ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การส่งเสริมทักษะการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์ ม.1

ชื่องานวิจัย ส่งเสริมทักษะการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์

ชื่อผู้วิจัย นางสาวจันทิพย์ ถิ่นถาน

กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

จากประสบการณ์ที่เป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่านักเรียนจำนวนมากยังขาดทักษะการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์ ซึ่งในแบบเรียนวิทยาศาสตร์ข้อมูล ความรู้บางอย่างไม่เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านข่าวสาร ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์จำเป็นอย่างยิ่งในการเรียนวิทยาศาสตร์ อันเป็นผลทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ

การจัดทำกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีการฝึกค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมจากความรู้ ที่มีอยู่ในแบบเรียน เป็นการส่งเสริมทักษะการค้นคว้าแก่ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ใหม่ๆได้ด้วยตนเองอยู่เสมอน่าจะพัฒนาการการเรียนวิทยาศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้น

จากการที่นักเรียนได้ฝึกค้นคว้าและทำใบงานเพื่อพัฒนาทักษะการค้นคว้าความรู้ใหม่ๆด้านวิทยาศาสตร์บ่อยๆ และประเมินผลการค้นคว้าเรื่องที่ได้ค้นคว้ามาปรากฏว่าผู้เรียนได้มีพัฒนาทักษะการค้นคว้าเพิ่มขึ้น และเข้าใจบทความวิทยาศาสตร์ที่เป็นปัจจุบันได้ดีและถูกต้องยิ่งขึ้น

ชื่อเรื่องวิจัย : ส่งเสริมทักษะการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์

ปัญหาและความสำคัญ

การได้รับข้อมูล ความรู้ที่ไม่เป็นปัจจุบันเกิดขึ้นเสมอจากการอ่านและทำความเข้าใจในแบบเรียนวิทยาศาสตร์เนื่องจากข้อมูลความรู้วิทยาศาสตร์ได้มีการวิจัย ค้นพบเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ จากการที่ผู้เรียนขาดทักษะการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์ เนื่องด้วยทางโรงเรียนบ้านหนองงูเหลือม(คุรุราษฎร์รัฐกิจโกศล) ได้มุ่งเน้นการเรียนการสอนในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ให้มีผลสัมฤทธิ์ดีขึ้น จึงเป็นเหตุสมควรที่จะทำการพัฒนาทักษะการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์ใหม่ๆเพิ่มเติมจากในแบบเรียน

จุดมุ่งหมาย

1. เพิ่มเติมคำความรู้ใหม่ๆด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่ผู้เรียน

2. พัฒนาความเข้าใจในด้านการค้นคว้า รู้จักแสวงหาข้อมูล ความรู้ด้วยตนเอง

3. ส่งเสริมทักษะการค้นคว้า จากแหล่งความรู้ต่างๆ

ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรอิสระ ได้แก่ การเรียนรู้วิธีการค้นคว้าจากใบกิจกรรม ฝึกค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น ห้องสมุด อินเตอร์เน็ต

ตัวแปรตาม ได้แก่ ความสามารถทำการค้นคว้าหาข้อมูล ความรู้ใหม่ๆด้านวิทยาศาสตร์ สามารถสรุปความรู้จากเรื่องที่ค้นคว้ามาได้

กรอบแนวคิดในการวิจัย

1. ส่งเสริมการแสวงหาความรู้และฝึกทักษะการค้นคว้าให้แก่ผู้เรียน

2. พัฒนาความเข้าใจวิธีการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์แก่ผู้เรียน

3. ส่งเสริมการรักการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งความรู้ที่น่าเชื่อถือ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น

2. นักเรียนได้พัฒนาทักษะการค้นคว้าและทำความเข้าใจในสิ่งที่ได้ค้นคว้ามาได้ดียิ่งขึ้น

3. นักเรียนรักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองมีความรู้วิทยาศาสตร์มากขึ้นและเลือก

สืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่น่าเชื่อถือได้

ขอบเขตของการวิจัย

1. ประชากร เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหนองงูเหลือม(คุรุราษฎร์รัฐกิจโกศล) ปีการศึกษา 2562 จำนวนนักเรียน 21 คน

2. เนื้อหาในการวิจัย เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับทักษะการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์ที่เป็นข้อมูลใหม่ๆ โดยค้นคว้าจากแหล่งความรู้ห้องสมุด หรืออินเตอร์เน็ต ทำความเข้าใจบทความที่ค้นคว้ามา

3. ระยะเวลาการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562

วิธีดำเนินการวิจัย

ระยะเวลา

พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.

1. วิเคราะห์ปัญหาการเรียนรู้

2. ส่งชื่อเรื่องที่จะวิจัย

3. เขียนเค้าโครงการวิจัย

4. จัดเตรียมเอกสาร เพื่อการค้นคว้า

5. ทำการค้นคว้า ทำใบงาน Pre-test

6. แนะนำวิธีการค้นคว้าเพิ่มเติมแก่ผู้เรียน ให้ความรู้ การค้นคว้าหาความรู้จากห้องสมุด และอินเตอร์เน็ต

7. ให้ผู้เรียนค้นคว้าและทำความเข้าใจเรื่อง ข้อมูลหรือบทความวิทยาศาสตร์ที่ค้นคว้ามา

8. ทำใบงานจากการค้นคว้า Post-test

9. ประเมินใบงาน

10. สรุปผลการวิจัยเพื่อนำเสนอ

วิธีการ/นวัตกรรมที่ใช้

แบบฝึกปฏิบัติการค้นคว้า จำนวน 4 ชุด

1. ค้นคว้าข้อมูลการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

2. ค้นคว้าการใช้เทคโนโลยี ชีวภาพในการขยายพันธุ์

3. ค้นคว้าข้อมูลการตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

4. ค้นคว้าข้อมูลการเปลี่ยน-แปลงสมบัติ มวลและพลังงาน ของสารเมื่อสารเปลี่ยนสถานะ และเกิดการละลาย

แผนการสอน เป็นแผนที่นำแบบฝึกปฏิบัติแต่ละชุดมาจัดกิจกรรม เป็นเวลา 1 ภาคเรียน โดยจัดกิจกรรมเป็นขั้นตอนดังนี้

1. ทบทวนความรู้เดิม

2. เพิ่มเติมความรู้ใหม่

3. ให้การแนะนำอย่างใกล้ชิด

4. เคร่งคัดการฝึกปฏิบัติ

5. นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติตามแบบฝึกทั้ง 4 ชุด เวลา 13.00 – 13.30 น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ภาคเรียนที่ 1/2562 สถานที่ฝึกปฏิบัติ ห้องสมุด ห้องอินเตอร์เน็ต

เครื่องมือการวัดผล และการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย

1. แบบฝึกปฏิบัติ การค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์ จำนวน 4 ชุด

2. แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน

วิธีการรวบรวมข้อมูล

1. รวบรวมข้อมูลจากการบันทึกพฤติกรรมที่สรุปไว้ทุกเดือน

2. รวบรวมข้อมูลจากการบันทึกการปฏิบัติกิจกรรมทั้ง 4 กิจกรรม

วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปทุกเดือน ตั้งแต่เริ่มต้นฝึกจนถึงเดือนสุดท้ายที่เก็บข้อมูล

ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการบันทึกสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรมค้นคว้า ที่ได้บันทึกไว้ นำมาเปรียบเทียบความก้าวหน้า

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

สรุปผลจากแบบสังเกตพฤติกรรม ปรากฏผลดังนี้

พฤติกรรมของนักเรียน ระดับความพึงพอใจ

5 4 3 2 1

เดือนพฤษภาคม

มีความกังวลไม่แน่ใจว่าจะสามารถค้นคว้าได้ 1 1 1 18

เดือนมิถุนายน

ให้ความรู้ วิธีการค้นคว้าให้นักเรียนฝึกปฏิบัติเอง 1 2 1 15 2

เดือนกรกฎาคม

ให้นักเรียนค้นคว้าตามหัวเรื่องที่กำหนดโดยครูควบคุมดูแล และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด 2 3 12 3 1

เดือนสิงหาคม

นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมค้นคว้าตามที่ครูกำหนด ด้วยความสนใจ ภูมิใจที่สามารถค้นคว้าหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง 3 10 5 2 1

เดือนกันยายน

นักเรียนสามารถสรุปองค์ความรู้และสามารถประยุกต์ใช้กับวิชาวิทยาศาสตร์ นำเสนอผลงาน ผลการทดสอบหลังเรียนผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น 7 12 2

ระดับความพึงพอใจ

ระดับที่ 1 ยังไม่น่าพอใจ ระดับที่ 2 พอใจน้อย

ระดับที่ 3 พอใจปานกลาง ระดับที่ 4 พอใจมาก

ระดับที่ 5 พอใจอย่างยิ่ง

เมื่อนำผลการประเมินความพึงพอใจมาคิดคะแนนในแต่ละเดือน พบว่า เดือนพฤษภาคม 1.28 คะแนน ,เดือนมิถุนายน 2.28 คะแนน, เดือนกรกฎาคม 3.09 คะแนน ,เดือนสิงหาคม 3.57 คะแนน และเดือนกันยายน 4.23 คะแนน

ผลการประเมินทักษะการแสวงหาความรู้

คะแนนเต็มแต่ละรายการ 5 คะแนน

ที่

ชื่อ-สกุล

รายการประเมิน

วางแผนการศึกษาค้นคว้า เรียนรู้ตามแผนที่วางไว้ ปฏิบัติการค้นคว้าตาม เรื่องที่กำหนด นำเสนอข้อค้นพบ

นักเรียนทั้งหมด 21 คน 3.57 3.42 4.09 3.71

ระดับความพึงพอใจพฤติกรรมด้านทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้

ระดับที่ 1 ยังไม่น่าพอใจ

ระดับที่ 2 พอใจน้อย

ระดับที่ 3 พอใจปานกลาง

ระดับที่ 4 พอใจมาก

ระดับที่ 5 พอใจอย่างยิ่ง

จากผลการประเมินนักเรียน 21 คนเกี่ยวกับความพึงพอใจพบว่า 1. นักเรียนวางแผนการศึกษาค้นคว้า ได้คะแนน 3.57 อยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก 2.นักเรียนเรียนรู้ตามแผนที่วางไว้ ได้คะแนน 3.42 อยู่ในระดับที่น่าพอใจปานกลาง 3.นักเรียนปฏิบัติการค้นคว้าตาม เรื่องที่กำหนด ได้คะแนน 4.09 อยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก และ5.นักเรียนนำเสนอข้อค้นพบ ได้คะแนน 3.71 อยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก

สรุปผลการวิจัย

จากผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในการศึกษาค้นคว้า เห็นได้จากผลการประเมินความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้นในทุกเดือน และจากการประเมินทักษะการแสวงหาความรู้ พบว่านักเรียนมีทักษะใจการแสวงหาความรู้อยู่ในขั้นที่น่าพอใจมาก

ในปัจจุบันข้อมูลข่าวสารวิทยาศาสตร์ที่เป็นข้อมูลใหม่ๆจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเรียนวิทยาศาสตร์จึงเป็นทักษะที่ต้องนำมาฝึกให้เกิดความชำนาญ จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการค้นคว้าความรู้วิทยาศาสตร์ ในระยะแรกนักเรียนยังขาดความรู้ความชำนาญรวมทั้งไม่ทราบจะหาข้อมูลจากที่ไหน และจะนำข้อมูลที่ต้องการมาได้อย่างไร หลังจากวางแผนศึกษาวิธีค้นคว้าและปฏิบัติกิจกรรมค้นคว้าตามที่กำหนดโดยมีครูคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดนักเรียนเกิดทักษะสามารถค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ ได้เองและทำให้นักเรียนมีความรู้มากขึ้น นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น

ข้อคิดที่ได้จากการวิจัย

จากการแก้ปัญหาครั้งนี้ทำให้ผู้วิจัยได้ข้อคิดว่าการที่ได้ฝึกปฏิบัติค้นคว้าหาข้อมูลความรู้วิทยาศาสตร์อยู่เสมอช่วยให้นักเรียนเกิดทักษะการค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเองเมื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเรียนของนักเรียนได้ตรงจุด จะทำให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทางด้านการเรียนในวิชานั้น ๆ ได้ดีขึ้น เท่ากับเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือให้ผู้เรียนมีการพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ส่งผลต่อการเรียนวิทยาศาสตร์สัมฤทธิ์ผลสูงขึ้นขึ้น

………………………………….

โพสต์โดย ครูกุ้ง : [14 มิ.ย. 2565 เวลา 11:02 น.]
อ่าน [363] ไอพี : 223.204.18.217
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 25,779 ครั้ง
การปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
การปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน

เปิดอ่าน 138,818 ครั้ง
หนู/ผม มาไม่ทันเทียบโอนความรู้ฯ ค่ะ/ครับ ป.บัณฑิตก็ไม่มีให้เรียน  หนู/ผม อยากเป็นครู มีวิธีไหนให้ได้ใบอนุญาตบ้างคะ/ครับ?
หนู/ผม มาไม่ทันเทียบโอนความรู้ฯ ค่ะ/ครับ ป.บัณฑิตก็ไม่มีให้เรียน หนู/ผม อยากเป็นครู มีวิธีไหนให้ได้ใบอนุญาตบ้างคะ/ครับ?

เปิดอ่าน 45,756 ครั้ง
ค่าการศึกษาของบุตร ของข้าราชการครูฯ
ค่าการศึกษาของบุตร ของข้าราชการครูฯ

เปิดอ่าน 13,024 ครั้ง
ชวน สวดมนต์ข้ามปี รับ ปีใหม่ 2553
ชวน สวดมนต์ข้ามปี รับ ปีใหม่ 2553

เปิดอ่าน 47,309 ครั้ง
ตัวอย่างใบงานจากการ์ตูนความรู้
ตัวอย่างใบงานจากการ์ตูนความรู้

เปิดอ่าน 9,006 ครั้ง
กลูต้าไทโอน ทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่?
กลูต้าไทโอน ทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่?

เปิดอ่าน 18,640 ครั้ง
ระบบการจัดการฐานข้อมูล
ระบบการจัดการฐานข้อมูล

เปิดอ่าน 127,178 ครั้ง
ดาวน์โหลดที่นี่ แบบฝึกหัดเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เริ่มใช้ภาคเรียนที่ 1/2559
ดาวน์โหลดที่นี่ แบบฝึกหัดเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เริ่มใช้ภาคเรียนที่ 1/2559

เปิดอ่าน 9,730 ครั้ง
กลเม็ดหาเงินสร้างธุรกิจ
กลเม็ดหาเงินสร้างธุรกิจ

เปิดอ่าน 23,882 ครั้ง
แห่กดไลค์ ด.ญ.จิตราภา พูดอังกฤษหน้าชั้น ผู้ใหญ่ยังอาย
แห่กดไลค์ ด.ญ.จิตราภา พูดอังกฤษหน้าชั้น ผู้ใหญ่ยังอาย

เปิดอ่าน 8,231 ครั้ง
โอเน็ต!ยัง โอเค?
โอเน็ต!ยัง โอเค?

เปิดอ่าน 14,756 ครั้ง
การประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลอิเล็กทรอนิกส์
การประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลอิเล็กทรอนิกส์

เปิดอ่าน 16,860 ครั้ง
เชื่อทางช้างเผือก มีดาวเหมือนโลกนับร้อยดวง
เชื่อทางช้างเผือก มีดาวเหมือนโลกนับร้อยดวง

เปิดอ่าน 62,827 ครั้ง
ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์
ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์

เปิดอ่าน 10,059 ครั้ง
ผลวิจัยใหม่ระบุ "ความสุข" ไม่ทำให้อายุยืน
ผลวิจัยใหม่ระบุ "ความสุข" ไม่ทำให้อายุยืน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
ตู้แช่ไวน์
BestKru
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 7,875 ครั้ง
CMS คืออะไรอ่านได้ที่นี่
CMS คืออะไรอ่านได้ที่นี่

เปิดอ่าน 9,714 ครั้ง
กลุ่มคน 1%ของโลก ครอบครองทรัพย์สินกว่าครึ่งโลก
กลุ่มคน 1%ของโลก ครอบครองทรัพย์สินกว่าครึ่งโลก

เปิดอ่าน 12,789 ครั้ง
อันดับเมืองน่าอยู่
อันดับเมืองน่าอยู่

เปิดอ่าน 12,261 ครั้ง
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?

เปิดอ่าน 13,429 ครั้ง
"ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือครู" ปาถกฐาพิเศษ รศ.นราพร จันทร์โอชา เรื่องการศึกษาทางไกลเพื่อการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม
"ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือครู" ปาถกฐาพิเศษ รศ.นราพร จันทร์โอชา เรื่องการศึกษาทางไกลเพื่อการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ