ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
วิจัยในชั้นเรียน

รายงานวิจัยในชั้นเรียน

ชื่อเรื่อง การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีการเรียนการสอนออนไลน์

วิชาวิทยาศาสตร์

ชื่อผู้วิจัย นางสาวปเมธิตา เพชรนาม

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียน เทศบาล 2 “วิภัชศึกษา”

ปีการศึกษา 2564

ความเป็นมาและวามสำคัญของการวิจัย

การศึกษาถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับทุกประเทศ เพราะเป็นต้นกำเนิดแห่งการพัฒนา ที่ไม่หยุดยั้งของคน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดแนวทางในการ ปฏิรูปการศึกษา โดยให้ความสำคัญแก่ผู้เรียนเป็นหลัก เพื่อรองรับกระแสของการเปลี่ยนแปลงของ โลก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ให้ความสำคัญสูงสุดในกระบวนการปฏิรูปการเรียนรู้ ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รู้จักแสวงหาความรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต แนวทางการจัดการเรียนการสอนตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดแนวทางไว้ในมาตรา 24 คือ จัดเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับ ความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล จัดกิจกรรมให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็น ปลูกฝัง คุณธรรมทุกสาขาวิชา โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี เป็นคนเก่ง และมี ความสุขอย่างแท้จริง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้ดำเนินการรวบรวมแนวคิดทางทฤษฎีการ เรียนรู้และเสนอแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้

1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล ให้ผู้เรียนได้ พัฒนาเต็มความสามารถทั้งด้านความรู้ จิตใจ อารมณ์และทักษะต่าง ๆ

2. ลดการถ่ายทอดเนื้อหาวิชาลง ผู้เรียนกับผู้สอนมีบทบาทร่วมกัน ใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ในการแสวงหาความรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนจากประสบการณ์จริงที่เป็นประโยชน์และสัมพันธ์ กับชีวิตจริงเรียนรู้ความจริงในตัวเองและความจริงจากสิ่งแวดล้อมจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย

3. กระตุ้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการทดสอบปฏิบัติด้วยตนเอง ครูทำ หน้าที่เตรียมการจัดสิ่งเร้า ให้คำปรึกษา วางแนวกิจกรรมและประเมินผล ดังนั้นแนวคิดการจัดการ 9 เรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้วิชาพื้นฐานการงานอาชีพและ เทคโนโลยี

ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนในชั้นเรียนเป็นอย่างมาก ทำให้สถานศึกษาต้องปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน และ มีการเรียนการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ เพื่อที่ผู้เรียนสามารถเรียนได้จากทางไกล

เพื่อให้การจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดกระบวนการเรียนรู้ จึงควรเป็นกระบวนการทางปัญญาที่พัฒนาบุคคล อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีความสุข บูรณาการ เนื้อหาสาระตามความเหมาะสมของระดับการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความรู้เกี่ยวกับ ตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคมสาระการเรียนรู้สอดคล้องกับความมั่นใจของผู้เรียน ทันสมัย เน้นกระบวนการคิด และการปฏิบัติจริง ได้เรียนรู้ตามสภาพจริง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้อย่างกว้างไกล เป็นกระบวนการที่มีทางเลือกและมีแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมจัด บรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และมุ่งประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข จากสภาพปัญหาที่กล่าวข้างต้น ทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาความ

ดังนั้น ผู้วิจัยตระหนักถึงความสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้อง กับความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนการสอนออนไลน์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สถิติใน 4 ด้าน คือ ได้แก่ 1) ด้านตัวผู้สอน (บุคลิกภาพ ความเอาใจใส่ เทคนิคต่างๆ ) 2) ค้านความเหมาะสมของเนื้อหาที่นำมาใช้ในการสอนออนไลน์ 3) ด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน/กระบวนการสอน และ 4) ด้านการวัดผลและประเมินผล /การตรวจงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางใน การปรับปรุงและพัฒนาการจัดการหลักสูตรให้เกิดผลดีแก่ผู้เรียนและทำให้ผู้เรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด

คำถามของการวิจัย

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 5 จะทำให้ผู้เรียน มีความพึงพอใจต่อการเรียนอยู่ในระดับใด

สมตมติฐานของการวิจัย

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 5 น่าจะทำให้ผู้เรียน มีความพึงพอใจต่อการเรียนอยู่ในระดับมากขึ้นไป

จุดประสงค์ของการวิจัย

เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 5

ขอบเขตของการวิจัย

เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) การดำเนินการวิจัยใช้กลุ่มทดลองกลุ่มเดียว ซึ่งมีรูปแบบการวิจัยคือการศึกษาความพึงพอใจและข้อเสนอแนะของกลุ่มเพียงหนึ่งกลุ่ม ไม่มีกลุ่มควบคุมทำการทดลองซ้ำ

กลุ่มเป้าหมาย

ในการวิจัยครั้งนี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวนทั้งสิ้น 113 คน

ตัวแปร

ตัวแปรอิสระ กิจกรรมการเรียนการสอนออนไลน์

ตัวแปรตาม ความพึงพอใจต่อการเรียนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประศึกษา

ปีที่ 5

ระยะเวลา

ระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 – 24 สิงหาคม 2564

นิยามศัพท์เฉพาะ

ความพึงพอใจ หมายถึง ความเชื่อ ความคิด ความรู้สึก ความเข้าใจเฉพาะบุคคล ที่แสดงออกโดยการพูด หรือการเขียนโดยอาศัยพื้นความรู้ประสบการณ์ สภาพแวดล้อม และข้อมูลข่าวสารที่ตนมีอยู่

การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) คือ เป็นการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนตามความสนใจ หรือครูอาจกําหนดเนื้อหาการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงเนื้อหาด้วยตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา เนื้อหาอาจประกอบด้วย ข้อความ , รูปภาพ , เสียง , วิดีโอ, google meet ,goole classroom line Youtube Google drive และสื่อมัลติมีเดียอื่น ๆ ซึ่งนักเรียน ครู และเพื่อนร่วมชั้นเรียน สามารถติดต่อ สื่อสาร ปรึกษา หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเดียวกับการเรียน ในชั้นเรียนทั่วไป โดยใช้ช่องทางการสื่อสารผ่าน Chat, line

นักเรียน หมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคการศึกษา 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนเทศบาล 2 “วิภัชศึกษา”

เครื่องมือและสถิติที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ การจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ Google Classroom , Google meet line Youtube Google drive เป็นต้น

เครื่องมือการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจาก Google drive

การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวม ข้อมูลเพื่อสำรวจความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ของนักเรียน ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สถิติ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

วิธีดำเนินการวิจัย

1.สร้างกลุ่มไลน์นักเรียนทั้งหมด 113 คน

2. สร้างห้องเรียนออนไลน์ Google Classroom

3. ผู้วิจัยใส่เนื้อหาบทเรียน นัดเวลาสอนออนไลน์ และมอบหมายงาน

4. สำรวจความพึงพอใจ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. นักเรียน ได้รับการพัฒนาทั้งทางร่างกาย จิตใจ ความรู้ความสามารถ ทักษะการ ประกอบอาชีพ และความมั่นคงในการดำรงชีวิตผ่านระบบออนไลน์

2. เสริมสร้างศักยภาพให้กับนักเรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล

3. เพื่อจัดกิจกรรมให้นักเรียนเตรียมทหารได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้ฝึกปฏิบัติให้คิด เป็น ทำเป็น ปลูกฝังคุณธรรมทุกสาขาวิชา

4. เพื่อให้นักเรียน เป็นคนดีเป็นคนเก่ง และมีความสุขอย่างแท้จริง ทั้งนี้เพื่อ เป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งจะทำให้นักศึกษามีการพัฒนาและการเรียนรู้ที่ สูงยิ่งขึ้น

ผลการวิจัย

ตารางที่ 1 ตารางการวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการเรียนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 5

N=43

รายการความพึงพอใจ ค่า S.D. ค่าเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ

1. ด้านตัวผู้สอน (บุคลิกภาพ ความเอาใจใส่ เทคนิคต่างๆ ) 0.76 4.40 มาก

2. ค้านความเหมาะสมของเนื้อหาที่นำมาใช้ในการสอนออนไลน์ 0.78 4.23 มาก

3. ด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน 0.91 4.14 มาก

4. ด้านการวัดผลและประเมินผล /การตรวจงาน 1.00 4.12 มาก

รวม 0.86 4.22 มาก

จากตารางที่ พบว่าความพึงพอใจต่อการเรียนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 5 ในภาพรวมเฉลี่ย 4.22 อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าทุกข้อจัดอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน ได้แก่ ด้านตัวผู้สอน (บุคลิกภาพ ความเอาใจใส่ เทคนิคต่างๆ ) มีค่าเฉลี่ย = 4.40 ค่า S.D = 0.46 ค้านความเหมาะสมของเนื้อหาที่นำมาใช้ในการสอนออนไลน์ มีค่าเฉลี่ย = 4.23 ค่า S.D = 0.78 ด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ย = 4.14 ค่า S.D = 0.91 และ ด้านการวัดผลและประเมินผล /การตรวจงาน มีค่าเฉลี่ย = 4.12 ค่า S.D = 1.00 ตามลำดับ

ตารางที่ 2 ตารางแสดงข้อเสนอแนะหรือข้อแนะนำที่มีต่อการเรียนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 5

ข้อเสนอแนะหรือข้อแนะนำ

1. อยากให้วิชาอื่นๆทำแบบนี้บ้าง

2. สู้ๆครับครู

3. สอนดีค่ะ

4. ชอบการเรียน

5. รบกวนขอเป็นชีสงานได้ไหมค่ะ เพราะบางครั้งตามงานในไลน์ไม่ทันค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

6. อยากให้ใช้วิธีสอนที่เข้าใจมากกว่านี้

7. อยากเน็ตคุณครูเสถียร

8. ให้งานน้อย

9. คูณครูสอนเข้าใจมากคะ

10. ขอไปเรียนดีกว่าจะเข้ากว่าเรียนออนไลน์

11. ไม่มีโทรศัพท์เรียนออนไลน์

12. ขอบคุณ คุณครูครับ

13. ดีทุกอย่าง

14. ขอบคุณครูที่ดูแลเอาใจใส่การเรียนนักเรียน

จากตารางที่ 2 ข้อเสนอแนะหรือข้อแนะนำที่มีต่อการเรียนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประศึกษาปีที่ 5 พบว่า

ด้านตัวผู้สอน (บุคลิกภาพ ความเอาใจใส่ เทคนิคต่างๆ ) มีผู้ให้ข้อเสนอแนะดังนี้ สู้ๆครับครู

สอนดีค่ะ คูณครูสอนเข้าใจมากคะ ยากให้ใช้วิธีสอนที่เข้าใจมากกว่านี้ ขอบคุณครูที่ดูแลเอาใจใส่การเรียนนักเรียน ดีทุกอย่าง ขอบคุณ คุณครูครับ

ค้านความเหมาะสมของเนื้อหาที่นำมาใช้ในการสอนออนไลน์ มีผู้ให้ข้อเสนอแนะดังนี้ ดีทุกอย่าง ชอบการเรียน

ด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน มีผู้ให้ข้อเสนอแนะดังนี้ ขอไปเรียนดีกว่าจะเข้ากว่าเรียนออนไลน์ ดีทุกอย่าง ชอบการเรียน รบกวนขอเป็นชีสงานได้ไหมค่ะ เพราะบางครั้งตามงานในไลน์ไม่ทันค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ไม่มีโทรศัพท์เรียนออนไลน์ อยากเน็ตคุณครูเสถียร

ด้านการวัดผลและประเมินผล /การตรวจงาน มีผู้ให้ข้อเสนอแนะดังนี้ ให้งานน้อย ชอบการเรียน รบกวนขอเป็นชีสงานได้ไหมค่ะ เพราะบางครั้งตามงานในไลน์ไม่ทันค่ะ

สรุปผลการวิจัย

สรุปผลการวิจัย จาการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีการเรียนการสอนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ ทั้ง 4 ด้าน โดยรวมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก

ข้อเสนอแนะจากการวิจัย

ข้อเสนอแนะจากการวิจัย การปรับปรุง พัฒนา และเปลี่ยนแปลงบทบาทของผู้สอนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนให้พร้อม จากที่ทำหน้าที่มอบทุกสิ่งทุกอย่างแก่ผู้เรียนมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก กระตุ้น และ ให้กำลังใจ ร่วมคิดร่วมเรียนไปพร้อมกับผู้เรียน สร้างบรรยากาศที่ดีด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่ หลากหลาย การเตรียมการสอนเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าการเตรียมการสอนหรือการวาง แผนการสอนไม่มีประสิทธิภาพจะทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนล้มเหลว จึงต้องมีการ เสริมแรงทางบวกเพื่อ เปิดให้นักเรียนเตรียมทหารมีความสุข และสนุกกับการเรียนออนไลน์

โพสต์โดย กวาง : [22 ก.ย. 2564 เวลา 15:07 น.]
อ่าน [3675] ไอพี : 223.204.50.229
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,903 ครั้ง
ปรากฏการณ์ดาวศุกร์โคจรตัดหน้าดวงอาทิตย์
ปรากฏการณ์ดาวศุกร์โคจรตัดหน้าดวงอาทิตย์

เปิดอ่าน 20,943 ครั้ง
มวลอะตอม : เคมี
มวลอะตอม : เคมี

เปิดอ่าน 11,769 ครั้ง
กลิ่นหอมทำให้นอนหลับฝันดี
กลิ่นหอมทำให้นอนหลับฝันดี

เปิดอ่าน 9,392 ครั้ง
6 ไอเดียเด็ดสื่อรักให้แม่ แบบไม่ต้องออกนอกกรุง
6 ไอเดียเด็ดสื่อรักให้แม่ แบบไม่ต้องออกนอกกรุง

เปิดอ่าน 12,077 ครั้ง
ผงะนมเสียผุดก๊าซพิษร้ายเทียบเท่า"ควันรถ"
ผงะนมเสียผุดก๊าซพิษร้ายเทียบเท่า"ควันรถ"

เปิดอ่าน 12,541 ครั้ง
ปิดถนน 13 สาย จัดงานวันพ่อ 3 -13 ธ.ค. นี้
ปิดถนน 13 สาย จัดงานวันพ่อ 3 -13 ธ.ค. นี้

เปิดอ่าน 38,376 ครั้ง
วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542  หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา(2)
วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา(2)

เปิดอ่าน 211,956 ครั้ง
สรุปสูตรพาราโบลา
สรุปสูตรพาราโบลา

เปิดอ่าน 16,249 ครั้ง
หญ้าแฝก
หญ้าแฝก

เปิดอ่าน 20,273 ครั้ง
"ข้าวลืมผัว"อร่อยจนลืมผัว ข้าวชาวเขา ที่ชาวเมืองก็ควรกิน
"ข้าวลืมผัว"อร่อยจนลืมผัว ข้าวชาวเขา ที่ชาวเมืองก็ควรกิน

เปิดอ่าน 20,932 ครั้ง
หลักสูตรการสอบภาค ค ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558
หลักสูตรการสอบภาค ค ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558

เปิดอ่าน 15,682 ครั้ง
 สะพานซังฮี้  ซังฮี้แปลว่าอะไร?
สะพานซังฮี้ ซังฮี้แปลว่าอะไร?

เปิดอ่าน 21,641 ครั้ง
10 เคล็ดลับการถ่ายภาพสวย สำหรับมือสมัครเล่น
10 เคล็ดลับการถ่ายภาพสวย สำหรับมือสมัครเล่น

เปิดอ่าน 17,375 ครั้ง
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ

เปิดอ่าน 30,191 ครั้ง
ดอกดาหลา
ดอกดาหลา

เปิดอ่าน 129,346 ครั้ง
น้ำค้างเกิดขึ้นจากอะไร
น้ำค้างเกิดขึ้นจากอะไร
เปิดอ่าน 12,077 ครั้ง
ผงะนมเสียผุดก๊าซพิษร้ายเทียบเท่า"ควันรถ"
ผงะนมเสียผุดก๊าซพิษร้ายเทียบเท่า"ควันรถ"
เปิดอ่าน 71,072 ครั้ง
การตรวจสอบวุฒิการศึกษา
การตรวจสอบวุฒิการศึกษา
เปิดอ่าน 7,512 ครั้ง
วิธีเฟ้นคนแบบ "Google" ไม่สนปริญญา
วิธีเฟ้นคนแบบ "Google" ไม่สนปริญญา
เปิดอ่าน 8,908 ครั้ง
พบกล้องโทรทรรศน์
พบกล้องโทรทรรศน์'ไอสไตน์'ที่หายสาบสูญไปนาน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ