็นว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นประธานาธิบดีก็ตาม ทุกคนล้วนต้องสานต่อความฝันในการสร้างโลกการศึกษาของประเทศให้เกิดความยั่งยืนทั้งสิ้น แต่กระนั้น ก็ต้องชมเชยคณะกรรมาธิการภาครัฐทั้ง 3 ส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น คณะกรรมาธิการการศึกษาของฝ่ายการเมือง, คณะกรรมาธิการระบบการศึกษา และคณะกรรมาธิการหลักสูตรสถานศึกษา

เพราะพวกเขาเป็นผู้กำหนดทิศทางทางด้านการศึกษาภาคบังคับของอนาคตที่เด็กทุกคนจะต้องเรียนเหมือนกันหมดตั้งแต่เกรด1-เกรด4 ขณะที่เกรด 5-เกรด 6 คือชั้นมัธยมต้น พวกเขามีสิทธิ์เลือกเรียนว่าจะเรียนวิชาที่เน้นภาคปฏิบัติ หรือจะเรียนภาษาต่างประเทศ

ส่วนการเรียนในเกรด 7-เกรด 9 จะแบ่งออกเป็น 3 สายคือ สายอาชีพ และรายวิชาที่เน้นภาคปฏิบัติ, สายกลาง ที่กำหนดให้นักเรียนเรียนภาษาต่างประเทศ 1 ภาษา และสายวิชาการขั้นสูงที่กำหนดให้เรียนภาษาต่างประเทศ 2 ภาษา

แต่ทั้งนั้นไม่ว่าเขาจะเลือกเรียนอย่างไร พวกเขาต้องผ่านโรงเรียนแกรมมาร์สกูลมาก่อนทั้งสิ้น และโรงเรียนแกรมมาร์สกู
นี่เองที่จะช่วยเป็นหน่วยคัดกรองอีกครั้งว่านักเรียนแต่ละคนจะไปสายไหน

เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่มหา′ลัยชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

โดยมีภาครัฐเป็นผู้วางหลักสูตรแห่งชาติให้เรียบร้อย

เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรเลยที่การศึกษาของฟินแลนด์จึงมีความแข็งแกร่งดั่งที่ทุกคนทราบและก็ไม่แปลกอะไรเลยที่การศึกษาของฟินแลนด์จึงกลายเป็นเบอร์หนึ่งของโลก

เพราะนอกจากประชาชนของเขามองเป้าหมายเดียวกันว่าการศึกษาสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ภาครัฐเองก็เห็นตามด้วยว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากความยากจน

แต่การศึกษาในประเทศไทยล่ะ?

ผมไม่อยากตอบ

แต่วานทุกคนช่วยตอบทีเถอะครับ?

 

ขอบคุณที่มาจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 3 ก.พ. 2560

 


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ถ้าผมเป็น "รมต.ศึกษา"
ถ้าผมเป็น "รมต.ศึกษา"

เปิดอ่าน 14,739 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เฉลยข้อสอบผิด! บทเรียนในอดีต และปัจจุบัน
เฉลยข้อสอบผิด! บทเรียนในอดีต และปัจจุบัน
เปิดอ่าน 22,239 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"
ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"
เปิดอ่าน 13,797 ☕ คลิกอ่านเลย

การศึกษาไทยจะเอา "คุณภาพ" หรือ "คุณธรรม"
การศึกษาไทยจะเอา "คุณภาพ" หรือ "คุณธรรม"
เปิดอ่าน 22,529 ☕ คลิกอ่านเลย

ครูไทย 4.0 (จบ) : โดย ดิเรก พรสีมา
ครูไทย 4.0 (จบ) : โดย ดิเรก พรสีมา
เปิดอ่าน 138,983 ☕ คลิกอ่านเลย

การขับเคลื่อน "6 ยุทธศาสตร์" ด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ
การขับเคลื่อน "6 ยุทธศาสตร์" ด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ
เปิดอ่าน 16,056 ☕ คลิกอ่านเลย

6 ปัญหาที่เด็กม.ปลายต้องเจอและผ่านไปให้ได้
6 ปัญหาที่เด็กม.ปลายต้องเจอและผ่านไปให้ได้
เปิดอ่าน 28,087 ☕ คลิกอ่านเลย

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ครูใหญ่-ปฏิรูปศึกษา
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ครูใหญ่-ปฏิรูปศึกษา
เปิดอ่าน 11,905 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฤกษ์ออกรถปี 2555
ฤกษ์ออกรถปี 2555
เปิดอ่าน 16,198 ครั้ง

มาดูซิว่า คนญี่ปุ่นฝึกเด็กให้เป็นคนมีคุณภาพ มีมารยาทและระเบียบวินัยได้อย่างไร?
มาดูซิว่า คนญี่ปุ่นฝึกเด็กให้เป็นคนมีคุณภาพ มีมารยาทและระเบียบวินัยได้อย่างไร?
เปิดอ่าน 40,692 ครั้ง

หน้าตา Windows se7en หรือ Windows Vienna
หน้าตา Windows se7en หรือ Windows Vienna
เปิดอ่าน 14,084 ครั้ง

ตอบโจทย์ "ปฏิรูปการศึกษา"?
ตอบโจทย์ "ปฏิรูปการศึกษา"?
เปิดอ่าน 7,516 ครั้ง

อันตราย! ขวดนม 80% มีสารเคมีอันตราย กระทบระบบสืบพันธุ์
อันตราย! ขวดนม 80% มีสารเคมีอันตราย กระทบระบบสืบพันธุ์
เปิดอ่าน 17,934 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ