ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมสุขศึกษาและพลศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

รู้มั้ย… คุณกำลังเสี่ยง เป็นโรคอะไรอยู่


สุขศึกษาและพลศึกษา เปิดอ่าน : 16,439 ครั้ง
รู้มั้ย… คุณกำลังเสี่ยง เป็นโรคอะไรอยู่

Advertisement

ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแข็งแรงอายุก็ยังไม่มาก เราคงไม่เป็นโรคอะไรหรอก รอไว้แก่ๆ ก่อนค่อยดูแลตัวเองก็ได้จริงๆ แล้วรู้มั้ยว่าเรามีสิทธิ์เป็นโรคนั้นโรคนี้มากมาย โดยเฉพาะแต่ละช่วงอายุที่แตกต่างกัน เรามาดูกันว่าผู้หญิงควรดูแลตัวเองและระวังโรคอะไรบ้าง

อายุ 17-20 ปี วัยนักศึกษาที่ต้องทำกิจกรรมมากมาย

 

          1. สิว เกิดจากอายุช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายค่อนข้างมาก ดูแลตัวเองง่ายๆ ซื้อยาแต้มสิวที่มีส่วนผสมของยาแก้อักเสบมาใช้ ล้างหน้าให้สะอาดโดยเฉพาะหลังแต่งหน้า อย่าแกะสิวจะทำให้เป็นรอยหลุมบนหน้า อย่านอนดึกและทานอาหารที่มีวิตามินซี ผักหรือผลไม้มากๆ

         ระวัง !!! ถ้าเป็นสิวมากและไม่หายอย่าปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหน้า แย่กว่านั้นอาจลุกลามทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตได้เลย

          2. แผลในกระเพาะอาหาร หลายคนลดความอ้วนเพราะอยากผอม หรือไม่ก็ทานอาหารไม่เป็นเวลาบ่อยๆ ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร เพราะร่างกายหลั่งกรดออกมาแล้วไม่มีอาหารเข้าไปให้ย่อย กรดก็เลยเข้าไประคายเคืองเยื่อบุที่ช่องกระเพาะอาหาร ทำให้ปวดท้องโดยเฉพาะกลางดึกหรือช่วงตี 1 ตี 2

         ดูแลตัวเองง่ายๆ อย่าอดอาหารเลยแค่เปลี่ยนมาทานอาหารให้น้อยลง หรือใช้วิธีแบ่งมื้อย่อยเพิ่มขึ้นเป็น 4-5 มื้อต่อวัน งดอาหารรสจัด ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะจะกระตุ้นให้หลั่งกรดมากเกินไป จนทำให้ปวดท้อง ควรทานยาลดกรดร่วมด้วย ถ้าอาการไม่ดีขึ้นค่อยไปพบคุณหมอ ถ้าปล่อยให้ปวดท้องนานๆ จะทำให้แผลในกระเพาะลุกลามเป็นมะเร็งหรือเนื้องอกได้

          3. โรคภูมิแพ้จมูก จะรู้สึกคัดจมูกหรือจามบ่อยเวลาโดยฝุ่นควัน หรืออยู่ในที่ที่อากาศเย็น ดูแลตัวเองง่ายๆ หมั่นทำความสะอาดที่นอน เพราะอาจมีไรฝุ่นหรือเปลือกแมลงสาบตกค้างอยู่ ทำให้เยื่อจมูกระคายเคือง แล้วก็ต้องออกกำลังกายเพิ่มภูมิต้านทาน ทานวิตามินซีจะช่วยลดภูมิแพ้ทางจมูกได้ ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้พบคุณหมอ จะได้ยาทานและยาพ่นจมูกมาช่วย 

         ระวัง !!! ถ้าไม่รักษาเยื่อบุจมูกจะอักเสบจนกลายเป็นริดสีดวงจมูกได้ โรคนี้จะเหมือนมีก้อนองุ่นใสๆไปอุดอยู่ในช่องจมูก ทำให้คัดจมูก หายใจไม่ออก มีปัญหาในการรับและดมกลิ่น บางคนอาจนอนกรนด้วย

          4. ไซนัสอักเสบ ถ้าโดนฝุ่นควันมากๆ จะทำให้เยื่อบุโพรงอากาศในช่องจมูกสองข้าง โหนกแก้ม หน้าผาก หรือบริเวณฐานสมองอักเสบ แรกๆ จะรู้สึกเหมือนเป็นหวัด (ปกติจะหายใน 3-4 วัน) แต่ผ่านไป 5-7 วันแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น น้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเขียว หรือสีเหลืองคล้ายหนอง ปวดแถวดั้งจมูกหรือโหนกแก้ม บางคนอาจปวดร้าวที่หน้าผากแล้วก็มีมูกไหลลงคอ มีกลิ่นคาวในจมูก และการได้กลิ่นก็ลดลงด้วย


        
ดูแลตัวเองง่ายๆ ต้องนอนพักให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า หลีกเลี่ยงที่ที่มีฝุ่นควันเพราะจะทำให้ติดเชื้อมากขึ้น ดูแลช่องปากและฟันให้สะอาด เพราะถ้าฟันผุก็อาจทำให้เกิดการอักเสบของไซนัสได้ ถ้ารู้สึกปวดให้ใช้ Hot Pack โปะทิ้งไว้ที่ที่ปวด จะช่วยลดอาการปวดได้ 

         ระวัง !!! คนที่เป็นไซนัสมักจะเป็นโรคภูมิแพ้จมูกด้วย ทางที่ดีควรพบคุณหมอไม่งั้นอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนกลายเป็นไซนัสอักเสบขึ้นที่ตา หรือที่สมอง มีฝีหนองเกิดขึ้น คุณหมอจะให้ทานยาแก้อักเสบ 10-14 วัน และจะมีน้ำเกลือสำหรับล้างจมูก จะช่วยจับเสมหะหรือน้ำมูกที่อยู่ในช่องจมูก

          5. โรคหูชั้นนอกอักเสบ บางคนที่ว่ายน้ำบ่อยหรือปั่นหูแคะหูบ่อยเกินไป อาจทำให้เยื่อบุช่องหูด้านนอกถลอก จะรู้สึกปวดที่ช่องหู บางคนอาจมีน้ำหรือหนองไหลออกมาจากช่องหูด้วย ดูแลตัวเองง่ายๆ ต้องหลีกเลี่ยงการปั่นหูแคะหู แล้วก็ใช้ยาแก้อักเสบมาหยอดหู

         ระวัง !!! ถ้าเป็นนานๆ จะมีโอกาสติดเชื้อรุนแรงในช่องหูด้านนอกที่จะลามออกมาที่ใบหูได้

          6. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่าง โรคหนองใน หูดหงอนไก่ หรือ โรคเอดส์ ดูแลตัวเองง่ายๆ จริงๆ ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์ได้ก็จะดี เพราะยังอยู่ในวัยเรียน แต่ถ้ามีจริงๆ แนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ จะช่วยป้องกันโรคและป้องกันการตั้งครรภ์ได้ด้วย 

         ระวัง !!! การทานยาคุมหรือฉีดยาคุมไม่ได้ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อที่ผ่านเข้าทางช่องคลอดหรือมดลูกได้

อายุ 21-25 ปี ช่วงเรื่มต้นทำงานเข้าสังคมใหม่

 

          1. ข้ออักเสบ สาวออฟฟิศที่ใส่ส้นสูงบ่อยๆ จะเป็นมากที่สุด ยิ่งใส่นานข้อก็ยิ่งเสื่อมหรือปวดข้อได้ ดูแลตัวเองง่ายๆ ในหนึ่งอาทิตย์ให้พักเท้าด้วยการใส่รองเท้าส้นเตี้ยสัก 2-3 วัน ทานอาหารที่มีส่วนผสมของแคลเซียม อย่างนม หรือแคลเซียมเม็ด จะช่วยป้องกันและลดอาการข้อเสื่อมได้ หรือบริหารข้อได้ด้วยการว่ายน้ำ เวลาปวดท้องให้ใช้ Hot หรือ Cool Pack ประคบตรงที่ปวด

         ระวัง !!! น้ำหนักตัวมากๆ ก็มีส่วนทำให้การกดทับที่ข้อและทำให้ปวดมากขึ้นได้

          2. โรคเครียด อาจเพราะเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ทำให้รู้สึกเครียดง่าย ดูแลตัวเองง่ายๆ ทานอาหารที่มีวิตามินบี จะช่วยบำรุงสมองและช่วยคลายเครียดได้ อย่างกล้วยหอมจะมีสารอาหารที่ช่วยลดความเครียดได้ หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ที่กระตุ้นให้เครียดเพิ่มขึ้น หาเวลาไปออกกำลังกาย หลังทำงานต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมง ให้หยุดพักเดินไปเดินมา หรือฟังเพลงสัก 10 นาที จะช่วยให้เครียดน้อยลง

         ระวัง !!! ถ้าปล่อยให้ตัวเองเครียดมากๆ นอกจากงานจะออกมาไม่ดีแล้ว คุณจะรู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสีย ชีวิตไม่สดใสและพาล จะทำให้คนรอบข้างเครียดไปด้วย

          3. มะเร็ง จริงๆ แล้วอายุที่เริ่มมีความเสี่ยงจะเป็นโรคมะเร็งก็คือ 30-40 ปี แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเองก็อาจเป็นได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือเที่ยวดึกดื่น ดูแลตัวเองง่ายๆ ควรพักผ่อนให้เพียงพอเข้านอนช่วง 4 ทุ่ม เป็นช่วงที่ร่างกายมีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ควรงดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า จะได้ไม่สะสมจนกลายเป็นมะเร็ง ทำให้ผิวไม่ดี หน้าตาไม่สดใส 

         ระวัง !!! ถ้าเป็นคนไม่สูบบุหรี่ แต่อยู่ในที่ที่เจอควันบุหรี่มากๆ จะทำให้การสะสมในปอด ทำให้เป็นถงลมโป่งพอง หรือถ้าเป็นคนสูบบุหรี่เองก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในปอดได้ง่าย และเป็นถุงลมโป่งพองเมื่ออายุมากขึ้น ส่วนคนที่ทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ การทำงานของตับก็จะถูกทำลาย และเป็นโรคตับแข็งได้

 
 
อายุ 26-29 ปี เริ่มก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เริ่มสร้างครอบครัว

 

          1. โรคความดันโลหิตสูง ดูแลตัวเองง่ายๆ หาเวลาออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบหมู่ ทานผักผลไม้ให้มากขึ้น งดอาหารที่มีไขมันสูง อย่างของทอดๆ มันๆ ถ้างดได้ก็จะดี

         ระวัง !!! ส่วนใหญ่จะเป็นในคนอายุ 30-40 ปีขึ้นไป แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเองก็เป็นได้ ทางที่ดีควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง ตอนอายุใกล้ 30 ปี เพราะนอกจากจะเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว อาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจหรือโรคหัวใจขาดเลือดตามมาด้วย

          2. มะเร็งปากมดลูก ดูแลตัวเองง่ายๆ สังเกตุความเปลี่ยนแปลงของตัวเองบ่อยๆ ถ้าตกขาวกลิ่นเหม็นกว่าปกติ หรือกลายเป็นสีขาวเหลือง เหลืองปนเขียว และมีอาการคันร่วมด้วย มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เวลามีประจำเดือนเลือดไหลมากผิดปกติต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อเช็คว่ามีการติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือเปล่า

         ระวัง !!! ผู้หญิงจะเป็นมากในช่วงอายุ 40-60 ปี แต่ก่อนหน้านั้นอาจเกิดการสะสมตั้งแต่อายุน้อยได้ ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์หรืออายุ 30-35 ปีขึ้นไป ควรไปตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


รู้มั้ย… คุณกำลังเสี่ยง เป็นโรคอะไรอยู่รู้มั้ย…คุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคอะไรอยู่

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูก


เปิดอ่าน 12,597 ครั้ง
การแพ้ยา Drug Hypersensitivity

การแพ้ยา Drug Hypersensitivity


เปิดอ่าน 18,742 ครั้ง
การปฐมพยาบาล

การปฐมพยาบาล


เปิดอ่าน 58,907 ครั้ง
พืชสมุนไพรพื้นบ้าน

พืชสมุนไพรพื้นบ้าน


เปิดอ่าน 46,378 ครั้ง
เหงื่อบอกโรค

เหงื่อบอกโรค


เปิดอ่าน 19,113 ครั้ง
กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี

กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี


เปิดอ่าน 34,280 ครั้ง
เลือดกำเดาไหล

เลือดกำเดาไหล


เปิดอ่าน 16,830 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

กำราบหวัดร้ายด้วยฟ้าทะลายโจร

กำราบหวัดร้ายด้วยฟ้าทะลายโจร

เปิดอ่าน 18,837 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การแพ้ยา Drug Hypersensitivity
การแพ้ยา Drug Hypersensitivity
เปิดอ่าน 18,742 ☕ คลิกอ่านเลย

"กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา
"กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา
เปิดอ่าน 46,111 ☕ คลิกอ่านเลย

โรคเหน็บชา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
โรคเหน็บชา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
เปิดอ่าน 21,875 ☕ คลิกอ่านเลย

เสียงประทัดส่งผลกระทบผู้ป่วย "โรคหัวใจ-ความดันโลหิต"
เสียงประทัดส่งผลกระทบผู้ป่วย "โรคหัวใจ-ความดันโลหิต"
เปิดอ่าน 15,102 ☕ คลิกอ่านเลย

เซอร์บาเดน เพาเวล
เซอร์บาเดน เพาเวล
เปิดอ่าน 13,750 ☕ คลิกอ่านเลย

เหงื่อบอกโรค
เหงื่อบอกโรค
เปิดอ่าน 19,113 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การออกกำลังกายยามเช้า ลดน้ำหนักได้มากกว่า
การออกกำลังกายยามเช้า ลดน้ำหนักได้มากกว่า
เปิดอ่าน 14,213 ครั้ง

หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
เปิดอ่าน 22,919 ครั้ง

ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ โดย จารึก อะยะวงศ์
ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ โดย จารึก อะยะวงศ์
เปิดอ่าน 24,779 ครั้ง

"กระถางแก้มลิง" โฉมใหม่!! รดน้ำหนเดียวอยู่เป็นเดือน
"กระถางแก้มลิง" โฉมใหม่!! รดน้ำหนเดียวอยู่เป็นเดือน
เปิดอ่าน 25,844 ครั้ง

การแพ้ยา Drug Hypersensitivity
การแพ้ยา Drug Hypersensitivity
เปิดอ่าน 18,742 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ